โฆษกรัฐบาล เผย ไทยแลนด์เนื้อหอม..หลังนักลงทุนต่างชาติมั่นใจไทย เปิดยอด 9 เดือนปีนี้ ทะลุกว่า 1.3 แสนล้าน ด้านญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุน อันดับหนึ่ง
วันนี้ (3 พ.ย.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงตัวเลขนักลงทุนต่างชาติที่สนใจมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ในช่วงนี้แสดงถึงศักยภาพของประเทศไทยที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน โดยพบว่า ตั้งแต่เดือน มกราคม-กันยายน 2567 (9 เดือน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างชาติฯ จำนวน 636 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติจำนวน 143 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ จำนวน 493 ราย รวมเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 134,805 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนนี้จะทำให้เกิดการ หมุนเวียนในทุกธุรกิจที่เป็นองค์ประกอบการผลิต เกิดการจ้างงานเป็นจำนวนมากทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบ9เดือนของปีที่แล้ว พบว่าปีนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 29
นายจิรายุ กล่าวเพิ่มว่า นักลงทุนเข้ามา5อันดับแรก ญี่ปุ่น 157 ราย (25%) เงินลงทุน 74,091 ล้านบาท (2) สิงคโปร์ 96 ราย (15%) ลงทุน 12,222 ล้านบาท (3) จีน 89 ราย (14%) ลงทุน 11,981 ล้านบาท (4) สหรัฐอเมริกา 86 ราย (13%) ลงทุน 4,147 ล้านบาท และ 5) ฮ่องกง 46 ราย (7%) ลงทุน 14,116 ล้านบาท โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปีก่อน
สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติช่วง 9 เดือน ปี 2567 มีนักลงทุน 207 ราย (33% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตในปีนี้) เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จำนวน 108 ราย (109%) มูลค่าการลงทุน 39,830 ล้านบาท (30% ของเงินลงทุนทั้งหมด) เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 23,690 ล้านบาท (147%) โดยเป็นนักลงทุนจาก (1) ญี่ปุ่น 67 ราย เงินลงทุน 13,191 ล้านบาท (2) จีน 54 ราย ลงทุน 7,227 ล้านบาท (3) ฮ่องกง 18 ราย ลงทุน 5,219 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 68 ราย ลงทุน 14,192 ล้านบาท
“ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ คือ ธุรกิจ “แพลตฟอร์ม” และ “ซอฟต์แวร์ ที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และสนับสนุนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ นักลงทุนชาวต่างชาติได้เข้ามาลงทุนในธุรกิจแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ของประเทศไทย มีสัดส่วนการลงทุนมูลค่า 28,397.26 ล้านบาท คิดเป็น 7.27% (กลุ่มแพลตฟอร์ม 11,721.44 ล้านบาท กลุ่มซอฟต์แวร์ 16,675.82 ล้านบาท) โดยต่างชาติที่มาลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ สิงคโปร์ ลงทุน 9,814.28 ล้านบาท ไต้หวัน 5,953.63 ล้านบาท และ มาเลเซีย 2,237.63 ล้านบาท”
นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ตัวเลขการลงทุนดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนชาวต่างชาติให้ความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ มีศักยภาพทางด้านการลงทุนทั้งการคมนาคมและการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาล คือ การหาตลาดการลงทุนใหม่ รักษาตลาดเก่า ขยายการลงทุนให้เป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีสิทธิประโยชน์ที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานที่ดี วัตถุดิบที่เพียงพอ และมีอุตสาหกรรมที่พร้อมสนับสนุนแผนการลงทุน ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย


