xs
xsm
sm
md
lg

"ลุงป้อม"ปิดประตูแพ้พรรค"น้องตู่" เบื้องหลังคึก มั่นใจพปชร.จะไปต่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล **อื้อหือ!! สมยศ "ไม่อาย ไม่ออก" ฉายา "คนกีฬา" มาดามแป้ง ได้สวยๆ “ก็แป้งไง จะใครล่ะ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**"ลุงป้อม"ปิดประตูแพ้พรรค"น้องตู่" เบื้องหลังคึก มั่นใจพปชร.จะไปต่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล

เปิดศักราชปีใหม่ พ.ศ.2566 มา "ลุงป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เจ้าของวลี "ใจบันดาลแรง" ซึ่งยอมรับโดยดีว่าคิดขึ้นมา เพราะมีแต่ใจเท่านั้น แรงผมไม่ค่อยมี… ขาเดินไม่ค่อยสะดวก งานนี้บอกดังๆ

ในศึกเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ตั้งพรรคมา 2 เดือน ได้ส.ส.ร้อยกว่าคน และคราวนี้ตัวเองอยู่กับพรรคนี้มาตั้ง 4 ปี แล้ว มันจะไม่ได้ ได้ยังไง? ซึ่งก็หมายถึง พปชร.จะเป็นพรรคในการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนครั้งที่ผ่านมาด้วย

ลั่นวาจามาซะขนาดนี้ ก็ต้องดูกันว่า “ลุงป้อม” เอาอะไรมามั่นใจว่าพปชร.จะชนะศึก เพราะในสภาพแวดล้อมทางการเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "พี่น้อง3ป." ที่กอดกันกลมร่วมหัวจมท้ายกันมาหลายปี มีอันต้องแปรเปลี่ยนไป

“ลุงป๊อกฎ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย น้องรองเปรยๆว่า อายุมากแล้ว ไม่อยากจะไปต่อกับการเมือง หรือพูดง่ายๆ ว่าอยาก "วางมือ" หลบออกจากวงการไปเลี้ยงหลาน ขณะที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม น้องเล็ก3ป. จะขอไปต่อกับพรรคใหม่ "รวมไทยสร้างชาติ"

เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน คนแปรผัน ศึกนี้ย่อมไม่ง่ายและแตกต่างออกไป ถ้าเช่นนั้น "ลุงป้อม" อาศัยปัจจัยอะไร จะเอาชนะศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ ?

จากปากของ “พี่ใหญ่ 3 ป.” หนึ่งนั้นเพราะลุงมั่นใจด้วยการ "ตกกระไดพลอดโจน" มา3ปี กับพรรคพปชร.เชื่อว่าด้วยผลงานของรัฐบาลจะทำให้ประชาชนสนับสนุนต่อ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ขณะที่กระแสความนิยมของ หัวหน้าพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยได้รับโอกาสรักษาการนายกฯ ในช่วงเวลา 38 วัน หรือ "ลองนายกฯ"ตามฉายา แล้วแสดงความเป็นผู้นำได้เด็ดขาด ตัดสินใจเข้าตากรรมการ แต่กระนั้น ถามทีไร ลุงก็ยังเหนียมๆ ไม่แสดงท่าทีอยากจะเป็นแคนดิเคตนายกฯ เพราะพรรคยังไม่เสนอชื่อ

สอง “ลุงป้อม” ไม่ได้พูดออกมา แต่บรรดาคอการเมืองวิเคราะห์เทียบฟอร์มกันแล้ว ระหว่างพปชร.พรรคพี่ใหญ่ กับ พรรครวมไทยสร้างตู่ ของ “น้องตู่” คู่นี้ดูยังไง "ลุงป้อม" ก็เกาะกุมความได้เปรียบอยู่หลายช่วงตัว

ทั้งบุคคลิกและสไตล์ “ลุงป้อม” นั้นมีบารมี เพราะใจถึงพึ่งได้ เป็นพี่ใหญ่ไม่เฉพาะ 3ป. หากเป็นที่เคารพและเกรงอกเกรงใจของ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรอิสระ มากกว่า “น้องตู่” เห็นๆ แม้ว่าโดยตำแหน่งนายกฯ จะสั่งการได้พอๆกัน แต่เมื่อไรก็ตามที่ "วาระนายกฯสิ้นสุด" เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง “ลุงป้อม”ที่สั่งสมบารมีมา เอ่ยปากคำไหนย่อมต้องมีคนรอสนอง

ต้องไม่ลืมว่า ปัจจัยที่มีผลให้ชนะการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับ 4 หน่วยงาน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และองค์กรอิสระ
เมื่อ “ลุงป๊อก” เปรยตามลม "ไอ้เสือถอย" ใครจะช่วย “ลุงตู่”ที่ฝ่ายปกครอง?

ขณะที่ "ลุงป้อม" มาพร้อมองคาพยพแบบนี้ก็ต้องถาม “ลุงตู่” ปัจจัยชนะของรวมไทยสร้างชาติอยู่ตรงไหน ?

สาม คอการเมืองมองข้ามช็อตไปถึงหลังเกมการเลือกตั้งจบลง วัดกันที่เสียงของส.ว. ก็รู้ๆ กันว่า ประเมินคุมกำลังแล้ว ส.ว.สายลุงป้อมน่าจะมีมากกว่าน้องตู่ ซึ่งนั่นทำให้ "ลุงป้อม" กุมอำนาจต่อรองได้ในยกที่สอง พรรคไหน ใครชนะเลือกตั้ง ใครจะขึ้นเป็นนายกฯ ก็ต้องผ่านด่านลุง ถึงเวลานั้น พปชร. จะได้เข้ามากี่เสียงก็เพียงพอที่จะเป็นพรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลอย่างไม่ต้องสงสัย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อย่างไรก็ดี ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ในคำพูดล่าสุดรับปีใหม่ “ลุงป้อม” ก็ออกตัว หากมีคนสนับสนุนก็ทำไป ถ้าไม่มีใครสนับสนุน ก็เลิก ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ประโยชน์อะไรจากทางการเมือง

คำถามว่า ระหว่างเป็นนักการเมืองมา 3 ปี กับเป็นทหารมาทั้งชีวิต ลุงชอบบทบาทไหน ? “ลุงป้อม” ตอบโดยไม่ลังเลว่า “ผมบอกเลยว่า ผมชอบเป็นทหารมากกกว่า ผมไม่ชอบเป็นการเมือง”

งานนี้ก็ต้องรอติดตามชมกันต่อไป ถึงที่สุด บุรุษผู้มี "ใจบันดาลแรง" จะไปต่อ สืบทอดอำนาจความเป็นผู้กุมอำนาจรัฐได้แค่ไหน อย่างไร?

ปีใหม่ปีนี้การเมืองเดือดแน่นอนนะจ๊ะ!

**อื้อหือ!! สมยศ "ไม่อาย ไม่ออก" ฉายา "คนกีฬา" มาดามแป้ง ได้สวยๆ “ก็แป้งไง จะใครล่ะ”

แสบๆคันๆ ไม่แพ้ฉายารัฐบาล หรือวงการบันเทิง สำหรับ "วงการกีฬา" โดยสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ยึดเอาธรรมเนียมวันสิ้นสุดปี 2565 และมาบอกกล่าว “ฉายาคนกีฬา” เอาวันปีใหม่

ต้องบอกว่า“ฉายา” ต่างๆ ตั้งให้กับ "คนกีฬา" ทั้งนักกีฬา, โค้ช, ผู้บริหาร ทั้งผลงานที่โดดเด่น และความล้มเหลว หรือบุคลิก คาแรกเตอร์ส่วนตัวเอามาเป็นฉายาของแต่ละคน เพื่อเป็นการล้อเลียน หยิกแกมหยอก

นวลพรรณ ล่ำซำ
ที่นี่ขอหยิบยกเอามาพอหอมปากหอมคอก็แล้วกัน เริ่มจาก “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกกท. ได้ฉายา “ผู้ว่าฝ่าลิขสิทธิ์”เนื่องเพราะ ดร.ก้องศักด แม้จะเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนสมาคมกีฬาในประเทศไทย ในการส่งเสริมและพัฒนานักกีฬาไทยในด้านต่างๆ แต่ในเรื่องที่ไม่ถนัด อย่างเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ แม้จะได้รับโจทย์ได้ไม่กี่วันจากรัฐบาล ในการประสานซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาให้คนไทยได้ดู ถึงจะมีปัญหาปัจจัยหลายด้านรุมเร้าถาโถมเข้ามา แต่ก็สามารถปิดดีลในการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาให้คนไทยได้ชม แม้จะมีปัญหาเรื่องไม่เข้าใจกันบ้างจาก กสทช. ที่มีข่าวจะขอเอาเงิน 600 ล้านบาทคืน ก็ตาม และยังประสานดีลดึงลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2022 มาให้คนไทยได้ชม ในแมตช์ที่สอง หลังไม่มีภาคเอกชนให้ความสนใจจนเป็นดรามาดังว่า

