xs
xsm
sm
md
lg

ตรงเป้า! “ส.ว.วันชัย” ฟันเปรี้ยง “น้องจิ๋มผู้ทรงอิทธิพล” เพจ “3 นิ้ว” แฉ “ส.ต.ท.หญิง” นั่งนักวิชาการ กมธ.วุฒิฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ ส.ต.ท.หญิง ขณะให้การกับตำรวจ จากแฟ้ม
ตีแผ่ระบบอุปถัมภ์โลก! “ส.ว.วันชัย” ซัด ตรงเป้า “น้องจิ๋มผู้ทรงอิทธิพล” เพจ “3 นิ้ว” แฉซ้ำ นั่งกินตำแหน่งนักวิชาการ กมธ.กฎหมาย วุฒิฯ ได้เวลาสางปม “ส.ต.ท.หญิง” กับหลายคำถาม ต่อหลายองค์กร และผู้เกี่ยวข้อง

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (2 ก.ย. 65) นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ทนายวันชัย สอนศิริ ระบุว่า

“เจ๊กร เจ๊นุช และน้องจิ๋ม ผู้ทรงอิทธิพล

เห็นเอะอะโวยวายกันมาก พูดเพราะๆ ก็คือ ระบบอุปถัมภ์ ถ้าหยาบหน่อยก็ระบบของน้องจิ๋ม ที่ไต่เต้าไปใหญ่โต เพราะน้องจิ๋มแท้ๆ ความจริงไอ้ระบบอุปถัมภ์มันมีมาแต่บรรพกาล ฝังรากลึกในสังคมไทย ประเภท...สายโลหิต.. ศิษย์ข้างเคียง.. เสบียงหลังบ้าน.. กราบกรานสอพลอ.. ล่อไข่แดง.. เรื่องอื่นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะเข้าใจได้ แต่ประเภทล่อไข่แดงหรือเอาไข่แดงมาล่อมันก็มีมานานแล้ว ไปดูหนังดูละครเรื่องนางทาส เอาไข่แดงไปให้ท่านขุนฟาดก็ยกระดับเป็นคุณหญิงคุณนาย นางทาสทั่วไปก็หน้าเหวอกันแบ๊ะๆ... ในระบบราชการประเภทเทาๆ อยากได้ดิบได้ดีก็ไต่เต้า เอาเต้าไต่เป็นใหญ่เป็นโต ลอยหน้าลอยตามีให้เห็นกันเยอะแยะ ทั้งข้าราชการทหารตำรวจ ใครอยากได้งานอยากได้เงิน อยากได้โครงการ อยากชนะประมูลก็เอาตัวเข้าปะทะ เอาอวัยวะเข้าแลก รู้ๆ กันอยู่...เมื่อสันดานดิบของมนุษย์มันฝังชิปด้วยกามกิเลส ไม่ว่าจะอยู่ในเพศใด สถานะใด ตำแหน่งใด มันมีกามอยู่ก้นบึ้งทั้งนั้นและมีอวัยวะเพศเป็นตัวกำหนดกาม ทุกคนจึงแพ้น้องจิ๋ม แล้วจะแก้กันอย่างไรล่ะ จะแก้กันที่กิเลสหรือแก้กันที่ระบบ ใครมีสติปัญญาดวงตาเห็นธรรมก็ช่วยแก้กันหน่อยเถอะ ไอ้ที่พูดๆ กันอยู่นั่นมันหลอกๆ กันทั้งนั้น ก็แก้บนแก้ล่างกันอยู่นั่นแหละ

ภาพ ส.ว.วันชัย สอนศิริ วิเคราะห์ “น้องจิ๋ม” ผู้ทรงอิทธิพล จากแฟ้ม
ผมไม่ได้หยาบคาย แต่ต้องยอมรับว่า อวัยวะเพศหญิงนี่ยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นอันตรายต่อพรหมจรรย์ของพระสงฆ์องค์เจ้า และถ้าละเรื่องนี้ไม่ได้ ก็ไม่สามารถจะก้าวไปสู่นิพพานได้ เห็นมั้ยว่ากาม อวัยวะเพศหญิงยิ่งใหญ่สุดๆ ทั้งประเทศทั้งโลก สร้างบ้านแปลงเมืองก็วนเวียนอยู่กับเรื่องพวกนี้ทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร เสียงเพลง ดนตรี เครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าหน้าผม ชีวิตความเป็นอยู่ ขั้นสุดท้ายคือ เพศสัมพันธ์ สร้างลูกสร้างหลาน สร้างคนสร้างประเทศ จะรักกันปานจะกลืนกินมากแค่ไหนเป็นเวลาเท่าใด ในที่สุดถ้าบอกว่าฉันไม่มีอวัยวะเพศเท่านั้น.. วงแตกไปคนละทิศคนละทาง ตกลงมันรักตัวเราหรือมันรักอวัยวะเพศ ที่ผมพูดนี้เพื่อให้เห็นว่าเรื่องเซ็กซ์เรื่องอวัยวะเพศมันใหญ่มากและใหญ่จริงๆ ใหญ่จนกระทั่งหน้ามืดตามัว น้องจิ๋มจึงเป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริง สร้างสมบัติพัสถานได้มากมาย สร้างความใหญ่โตได้เยอะแยะทั้งในประวัติศาสตร์และปัจจุบัน เรื่องเจ๊กรหรือเจ๊นุช จึงไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไร เป็นเพียงแต่ขยะที่อยู่ใต้พรม หรือฝีแตกเท่านั้นเอง จบเรื่องเจ๊กรเจ๊นุชแล้ว น้องจิ๋มก็ยังมีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชในประเทศนี้และในโลกนี้อีกต่อไป หรือใครว่าไม่จริง... แต่ถ้าต้องการลด ละ เลิก ห่างไกลจากกามกิเลส ก็ไปสวดมนต์ปฏิบัติธรรมที่วัดไก่เตี้ย ทุกวันเสาร์ 18.00 น.เป็นต้นไปนะครับ รับรองสงบร่มเย็น...

ภาพ เพจสนับสนุน 3 นิ้ว แฉซ้ำ ขอบคุณข้อมูล-ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก การเมืองไทย ในกะลา
ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก การเมืองไทย ในกะลา โพสต์ ภาพพร้อมข้อความ เกี่ยวกับเรื่องฉาว ส.ต.ท.หญิง ระบุว่า

งามทั้งข้างนอก งามทั้งข้างใน
งามข้างนอก คือ “งามหน้า”
งามข้างใน คือ “งามไส้” 😂😂😂😂
Cr.ภาพ : บอล ธนวัฒน์ วงค์ไชย

โดยภาพ แฉข้อมูลการได้รับแต่งตั้งเป็น นักวิชาการ ประจำคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ของวุฒิสภา อีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ที่มาที่ไปของคดี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม หรือ เจ๊นุช มีการอ้างว่า เป็นภรรยาน้อยของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเป็นข่าวดัง กรณีทุบตีทำร้ายร่างกาย ส.ต.หญิง ปัทมา ศิริรัตน์ ซึ่งเป็นทหารรับใช้ในบ้าน และต่อมา พบว่า การเข้ารับราชการตำรวจไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ มีการยกเว้นเพื่อให้ “เจ๊นุช” ได้เป็นตำรวจ

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า มีชื่อไปช่วยราชการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่ปรากฏว่า ไม่เคยไปอยู่ในพื้นที่ และความจริงเจ้าตัวอยู่ที่จังหวัดราชบุรี จนเกิดเหตุฉ่าวโฉ่ถึงวันนี้

เรื่องดังกล่าวกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในหลายแง่มุม ตั้งแต่เป็นตำรวจมีทหารรับใช้ได้อย่างไร ส.ว.เป็นสามีของ “ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์” จริงหรือไม่ และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ “ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์” ได้เป็นตำรวจ อีกทั้งผลักดันให้ชื่อสาวเจ้าไปช่วยราชการทหารอีก แต่นั่งกินนอนกินภาษีประชาชนอยู่ที่จังหวัดราชบุรี

เวลาเดียวกัน ก็มีชื่อมีตำแหน่งในคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา รับเบี้ยประชุมอีกเด้ง ทั้งยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เมื่อเดือน ม.ค. 64

กระทั่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม อักษรย่อ “ธ” ที่ถูกกล่าวอ้างว่า เป็น ส.ว.ก็ถูกเปิดเผย โดย “แจ๊ค” วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ่ายรูปป้ายที่สลักชื่อ “กรศศิร์ กับ ธานี” คู่กัน ติดไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้สนับสนุนปัจจัยในการซ่อมบำรุงศาลาวัด

ภาพ “ธานี อ่อนละเอียด” ส.ว.ที่ตกเป็นข่าว จากแฟ้ม
วันเดียวกัน เมื่อชื่อแดงขึ้น “ธานี อ่อนละเอียด” ส.ว.ที่ตกเป็นข่าว ออกหนังสือชี้แจงว่า นายธานี หย่าร้างมาเกือบ 30 ปีแล้ว ตอนนี้โสด แต่ยอมรับว่า เคยสนิทสนมกับ ส.ต.ท.กรศศิร์ และได้ขาดการติดต่อกันมานานแล้ว

ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า มีการทำร้ายร่างกายกันของผู้หญิง 2 คน มีการดำเนินคดีกันที่ศาลจังหวัดราชบุรีนั้น เป็นข้อพิพาทของบุคคล 2 คน ส่วนตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจ

อย่างไรก็ตาม สำหรับการกล่าวหาว่าได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลายสถาบันหลายองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันวุฒิสภานั้น นายธานี ระบุว่า คงต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจริยธรรมของวุฒิสภา และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ พร้อมแสดงข้อเท็จจริงต่อกระบวนการตรวจสอบ หากคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมของทั้ง 2 หน่วยงานมีมติประการใด

งานนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่อาจปฏิเสธการสอบจริยธรรมได้เลย คือ ป.ป.ช. และคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานคณะกรรมการ โดยก่อนหน้าออกมาแบะท่าว่าจะ “ยก” คำร้องของวัชระ โดยอ้างว่า ไม่ได้ระบุตัวบุคคลจะให้สอบ ส.ว.คนใด

แต่นาทีนี้ “พล.อ.สิงห์ศึก” คงต้องใช้ความตรงไปตรงมาเป็นที่ตั้งในการสอบข้อเท็จจริง เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของวุฒิสภา และต้องสะสางข้อสงสัยให้กระจ่างว่า “ธานี” ได้ใช้อำนาจหน้าที่ ส.ว. อำนาจ สนช.ในทางมิชอบ เพื่อช่วย ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ หรือไม่ อย่างไร

เท่านั้นไม่พอ กลไก “คณะกรรมาธิการ” ยังออกมาเคลื่อนไหว โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ย. คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญกองบัญชากองทัพไทย และกองรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เข้าชี้แจงต่อคณะ กมธ.

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภา ก็จะได้ออกหนังสือเชิญ ส.ต.หญิง ปัทมา มาให้ข้อมูล และยังตั้งเป้าเชิญผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ 1. นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. 2. พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว. และประธานคณะ กมธ.ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ในฐานะอดีตประธาน กมธ.การกฎหมายฯ สนช. ที่ลงชื่อแต่งตั้ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ เป็นที่ปรึกษา กมธ.การกฎหมายฯ สนช. และ 3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต กมธ.การกฎหมายฯ สนช.เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อคณะ กมธ.ด้วย...(จากไทยโพสต์)

แน่นอน, ประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ ปัญหาที่อยู่ใต้พรมของผู้มีอำนาจ บารมี ตั้งแต่เป็น สนช.กระทั่งเป็น ส.ว. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับอำนาจ จึงทำอะไรโดยลุแก่อำนาจ โดยเฉพาะประเด็นที่ ส.ว.วันชัยสะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุด

บางทีอำนาจวาสนา ถ้าใช้ในทางที่ถูกต้อง เป็นคุณต่อสังคม ประชาชน ประเทศชาติ ก็ถือว่า เป็นการทำความดีที่น่ายกย่อง แต่ถ้าใช้ไม่ถูกทาง ลุแก่อำนาจ ทำตัวเหนือกฎหมาย ช่วยคนที่ต้องการ “ไต่เต้า” ด้วยระบบอุปถัมภ์ค้ำชู แถมเบียดบัง “กินเงินภาษีประชาชน” อย่างนี้เขาเรียกอะไรก็ลองคิดดู

เหนืออื่นใดใช่ว่า คนที่ถูกกล่าวหาจะมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา จนกว่าการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย จะสรุปผลออกมา ซึ่งอีกไม่นานก็คงจะรู้ผล หรือว่า ก็แค่ “มวยล้ม” ต้นคนดู ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป