xs
xsm
sm
md
lg

“ชัยธวัช” ยันไม่เปิดชื่อ ส.ส.อุ้ม “ปูอัด” เคารพกระบวนการภายใน ชี้ เคส “แจ้” หากคนนอกร่วมสอบอาจผิดมากกว่าเดิม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ชัยธวัช” ยันไม่เปิดชื่อ ส.ส.โหวตอุ้ม “ปูอัด” เคารพกระบวนการภายใน เปิดพื้นที่โต้เถียงอย่างเสรี ไม่ได้โหวตใหม่เพื่อกลบกระแส ยันพร้อมช่วยเหลือหากเหยื่อโดนฟ้องกลับ พร้อมเปิดบุคคลภายนอกมีส่วนร่วม ลั่นกรณี “แจ้” หากมีผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมสอบ อาจผิดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

วันนี้ (7 พ.ย.) นายชัยธวัช ตุลาธน สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่สังคมเรียกร้องให้เปิด 22 รายชื่อผู้ที่โหวตอุ้ม นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ นั้น นายชัยธวัช ยืนยันว่า เปิดไม่ได้ ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เรียกร้องให้มีการลงมติและเปิดอภิปรายถกเถียงอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนไม่ต้องกังวล ตนเป็นคนกำชับเองว่าเมื่อลงมติไปแล้ว สามารถมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่เมื่อลงมติไปแล้ว ต้องไม่โจมตีเพื่อนที่ลงมติแตกต่างจากตนเอง ไม่เช่นนั้นต่อไปในพรรค เวลาที่เปิดให้ทุกคนแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ แม้จะเห็นไม่ตรงกัน ก็จะไม่สามารถทำได้

“ผมในฐานะหัวหน้าพรรค ขอให้ทุกคนไม่เอารายชื่อว่าใครโหวตอะไร มากล่าวหาโจมตีกัน ดังนั้น ผมเองก็เปิดเผยไม่ได้ ก็เป็นคนบอกให้ ส.ส. ไม่ให้ออกมาเปิดเผยเอง เหตุผลก็มีแค่นั้น เราไม่ได้ปกปิดว่าใครมีความเห็นว่าอย่างไร แต่เป็นเรื่องกระบวนการภายในของพรรค และผมยืนยันว่า การที่มีความเห็น การโหวตแตกต่างกันนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่มีความชัดเจนไม่เท่ากันของทั้ง 2 กรณี” นายชัยธวัช กล่าว

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกี่ยวข้องกับมุ้งภายในพรรค ทำให้คะแนนไม่เท่ากันนั้น นายชัยธวัช ยืนยันว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา ตัวแทนองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ไปร้องเรียนนั้น ตนคิดว่า ทั้ง 2 คนที่ถูกกล่าวหา กระบวนการของพรรคจบไปแล้ว ย้ำว่า หากผู้เสียหายจะถูกฟ้องกลับโดย อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ทางพรรคจะเข้าไปช่วยเหลือด้านข้อกฎหมายกับผู้เสียหาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะลดข้อครหาอย่างไร ว่าการขับนายไชยามพวาน เป็นการกลบกระแสผู้ที่อุ้มมติรอบก่อน นายชัยธวัช กล่าวว่า หากพิจารณาจากข้อเท็จจริง ด้วยเหตุและผล ก็เป็นไปตามกระบวนการเช่นนั้น เมื่อเราเห็นว่า นายไชยามพวาน ไม่ได้ทำตามคำสั่งมติกรรมการบริหารพรรค ก็ถือว่ามีความผิดร้ายแรง ส.ส.ในพรรคก็พิจารณาจากข้อเท็จจริงนี้ อันเป็นกระบวนการที่พรรคทำได้ ดังนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกลบกระแส เป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา ในเมื่อพรรคกำหนดเงื่อนไขในการลงโทษไปแล้ว แต่สมาชิกพรรคไม่ปฏิบัติตาม ก็นำมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนที่มีการขู่จากเพจต่างๆ ว่า จะแฉพรรคก้าวไกลเรื่อยๆ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนยืนยันว่า การที่สังคมมาช่วยตรวจสอบพรรคเรา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะหลายเรื่องที่ทุกองค์กร การที่มีสังคมมาช่วยตรวจสอบ ทำให้องค์กรโปร่งใสขึ้น เมื่อไหร่ที่สังคมเลิกตรวจสอบพรรคก้าวไกล แสดงว่า สังคมไม่ได้คาดหวังอะไรอีกแล้วกับพรรคก้าวไกล

ส่วนพรรคจะกู้ภาพลักษณ์อย่างไรหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เมื่อบุคคลในองค์กรมีปัญหาสิ่งที่ต้องยืนยันว่าต้องดำเนินการตรวจสอบและลงโทษ อย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด หากผิดร้ายแรงก็ดำเนินการขั้นเด็ดขาด เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลต้องทำให้สังคมเห็น ไม่ใช่ว่าไปช่วยกันปกปิด เพราะกลัวองค์กรเสียชื่อเสียง ไม่ใช่วัฒนธรรมของพรรคก้าวไกล แน่นอนว่ากระบวนการตรวจสอบก็ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งกำลังพูดคุยกันอยู่ หลายครั้งเข้าใจในเชิงหลักการ แต่รายละเอียดรูปธรรม คนในสังคมเห็นไม่ตรงกัน เป็นวัฒนธรรมที่เข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งต้องทำให้ชัดเจนขึ้นภายในพรรค นอกจากนี้ จะต้องมีมาตรการป้องกันที่ชัดเจนกว่านี้ รวมถึงมีการตรวจสอบเรื่องพวกนี้ เมื่อมีการร้องเรียน เรื่องคุกคามทางเพศ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนในกรณีที่การตรวจสอบทั้ง 2 กรณี ถูกวิจารณ์ว่า ไม่มีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย นายชัยธวัช กล่าวว่า ขณะนี้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนของคณะกรรมการวินัย รวมถึงคณะกรรมการที่มาสอบข้อเท็จจริงชุดเล็ก คือ การเพิ่ม ส.ส.หญิงที่มีความรู้เรื่องกฎหมายเข้ามา เพื่อให้ผู้เสียหายเกิดความสบายใจมากขึ้น แน่นอนว่า หลังจากนี้ ต้องทำให้ สส. อาจจะมีความอคติ ช่วยเหลือพวกกันเองได้ ต้องลดสัดส่วน สส.เข้ามาเกี่ยวข้อง

“กรณีคุณแจ้ หากมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาจริงๆ อาจจะผิดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ” นายชัยธวัช กล่าวทิ้งท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น