มาถึง "ตัวตึง" อย่าง“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้รับฉายา "ไม่อาย ไม่ออก” ขยายความได้ว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พูดถึงผลงานของทีมช้างศึกในยุคนี้ ถือว่าย่ำแย่ และตกต่ำอย่างมาก ทุกชุดต่างพ่ายแพ้เวียดนามเรียบตั้งแต่ชุดเยาวชนไปยันชุดใหญ่ ผลงานในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกก็น่าผิดหวัง, ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งล่าสุดก็แพ้มาเลเซียชวดเข้ารอบชิงชนะเลิศ, ผลงานของทีมชาติ U-23 ปี ก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ถึงขนาดแพ้ให้กับ สปป.ลาว ที่ไม่ว่าชุดไหนทีมไทยก็ไม่เคยเป็นรอง แม้จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง แต่ก็ทำให้แฟนบอลเกิดความเสื่อมศรัทธาอย่างมาก

จนกระทั่งเกิดกระแสแฟนบอลในโลกโซเชียลฯ ต่างพากันไล่ให้ "บิ๊กอ๊อด" ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ แต่"บิ๊กอ๊อด" ก็ไม่รู้สึกร้อนหนาวแต่ประการใด ยังนิ่ง และไม่ออกมาเคลื่อนไหวหรือให้สัมภาษณ์ และก็ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ต่างจากสมัยแรกที่เคยพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า "ใครไม่อาย ผมอาย" แต่ยุคนี้กลับไม่มีความอายในความคิดของ"บิ๊กอ๊อด"

สรุปง่ายๆ "ไม่อาย และไม่ออก"!!

ดร.ก้องศักด ยอดมณี - พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
ขณะที่“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดทีมฟุตบอลชาติไทย ได้ฉายาว่า “ก็แป้งไง จะใครล่ะ”

เมื่อเอ่ยชื่อ “มาดามแป้ง” ก็ต้องคิดถึงฟุตบอล ทั้งสโมสรการท่าเรือและทีมชาติไทย ในยามที่สมาคมกีฬาฟุตบอล
ไทยฯ ไร้ผู้จัดการทีมชาติก็ได้

“มาดามแป้ง” สวมบทนารีขี่ม้าขาวกระโดดเข้ามารับผิดชอบ ทั้งทีมชาติชุดใหญ่ และ ยู-23 ปี ต้องยอมรับว่าไม่มีใครทำได้เช่นนี้แม้กระทั่งผู้ชายอกสามศอก รวมไปถึงการปลุกใจนักเตะด้วยการควักเงินส่วนตัวมาอัดฉีดเป็นรางวัลในการคว้าชัยชนะ ล่าสุด ก็ประกาศอัดฉีดทีมชาติชุดใหญ่ 5 ล้านบาท หากทะลุเข้ารอบตัดเชือกศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ได้สำเร็จ

ส่วน วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้รับ ฉายา‘ตบสาวขวัญใจมหาชน' ด้วยเหตุที่ว่าเมื่อพูดถึงกีฬาวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทยแล้ว แฟนกีฬาทั่วประเทศต้องตอบรับเป็นเสียงเดียวกันว่า "สุดยอด" แถมยังเป็น “ปอบปูลาร์ ฟีเวอร์” จน FIVB สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ มักจะหยิบเอารูป และลีลาท่าทางของนักตบสาวไทยแต่ละคน โดยเฉพาะ "ท่าแดนซ์" เอามาขึ้นหน้าปก ทั้งเว็บ เพจต่างๆ ปี 2565 ถือเป็นปีทองของ “สายเลือดใหม่” ที่สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

ขณะที่รายการชิงแชมป์โลก 2022 ทีมลูกยางสาวไทยก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม มีลุ้นไปโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศสค่อนข้างสูง ปัจจุบันรั้งอันดับ 15 ของโลก และเป็นเบอร์ 3 เอเชีย

นี่ก็เป็นตัวอย่างของฉายา "คนกีฬา" ประจำปี 2565 ที่ผ่านมา ใครว่าเหมาะสม ใครจะดรามาก็เชิญกันตามอัชฌาศัยนะจ๊ะ


กำลังโหลดความคิดเห็น