xs
xsm
sm
md
lg

ศาล ปค.นครสวรรค์ ชี้ อธิบดีกรมโรงงานเพชรบูรณ์-อบต.คลองกระจัง ละเลยหน้าที่สั่งแก้ปล่อยน้ำเสีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศาล ปค.นครสวรรค์ ชี้ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพชรบูรณ์-อบต.คลองกระจัง ละเลยปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยบริษัทกำจัดขยะก่อความเดือดร้อนชาวบ้าน สั่งเร่งแก้ไขใน 30 วัน ควบคุมน้ำให้ปลอดภัยก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ-อุดกลบบ่อน้ำบาดาลป้องกันปนเปื้อน

วันนี้ (5 ส.ค.) ศาลปกครองนครสวรรค์ ได้มีคำพิพากษาให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.โรงงาน 2535 ในการควบคุมกำกับดูแลการประกอบกิจการโรงงานของบริษัท เอกอุทัย จำกัด ให้เป็นไปตามที่ได้รับการอนุญาตรวมทั้งดำเนินการระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน30วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และดำเนินการให้บริษัทฯจัดทำแผนฟื้นฟูแหล่งน้ำ ผิวดินและน้ำใต้ดิน และดำเนินการตามแผนดังกล่าวให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ปรับปรุงแก้ไขน้ำภายในโรงงานให้มีสภาพปลอดภัยก่อนปล่อยลงสู่ธรรมชาติ และดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาลเพื่อป้องกันการปนเปื้อนไปสู่พื้นที่อื่นๆ ตามข้อเสนอแนะและผลการตรวจของพยานผู้เชี่ยวชาญ โดยให้รายงานผลการดำเนินการดังกล่าวให้ศาลทราบ จนกว่าเหตุเดือดร้อนรำคาญจะหมดสิ้นไป

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านม่วงชุม ต.คลองกระจัง อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองกระจัง และนายก อบต.คลองกระจัง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-4 ไม่ควบคุมกำกับดูแลการประกอบกิจการฝังกลบสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ของ บริษัท เอกอุทัย จำกัด ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวน ฝุ่นฟุ้งกระจาย ปล่อยน้ำเสียออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้น้ำบนผิวดินและน้ำใต้ดินมีสารปนเปื้อนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

ส่วนที่ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว ระบุเหตุผลว่า อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาต อนุมัติ สั่งการ หรือดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรงงาน 2535 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังตามรายงานผลตรวจสอบของพยานผู้เชี่ยวชาญกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมควบคุมมลพิษ ว่า พบค่าโลหะหนัก สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และสารพิษต่างๆ ในบ่อน้ำโรงงานและบ่อน้ำของชาวบ้านภายนอกโรงงานมีค่าเกินมาตรฐานประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2543 ออกตามความใน พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำใต้ดิน และพบค่าไอระเหยสารอินทรีย์มีค่าเกินระดับที่สามารถรับรู้กลิ่นได้ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และผลตรวจสอบสารอินทรีย์ระเหยง่ายของอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและบริษัทฯที่ตรวจพบสารไวนิลคลอไรด์ในบ่อสังเกตการณ์ที่ 3 และที่ 9 มีค่าเกินมาตรฐาน การที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ได้พิจารณาสั่งการให้บริษัทประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขตามที่ได้รับการอนุญาต จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ส่วนอบต.คลองกระจัง และนายก อบต.คลองกระจัง ไม่ได้มีมาตรการใดๆ เพื่อระงับและแก้ไขเหตุรำคาญดังกล่าวให้หมดสิ้น จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเช่นกัน

จึงพิพากษาให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.โรงงาน 2535 ในการควบคุมกำกับดูแลการประกอบกิจการโรงงานของบริษัทเอกอุทัย จำกัด ให้เป็นไปตามที่ได้รับการอนุญาตตามประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2541 ออกตามความใน พ.ร.บ.โรงงาน 2535 เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ.โรงงาน 2535 และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 รวมทั้งดำเนินการระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการของบริษัทฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด หากบริษัทฯไม่ดำเนินการ ให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้อำนาจตามมาตรา 39 พ.ร.บ.โรงงาน 2535 แล้วแต่กรณีกับบริษัทฯต่อไป ให้ อบต.และนายก อบต.คลองกระจังใช้อำนาจตามมาตรา 28 พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หรือมาตรา 28/1 ระงับเหตุรำคาญที่เกิดจากการประกอบกิจการของบริษัทฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมด ดำเนินการให้บริษัทฯ จัดทำแผนฟื้นฟูแหล่งน้ำ ผิวดิน และน้ำใต้ดิน และดำเนินการตามแผนดังกล่าวให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน และปรับปรุงแก้ไขน้ำภายในโรงงานให้มีสภาพปลอดภัยก่อนปล่อยลงสู่ธรรมชาติ และดำเนินการอุดกลบบ่อน้ำบาดาลเพื่อป้องกันการปนเปื้อนไปสู่พื้นที่อื่นๆ ตามข้อเสนอแนะและผลการตรวจของพยานผู้เชี่ยวชาญ และรายงานผลการดำเนินการดังกล่าวให้ศาลทราบ จนกว่าเหตุเดือดร้อนรำคาญจะหมดสิ้นไป


กำลังโหลดความคิดเห็น