xs
xsm
sm
md
lg

“สภาผู้บริโภค” จี้ทำรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตามนโยบายทันที เชื่อทำได้คนศรัทธา รบ.มากขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สภาผู้บริโภค-นักวิชาการ-ตัวแทนผู้บริโภค” จี้รัฐบาลเดินหน้านโยบายรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสายทันที พร้อมยืนยันผลการศึกษาต้นทุนค่าเดินรถเพียง 10 - 16 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น ชี้ทำได้คนศรัทธา รบ.มากขึ้น

จากกรณีที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ออกมาแถลงข่าวว่า นโยบายเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อาจไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน แต่จะเป็นนโยบายที่จะดำเนินการภายใน 2 ปี ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลจาก นานเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ราคารถไฟฟ้าเป็นนโยบายที่จะทำทันที โดยบรรจุไว้ในการแถลงนโยบายเรื่องการขนส่งมวลชนทั้งหมดแล้ว จึงเกิดคำถามว่านโยบายเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจะถูกบรรจุในการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 11-12 ก.ย.66 หรือไม่นั้น

​สำนักงานองค์กรของผู้บริโภคในฐานะผู้แทนของผู้บริโภค รวมถึงนักวิชาการ และตัวแทนผู้บริโภค จึงออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางรายการ “เราไม่ได้บริโภคหญ้าเป็นอาหาร” ที่ถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจและยูทูบ “สภาองค์กรของผู้บริโภค” โดยมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า รถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสายสามารถทำได้ทันที ไม่ต้องรอ 2 ปีในเส้นทางเดินรถที่รัฐเป็นเจ้าของ

นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคสนับสนุนนโยบายรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสาย ซึ่งสภาผู้บริโภคได้ทำนโยบายเรื่องขนส่งมวลชนเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี โดยมีประเด็นสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการเพื่อให้ผู้บริโภคทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดได้ใช้ระบบขนส่งมวลชนในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมทั้งยืนยันว่านโยบายดังกล่าวสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ 2 ปี

​“เรามั่นใจว่า 20 บาททำได้จริง และที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมก็ยืนยันว่าทำได้ ขณะที่งานวิจัยของสภาผู้บริโภคได้ศึกษาต้นทุนค่าโดยสารต่อเที่ยวในปี 2557 - 2562 ในระยะเวลา 6 ปี ต้นทุนค่าโดยสารต่อคนต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 10.10 บาท จนถึง 16.30 บาท” นางสารี ระบุ

นางสารี เปิดเผยด้วยว่า สภาผู้บริโภคได้มีโอกาสพูดคุยกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และเจ้าหน้าที่ กทม. ก็ได้รับคำตอบในทางเดียวกันว่าต้นทุนค่าโดยสารต่อคนต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 11-13 บาท จึงมองว่าค่าโดยสาร 20 บาทเป็นสิ่งที่ทำได้แน่นอนและสามารถทำได้ทันที โดยรัฐบาลควรเริ่มต้นกำหนดค่าโดยสารราคา 20 บาทตลอดสายจากรถไฟฟ้าที่ลงทุนโดยรัฐบาล ทั้งสายที่อยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้แก่
สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดงเหนือ–ตะวันตก และสายสีเหลือง นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถดำเนินการเรื่องการเชื่อมต่อโดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนในรถไฟฟ้าที่รัฐบาลลงทุนได้ทันทีเช่นกัน ส่วนกรณีรถไฟฟ้าที่เอกชนลงทุน เช่น สายสีเขียว อาจเจรจาเพื่อดำเนินการได้ในภายหลัง

นางสารี กล่าอีกว่า สำหรับกรณีที่หลายภาคส่วนมีข้อห่วงกังวลเรื่องการใช้งบประมาณจากภาครัฐกว่า 5.4 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนรถไฟฟ้าอาจจะกระทบต่อภาระงบประมาณของภาครัฐนั้น อาจต้องไปตรวจสอบข้อมูลว่าต้องใช้งบประมาณสนับสนุนมากขนาดนั้นจริงหรือไม่ ทั้งนี้มองว่าต้องนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการที่มีผู้ใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงการพัฒนารายได้จากส่วนอื่น ๆ มาหักลบกันด้วย ยังไม่รวมถึงประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น ลดปัญหารถติด ช่วยลดฝุ่น PM2.5 และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

สอดคล้องกับ ศ.ดร.เอกชัย สุมาลี นักวิชาการด้านคมนาคมขนส่ง สถาบันนวัตกรรมบูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นสนับสนุน นโยบายรถไฟฟ้าราคา 20 บาททำได้ทันที โดยเริ่มต้นจากค่าโดยสารรถไฟฟ้าของรัฐก่อน จากสถิติของคน กทม.และปริมณฑลส่วนใหญ่จะเดินทางรถไฟฟ้าไม่เกินประมาณ 6-8 สถานี เพราะฉะนั้นโจทย์แรกที่ต้องแก้ปัญหาคือทำให้ผู้บริโภคที่เดินทางระยะ 10 สถานี สามารถจ่ายค่าโดยสาร 20 บาท ซึ่งเชื่อว่าการเริ่มต้นจากคนกลุ่มนี้ก่อนจะสามารถลดข้อจำกัดหรือข้อโต้แย้งด้านอื่น ๆ ในเชิงภาระการเงินได้

​ศ.ดร.เอกชัย กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ควรพิจารณาการพัฒนารถไฟฟ้าที่ไม่ใช่เร่งเพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องมองภาพรวมทั้งระบบพัฒนาไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการผลักดันตั๋วร่วม เชื่อมรถไฟฟ้าทุกสายเข้าด้วยกัน และลดค่าแรกเข้า ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดค่าโดยสาร

รศ. ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสริมว่า การทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสายสามารถทำได้ โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง แนวทางแรก คือ ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่อยู่ในการดูแลหน่วยงานรัฐซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที แต่อาจจะมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นทำให้เกิดปัญหาการขาดทุน ซึ่งต้องพิจารณาในเรื่องการหารายได้เพิ่มจากการใช้ประโยชน์พื้นที่สถานี เช่น การให้เช่าพื้นที่ต่อสถานี การเชื่อมต่อกับศูนย์การค้า หรือการโฆษณาในสถานี ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ทำให้ไม่ต้องขาดทุนได้ ส่วนแนวทางที่ 2 สำหรับรถไฟฟ้าสายที่ไม่ใช่ของรัฐ เช่น บีทีเอส สีเขียว หรือสายสีเหลือง รัฐจะต้องเจรจา แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของการเจรจา โดยกรณีสายสีเขียวใกล้จะหมดสัมปทานในปี 2572 รวมไปถึงการเจรจาเรื่องการยกเลิกการจ่ายค่าแรกเข้าจะช่วยให้ลดราคาค่าโดยสารได้

รศ.ดร.ชาลี กล่าวต่อว่า รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นความท้าทายที่สามารถทำได้ โดยต้องทำทั้งสองแนวทางคู่กันไปคือรถไฟฟ้าที่เป็นของรัฐบาลต้องลดราคาทันที และต้องการเจรจากับรถไฟฟ้าที่เป็นของเอกชนเพื่อขอลดราคา เพราะจากที่เคยศึกษาต้นทุนค่าโดยสารอยู่ในช่วงประมาณราคา 16–17 บาท เพราะฉะนั้น 20 บาทจึงมีความเป็นไปได้ และอยากสนับสนุนให้รัฐบาลทำในฐานะที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่

“หากรัฐบาลดำเนินการได้ตามที่เคยประกาศนโยบายเอาไว้คนจะเชื่อถือและสนับสนุนเป็นเกราะป้องกันในการทำงานได้” รศ. ดร.ชาลี กล่าว

นายจักรกฤต เต็มเปี่ยม ตัวแทนผู้บริโภค กล่าวว่า คาดหวังที่จะได้ใช้รถไฟฟ้าในราคาที่เป็นธรรมมาตลอดระยะเวลา 9 ปี และคาดหวังว่าภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ในวันที่ 11 ก.ย.66 จะมีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเกิดขึ้นและรัฐบาลจะดำเนินการตามนโยบายรถไฟฟ้าราคา 20 บาทตลอดสาย ทันที และมีข้อเสนอเพิ่มเติมในเรื่องการใช้บัตรใบเดียวใช้รถไฟฟ้าได้ทุกสาย

“หากค่ารถไฟฟ้าราคา 20บาทตลอดสายจะทำให้มีผู้บริโภคเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามากขึ้นด้วย” นายจักรกฤต ระบุ.
กำลังโหลดความคิดเห็น