อดีต ส.ว.กทม. ชูกรณียกฟ้องคดี พธม.ชุมนุมสนามบินต่อต้านรัฐบาลทุจริต “ทักษิณ” เป็นอำนาจอันชอบธรรมทางตรงของประชาชนในการตรวจสอบทุจริตของรัฐบาลโดยสันติวิธี ชี้ คำพิพากษาไม่ใช่แค่เยียวยาความรู้สึกสิ้น แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่ยืนยันถึงสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน
เมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงคดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) มีเนื้อหาดังนี้ ศาลยกฟ้องคดีพันธมิตรชุมนุมที่สนามบินต่อต้านรัฐบาลทุจริตทักษิณ ชินวัตร ยืนยันอำนาจอันชอบธรรมทางตรงของประชาชนในการตรวจสอบทุจริตของรัฐบาลโดยสันติวิธี
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 ศาลอาญา รัชดาฯ ได้พิพากษายกฟ้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในคดีปิดสนามบินทั้งสนามบินดอนเมือง และ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งศาลกล่าวว่าเป็นคดีที่เก่าและยืดเยื้อยาวนานที่สุดของศาลอาญาแห่งนี้ คือ ตั้งแต่ปี 2551-2567 เป็นเวลายาวนานถึง 16 ปี และมีจำเลยถึง 69 คน ในคดีนี้ เสียชีวิตไปแล้ว 2 คน ป่วยติดเตียง 1 คน และป่วยไม่ติดเตียงอีก 1 คน ที่ไม่สามารถมาฟังคำพิพากษาที่ศาล ศาลจึงให้ไปติดตั้งระบบทางออนไลน์เพื่อให้จำเลยที่มาฟังคำพิพากษาไม่ได้ สามารถฟังคำพิพากษาจากที่พักได้ด้วย
ดิฉันเดินทางไปฟังคำพิพากษาครั้งนี้ เพื่อให้กำลังใจจำเลยในคดีนี้ ซึ่งดิฉันเคยไปเป็นพยานให้ในคดีนี้เมื่อหลายปีก่อน การไปร่วมเป็นประจักษ์พยานในการฟังคำพิพากษา ดิฉันได้พบจำเลยทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก แต่ละคนชราภาพตามกาลเวลา 16 ปี บ้างต้องถือไม้เท้าช่วยพยุงกาย คุณป้าคนหนึ่งมีอาการหนาวมาก จนเพื่อนจำเลยที่มาด้วยกันต้องหาเสื้อที่มีหมวกคลุมศีรษะมาใส่เพิ่มให้ และเจ้าหน้าที่คุมความเรียบร้อยในศาลต้องเอาเสื้อมาเพิ่มให้อีกด้วย จำเลยคนสุดท้ายที่ศาลและทุกคนรอพร้อม มาสายมากเมื่อโทร.หาได้ความว่านั่งรถเมล์มา แต่รถติดมาก เลยแนะนำให้นั่งมอเตอร์ไซค์มา จำเลยคนสุดท้ายบอกว่าไม่มีเงิน ต้องมีคนลงไปรอจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์ให้ ดิฉันรู้สึกสะท้อนใจกับสิ่งที่ได้พบเห็นในวันนั้น
คำพิพากษานี้ได้ช่วยเยียวยาความรู้สึกของคนที่ต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากรัฐบาลที่ทุจริต ที่บ้างต้องเสียชีวิต บ้างพิการตลอดชีวิต บ้างติดคุกบ้างถูกยึดทรัพย์ มีประชาชนที่หาเช้ากินค่ำมาร่วมในการต่อสู้ ต้องตรากตรำมาสู้คดียาวนานถึง 16 ปี ในขณะที่นักการเมืองนักรัฐประหารได้อาศัยคนเหล่านี้เป็นนั่งร้านขึ้นสู่อำนาจ ผลัดกันใช้อำนาจไปมา และยังมีการช่วยเหลือนักโทษให้ติดคุก “ทิพย์” และประชาชนต้องทนเห็นความไม่เป็นธรรมในระบบความยุติธรรมของบ้านเมือง
คำพิพากษาของศาลไม่ใช่แค่เยียวยาความรู้สึกสิ้นหวังของประชาชนเท่านั้น แต่เป็นคำพิพากษาประวัติศาสตร์ที่ได้ยืนยันถึงสิทธิ และอำนาจทางตรงอันชอบธรรมของประชาชนในการต่อต้านรัฐบาลทุจริตโดยสันติวิธี
คำพิพากษาพูดถึงสาเหตุการชุมนุมของพันธมิตรฯที่เกิดจากสาเหตุการทุจริตเชิงนโยบายของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และรวมถึงรัฐบาลนอมินีที่มี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และคนในตระกูลเครือญาติของทักษิณ ชินวัตร เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สาระการชุมนุมต่อต้านอย่างยืดเยื้อ คือ คัดค้านความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงเรื่องการยุบพรรคพลังประชาชนที่มีการทุจริตการเลือกตั้ง และแก้มาตราให้ยุบเลิกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคดีทุจริตหลายคดีของทักษิณ ชินวัตร
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงมีการชุมนุมเพื่อต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาลนอมินีและรัฐบาลเครือญาติของทักษิณเพราะสาเหตุนั้น
ศาลได้อ่านคำพิพากษาที่เป็นสาระสำคัญประมาณ 10 หน้า จากทั้งหมด 51 หน้า ศาลยกประเด็นที่ทักษิณเดินทางเข้ามารับโทษที่เป็นคดีทุจริตที่ทำให้รัฐเสียหายต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เหลืออายุความอยู่จำนวน 3 คดี ที่มีโทษจำคุกรวม 8 ปี นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ยอมรับผิด และมีความสำนึกต่อการกระทำผิดแล้ว จึงได้ขอพระราชทานอภัยโทษ และทักษิณมีอายุเกิน 70 ปี จึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอภัยลดโทษให้เหลือ 1 ปี เป็นการแสดงว่าสาเหตุที่กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมเพื่อต่อต้านการทุจริตของทักษิณเป็นเรื่องจริง
ศาลได้ยกกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายมาตราเพื่อรับรองการชุมนุมสาธารณะที่เป็นไปโดยสันติวิธีของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า สามารถทำได้ แม้มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่สามารถห้ามการชุมนุมที่กระทำโดยสันติวิธีได้ และยังได้ยืนยันว่า การชุมนุมเพื่อคัดค้านการทุจริตของทักษิณ และรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นพี่เขยของทักษิณนั้น มิใช่กระทำเพื่อประโยชน์ของกลุ่มพันธมิตรฯเอง แต่เป็นประโยชน์โดยรวมของประชาชน แม้การปิดสนามบินจะก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางของประชาชนบ้าง แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวม และภายหลังจากที่พรรคพลังประชาชนถูกตัดสินยุบพรรคในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ในคดีการทุจริตการเลือกตั้ง กลุ่มพันธมิตรก็ยุติการชุมนุม
ศาลได้ระบุว่า เมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ ยุติการชุมนุม สนามบินก็สามารถดำเนินการบินได้ตามปกติ ย่อมแสดงว่ากลุ่มพันธมิตรฯไม่ได้ทำความเสียต่อสนามบินและไม่ผิดกฎหมายการบิน แม้มีการปะทะกันระหว่างจำเลยและเจ้าหน้าที่ ก็ไม่ปรากฏว่า มีใครวางแผนสั่งการ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์เฉพาะหน้าที่บาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย
หลังจากศาลได้แจกแจงทั้งข้อกล่าวหาของโจทก์ และข้อต่อสู้ของจำเลยโดยละเอียดแล้ว ศาลจึงได้สั่งยกฟ้อง
คำพิพากษาของศาลครั้งนี้ ถือเป็นคำพิพากษาประวัติศาสตร์ที่เป็นการยืนยันสิทธิอำนาจทางตรงของประชาชนอันชอบธรรม ในการต่อต้านรัฐบาลที่ทุจริตและขาดหลักนิติธรรมในการบริหารบ้านเมือง เพราะรัฐบาล และ ส.ส.ทั้งหลายเป็นเพียงตัวแทนที่ประชาชนเลือกขึ้นมาทำหน้าที่แทนเท่านั้น เมื่อตัวแทนเหล่านั้นไม่สามารถคานดุล และตรวจสอบกันเองได้ เมื่อรัฐบาลทุจริต หรือบริหารอย่างขาดหลักธรรมาภิบาลตามหลักนิติธรรมแล้ว ประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้อำนาจทางตรงในการตรวจสอบรัฐบาลและผู้แทนที่ประชาชนเลือกขึ้นมา
รัฐบาลต้องไม่เข้าใจผิดว่าเมื่อได้รับเลือกตั้งมาแล้ว จะบริหารบ้านเมืองแบบปู้ยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้ ประชาชนเมื่อเลือกตั้งเสร็จก็หมดอำนาจ ซึ่งไม่จริงเพราะรัฐธรรมนูญได้บัญญัติว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และอำนาจอธิปไตยของประชาชนไม่ได้หมดไปหลังเลือกรัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่อำนาจทางตรงของประชาชนยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมตลอดเวลา ที่จะตรวจสอบรัฐบาลและทุกองคาพยพของรัฐบาลได้ เพื่อให้รัฐบาลบริหารบ้านเมืองโดยเจตนารมณ์ของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
นี่คือ สิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้จากคำพิพากษาของศาล ดิฉันขอเรียกว่าเป็นคำพิพากษาประวัติศาสตร์ เพราะได้ยืนยันสิทธิการใช้อำนาจทางตรงของประชาชนในการต่อต้านการทุจริตของรัฐบาลตามหลักการแห่งสิทธิเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างแท้จริง
รสนา โตสิตระกูล
30 มีนาคม 2567