มติศาล รธน. 7:2 สั่งยุบพรรคไทรักธรรม ตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี ปมลงทุนให้ชาวบ้านทำดอกไม้จันทน์แลกสมัครสมาชิก ทำเพื่อเงินไม่ได้ศรัทธาพรรค ไร้เงา “พีระวิทย์” ส่งทนายมาฟังแทน
วันนี้ (19 ต.ค. ) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งยุบพรรคไทรักธรรม พร้อมเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี กรณีจูงใจให้ประชาชนชาวพิจิตร สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค โดยไม่เสียค่าสมาชิกและค่าบำรุงพรรค ในช่วง 4 พ.ย. 53 แต่มีเงื่อนไขว่าหากสมัครครบ 500 คนขึ้นไป จนสามารถเปิดสาขาพรรคได้ พรรคจะเป็นผู้ลงทุนออกค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์ทำดอกไม้จันทน์ให้ทั้งหมด และพรรคจะรับซื้อดอกไม้จันทน์คืนจากชาวบ้าน ในราคาดอกละ 1 บาท โดยศาลฯเห็นว่า จากการสอบพยานเห็นได้ว่าผู้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้ศรัทธาพรรค ไม่ได้มุ่งหวังจะทำพรรคการเมือง แต่มุ่งหวังได้เงินจากการทำดอกไม้จันทน์ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง
ส่วนที่พรรคและกรรมการบริหารพรรค โต้แย้งว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมอาชีพของชาวนา พรรคไม่ได้ซื้ออุปกรณ์หรือรับซื้อดอกไม้จันทน์ไว้เอง และไม่เคยจูงใจหรือสั่งการให้บุคคลใดจูงใจ ผู้ที่ประสงค์เป็นสมาชิกกลุ่มดอกไม้จันทน์ และไม่เคยสั่งการให้ใครสำรองเงินออกไปก่อน แต่หัวหน้าพรรค เคยให้ข้อมูลว่า ได้รับคำแนะนำจาก กกต. ว่า การสมัครสมาชิกพรรคในลักษณะดังกล่าว ไม่สามารถทำได้ จึงยุติก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง และยอมรับว่า เคยซื้อดอกไม้จันทน์จากสมาชิกไปเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง ขัดมาตรา 30 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ยุบพรรคไทรักธรรม และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของคณะกรรมการบริหารพรรคที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในระหว่างเดือนก.ย. 61 ถึงเดือน ม.ค. 62 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรค ตามมาตรา 92 วรรคสอง มีกำหนดเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค และห้ามกรรมการบริหารพรรคชุดดังกล่าวไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือ เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ภายในเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการมาฟังคำวินิจฉัยในวันนี้ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ไม่ได้เดินทางมาฟังคำวินิจฉัย แต่ได้มอบหมายให้ นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ เป็นตัวแทนมารับฟัง และเมื่อฟังคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้วก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยเดินทางกลับทันที