xs
xsm
sm
md
lg

“วิษณุ” เผยหลายหน่วยเร่งติดตาม “บอส” แต่ไร้เงา ก้าวไกลชี้สังคมกังขากระบวนการยุติธรรมเหลื่อมล้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รองนายกฯ แจงความคืบหน้า ติดตามตัว “บอส อยู่วิทยา” เผย หลายหน่วยงานเร่งติดตาม แต่ยังไม่พบตัว ขณะ ป.ป.ช.เต็มคณะกำลังตรวจสอบ 15 รายชื่อผู้มีเอี่ยวตามรายงานของ “วิชา มหาคุณ” ด้าน สตช.กำลังพิจารณาโทษวินัย พ.ต.อ.บางคนที่เกี่ยวข้อง ก้าวไกลตามอัดรัฐบาล ชี้ สังคมกังขา เกิดความเหลื่อมล้ำกระบวนการยุติธรรม คนรวยยังไม่ถูกลงโทษทางกฎหมาย

วันนี้ (11 ส.ค.) เวลา 13.25 น. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการติดตามเร่งรัด จับกุมตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง กรณีขับรถชนตำรวจตาย เมื่อปี พ.ศ. 2555 คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน กรณีนี้ถือเป็นความเหลื่อมล้ำทางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ที่ยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ที่มีฐานะร่ำรวยมาลงโทษทางกฎหมายได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงว่า ความคืบหน้า หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบชุดที่มี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธานตรวจสอบ ได้ส่งเรื่องให้รัฐบาลเมื่อปี 2563 และรัฐบาลส่งให้ ปปท. ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปอีก 5 หน่วยงาน คือ 1. ป.ป.ช. ที่ต้องตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบ มีรายชื่อต้องตรวจสอบ 19 รายชื่อ ตามที่คณะกรรมการชุดของนายวิชา รายงานมา พบว่า มีผู้ถูกกันไว้เป็นพยาน 2 คน ไม่เกี่ยวข้อง 2 คน เหลืออีก 15 คน จากนั้น ป.ป.ช.เต็มคณะได้มีการไต่สวน ยังอยู่ในกระบวนการไต่สวน ตรวจสอบ 2. สำนักงานอัยการสูงสุด เนื่องจากมีอัยการที่ถูกตรวจสอบ ทางอัยการตั้งกรรมการตรวจสอบ ต่อมามีคำสั่งลงโทษทางวินัยรองอัยการสูงสุดในขณะนั้น ให้ออกจากราชการ และอีกคนกำลังถูกสอบวินัยร้ายแรง ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

3. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รัฐบาลส่งให้ตรวจสอบ พร้อมกับให้รับเป็นคดีพิเศษ ชั้นต้นคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เห็นว่า ไม่มีเหตุให้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะอยู่ในการตรวจสอบของหน่วยงานอื่นแล้ว แต่คณะกรรมการคดีพิเศษ เห็นว่า บางประเด็นน่าจะรับเป็นคดีพิเศษ และชี้ประเด็นให้คณะอนุกรรมการรับไป แต่เนื่องจากยังไม่ถึงวงรอบการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่อีกไม่กี่วันนี้ จะถึงวงรอบการประชุมอีกครั้ง และคงจะได้รับทราบว่าจะมีการรับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่

4. สภาทนายความ ที่ตรวจสอบทนายความที่เกี่ยวข้อง ที่กำลังใกล้จะปิดสำนวนการตรวจสอบ

5. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีนายตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายราย โดย ผบ.ตร.ให้สอบทั้งทางวินัย อาญา พร้อมกับแก้ระเบียบตามคำแนะนำ เพื่อทำให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เบื้องต้นในการตรวจสอบ ให้ยุติเรื่องการตรวจสอบตำรวจบางราย ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี ขณะที่นายตำรวจยศ พ.ต.อ.บางคน ต้องตรวจสอบเพิ่มเพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าจะมีการลงโทษวินัยหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ

“หลายเรื่องการตรวจสอบยังไม่จบ ตามที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามมาตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ยังมีการตรวจสอบอยู่จากหลายหน่วยงานเข้าใจว่า น่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนสิงหาคม” นายวิษณุ กล่าว
นายธีรัจชัย กล่าวอีกว่า การตอบคำถามของนายวิษณุ เป็นแบบกว้างๆ ย่อๆ ไม่ระบุ แต่สำหรับคณะกรรมการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ของ สนช. ที่เป็นน้องชาย รองนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นคณะกรรมการ ยังไม่มีใครทำอะไร เพราะถูกระบุว่า มีส่วนเกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงความเร็ว ที่ส่งผลต่อคดี มีผลให้สั่งไม่ฟ้อง นอกจากนี้ นับแต่ เม.ย. 2560 นายวรยุทธ หนีออกไปต่างประเทศ รัฐบาลมีความตั้งใจในการติดตามนายวรยุทธมาดำเนินคดีหรือไม่
นายวิษณุ ชี้แจงอีกครั้งว่า การสั่งย้ายตำรวจที่ทำคดีนี้ เป็นการย้ายตามปกติ ไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อ 2 ปีแล้ว การติดตามตัว หน่วยที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้กระบวนการติดตามตัวเหมือนกับผู้ต้องหาคนอื่นที่หลบหนีไปต่างประเทศ สตช.ดำเนินการติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลในประเทศต่างๆ ที่คาดว่า ผู้ต้องหาจะไปหลบหนีคดี แต่ก็ยังไม่พบหลักฐาน การผ่านเข้า-ออกในประเทศนั้นๆ หนังสือเดินทางนายวรยุทธ หมดอายุไปแล้ว ยังไม่พบการขอออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจติดต่อไปยังตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล เพื่อขอตรวจสอบในทางลับด้วย แต่ยังไม่พบความคืบหน้า โดยตำรวจได้ติดตามในทางลับอื่นด้วย เท่าที่พอยกตัวอย่างได้ ได้ติดตามญาติที่เดินทางไปต่างประเทศ เผื่อว่า จะมีการไปพบปะติดต่อกัน แต่ก็ยังไม่พบผู้ต้องหา

“นายวรยุทธ ที่เป็นผู้ต้องหา ยังมีคดีติดตัว 2 คดี คือ 1. คดีทางยาเสพติด แต่จากการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดเมื่อเร็วๆ นี้ ลดโทษจำคุกจากการลงโทษที่สูงให้ลดลงมา พลอยทำให้อายุความลดลงตามไปด้วย เป็นเหตุให้อายุความยาเสพติด สิ้นสุดลง คือ หมดอายุความไปแล้ว 2. ข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงความตาย นับจากวันนี้ ยังอยู่ในอายุความอีก 5 ปี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ยืนยัน จะใช้กระบวนการต่างๆ ที่มีอยู่ ความร่วมมือกับต่างประเทศ และการใช้ช่องทางต่างๆ ในการร่วมมือกับต่างประเทศติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนผู้ถูกกล่าวหาคนอื่นๆ ที่อยู่ในประเทศ เรื่องทั้งหมดยังอยู่ใน ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้อง 15 คน มีทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน ซึ่งยังอยู่ในสำนวน ป.ป.ช. และทางรัฐบาลยินดีให้ความร่วมมือตรวจสอบอย่างเต็มที่” นายวิษณุกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น