xs
xsm
sm
md
lg

“สมศักดิ์ เจียม” ซัด “ทักษิณ” ปีหน้าจะกลับบ้าน “มุกเดิม” กับเสียงปืนแตกจะกลับมานำ ย้อน “8 คดีทุจริต” คุก 12 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ บรรยากาศคนเสื้อแดง ฟัง “ทักษิณ” โฟนอิน “ปีหน้าจะกลับบ้าน” ขอบคุณข้อมูล-ภาพจากมติชน
หลอกเสื้อแดง! “สมศักดิ์ เจียม” ซัด “ทักษิณ” บอก “ปีหน้าจะกลับบ้าน” ไม่มีมุกอะไรใหม่ เหมือนกับ “ถ้าเสียงปืนแตก จะกลับไปนำประชาชน” ย้อน “8 คดีทุจริต” โทษคุก 12 ปี ชนักติดหลัง โจทย์ใหญ่ที่ใครจะกล้า “นิรโทษ”

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (24 ก.ค. 65) เพจเฟซบุ๊ก Somsak Jeamteerasakul ของ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ลี้ภัยคดี 112 ที่ฝรั่งเศส โพสต์ข้ความระบุว่า

“ปีหน้าจะกลับบ้าน” สะท้อนว่า ไม่มีมุกอะไรมากกว่า วิธีพูดแบบนี้กับประชาชนอีสาน เพราะไม่มีอะไรใหม่ (เหมือน “ถ้าเสียงปืนแตก จะกลับไปนำประชาชน” ในอดีต) ความจริงน่าจะเรียนรู้ได้แล้วว่าไม่เป็นจริง พูดแล้วเป็นเรื่องน่าหัวร่อ
https://www.matichon.co.th/politics/news_3469800

ทั้งนี้ “มติชน” รายงานข่าว เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2565 ถึงบรรยากาศภายหลัง นายพายัพ ชินวัตร ผู้ดูแล ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย (พท.) น้องชายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมพบปะและทานอาหารเย็นร่วมกับเครือข่ายคนเสื้อแดง 20 จังหวัดภาคอีสาน พร้อมขับเคลื่อน “ครอบครัวเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั่วประเทศ”

แกนนำได้ประกาศแจ้งให้มวลชนร่วม 400 คน อย่าเพิ่งเดินทางกลับจะมีเซอร์ไพรส์ “อดีตนายกฯ ทักษิณ” โฟนอินจากเมืองดูไบมาพูดคุยกับครอบครัว พท. พร้อมร่วมเป่าเค้กและส่งเสียงขับร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 73 ปี ด้วย

โดย นายพายัพ เป็นผู้กล่าวทักทายพี่ชาย ซึ่งอดีตนายกทักษิณ ได้กล่าวว่า “ขอให้ความสุขทั้งหลายมีกับทุกท่าน มีสุขภาพ มีกำลังใจการต่อสู้รัฐบาลที่ตะแบงเก่ง ทั้งที่ประชาชนไม่เอาก็ตะแบงอยู่อย่างนี้ น่ากลัวมากประเทศ ผมคิดว่าเลือกตั้งคราวหน้า ประชาชนตัดสินใจลงโทษได้ชัดเจน ผมมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยทำได้

ปีที่แล้วพวกเราก็จัดวันเกิดให้ทุกปี ปีนี้เป็นปีสุดท้ายนะ ปีหน้าเราเจอกันที่เมืองไทยก็แล้วกัน เมื่อกลับไปจะกลับไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนทุกจังหวัด ทุกอำเภอ” ท่ามกลางเสียงดีใจและตบมือของบรรดามวลชน

อย่างไรก็ตาม ปมเงื่อนที่น่าจับตามอง หาก “ทักษิณ” จะกลับไทยจริง ก็คือ จะเอาอย่างไรกับ “8 คดีทุจริต” โทษคุก 12 ปี ที่เป็นชนักติดหลังอยู่ในเวลานี้

ภาพ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซัด ทักษิณ ไม่มีมุกใหม่ จากแฟ้ม
โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565 “ทักษิณ” ก็เคยพูดว่า “หวังว่า ปี 2565 ผมจะเป็นของขวัญให้คนไทย ไปทำงานรับใช้คนไทยและประเทศไทย แล้วไปช่วงไหนเมื่อไหร่ ผมจะกระซิบน้องอิ๊ง (แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก) คนเดียว น้องอิ๊งจะเป็นคนบอกคนเดียว คนอื่นไม่บอก ...ไม่ได้ มันเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ ...ไม่เป็นภาระคนไทยแน่นอน” โทนี่ วู้ดซัม หรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านไลฟ์สด CARE Talk x CARE ClubHouse ตอน “ถอดบทเรียนสึนามิเพื่อกู้วิกฤตโควิด ประเทศจะรอดผู้นำต้องฉลาดจริงไหม?”

จากนั้น “กรุงเทพธุรกิจ” ก็ได้รวบรวมคดีของ “ทักษิณ” มานำเสนอ พบว่า นายทักษิณ มีคดีที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก รวมถึงคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนี้

พิพากษาจำคุก 6 คดี รวมโทษ 12 ปี
1. คดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่มีการกล่าวหาคุณหญิงพจมาน ชินวัตร (ภริยานายทักษิณ และนามสกุลขณะนั้น) และนายทักษิณ ในการซื้อที่ดินจำนวน 33 ไร่ 78 ตร.ว. ราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2551

โดยก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะพิพากษาคดีดังกล่าว นายทักษิณ ได้เดินทางออกนอกประเทศ โดยอ้างว่าไปดูการแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศจีน และหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด ทำให้ศาลฎีกาฯอ่านคำพิพากษาลับหลัง จำคุกนายทักษิณ 2 ปี และยกฟ้องคุณหญิงพจมาน

ปัจจุบันคดีดังกล่าวหมดอายุความแล้ว

2. คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า คดีหวยบนดิน โดยศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุกนายทักษิณ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การสั่งการของจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น เงินที่จ่ายเกินไปกว่ารายได้ของการจำหน่ายสลากจึงถือว่าก่อให้เกิดผลขาดทุนแก่รัฐ

3. คดีสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) อนุมัติเงินกู้สินเชื่อ 4,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลสหภาพพม่า ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม)

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีนายทักษิณสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) อนุมัติเงินกู้สินเชื่อจำนวน 4,000 ล้านบาท แก่รัฐบาลสหภาพพม่า โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน เพื่อนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้ในการซื้อสินค้าและบริการของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น

4. คดีให้บุคคลอื่น (นอมินี) ถือหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แทน โดย บริษัท ชินคอร์ป เป็นคู่สัญญาต่อหน่วยงานของรัฐ และเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นในกิจการโทรคมนาคม โดยศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา แบ่งเป็น ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำคุก 2 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น จำคุก 3 ปี

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า นายทักษิณ ดำเนินการดังกล่าวเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ซึ่งได้รับสัมปทานดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท. ชื่อขณะนั้น) และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือบริษัท ดีพีซี ได้รับสัมปทานดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท. ชื่อขณะนั้น) โดยทั้ง 2 บริษัทเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ชินคอร์ป ซึ่งจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ให้ทั้ง 2 บริษัทได้รับคืนเงินภาษีสรรสามิตที่ชำระแล้ว โดยมีสิทธินำไปหักออกจากค่าสัมปทานที่ต้องนำส่งให้ ทศท. และ กสท. เป็นผลให้ ทศท. และ กสท. ได้รับความเสียหาย

ยกฟ้อง 2 คดี
5. คดีกล่าวหาว่าอนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าไปบริหารจัดการแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPI

คดีดังกล่าวศาลฎีกาฯได้ยกฟ้อง ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เป็นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิพากษายืนยกฟ้องตามเดิม

6. คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้สินเชื่อเครือกฤษดามหานคร กว่าหมื่นล้านบาทโดยทุจริต โดยศาลฎีกาฯ พิพากษายกฟ้องนายทักษิณ จำเลยที่ 1 โดยเห็นว่า คำว่า ‘ซุปเปอร์บอส’ หรือ ‘บิ๊กบอส’ ที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้สั่งการ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า คือ นายทักษิณ

ภาพ คนเสื้อแดงเบิร์ดเดย์อวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 73 ปี “ทักษิณ” ขอบคุณข้อมูล-ภาพจากมติชน
2 คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.
7. คดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ลอตสอง จำนวน 8 สัญญา ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการแจ้งผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม รวมถึงชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น้องสาวนายทักษิณ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่ม “วังน้ำยม” และน้องสาวของนายทักษิณด้วย

กรณีนี้องค์คณะไต่สวนชุดใหญ่ (มีกรรมการ ป.ป.ช. 9 รายเป็นองค์คณะ) ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับ “ผู้ถูกกล่าวหาสำคัญ” ในคดีนี้ไปแล้วทั้งหมด และรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว คาดว่าในช่วงต้นปี 2565 จะมีบทสรุปออกมา

8. คดีกล่าวหาการอนุมัติสั่งซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 และ A340-600 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2545-2547 ทำให้การบินไทยมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น

โดยปรากฏชื่อของนายทักษิณ อดีตนายกฯ นายสุริยะ อดีต รมว.คมนาคม และ นายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีต รมช.คมนาคม 3 นักการเมืองชื่อดังเป็นผู้ถูกกล่าวหาร่วมกับ นายทนง พิทยะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ นายกนก อภิรดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีการตั้งองค์คณะไต่สวนชุดใหญ่เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในคดีแล้ว

อย่างไรก็ดีทั้ง 2 คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการไต่สวนในชั้น ป.ป.ช. ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหาทุกรายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์...

แน่นอน, ประเด็นที่น่าวิเคราะห์ ก็คือ “ทักษิณ” จะกลับมาจริง หรือไม่? ด้วยเงื่อนไขอะไร

ดูเหมือนพักหลัง “ทักษิณ” พูดถึงเรื่อง “กลับไทย” หลายครั้ง จนน่าเชื่อว่า จะกลับมาจริง แต่หลายคนยังเชื่อว่า ไม่กลับมา คำพูดของ “ทักษิณ” เป็นแค่คำพูดที่หวังผลทางการเมืองเท่านั้น

ประเด็นก็คือ ถ้า “ทักษิณ” กลับมา สิ่งแรกที่จะต้องเกิดขึ้นก็คือ การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการ “รับโทษ” ที่ถูกศาลฯตัดสินจนถึงที่สุดไปแล้ว และยังไม่ขาดอายุความ การ “สู้คดี” ในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ตามที่กล่าวมาแล้ว นี่คือ ช่องทางปกติ

แต่ถ้า “ช่องทางพิเศษ” พรรคเพื่อไทยจะต้องชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ และกุมเสียงในรัฐสภาได้เป็นส่วนใหญ่ จากนั้นก็ออกกฎหมาย “นิรโทษ” ให้กับ “ทักษิณ” โดยที่คนไทย ไม่มีการเคลื่อนไหวต่อต้าน หรือ ชุมนุมประท้วงเหมือนเมื่อครั้ง กปปส. ประท้วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้ ส.ส.ของพรรคผลักดัน “นิรโทษกรรมสุดซอย” ช่วย “ทักษิณ”

ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่มีการชุมนุมประท้วง เชื่อว่า คำตอบทุกคนรู้อยู่แก่ใจ เพราะชัดเจนอยู่แล้วว่า การทำเช่นนี้ ไม่ต่างจาก “เผด็จการรัฐสภา” ต่อให้ดันทุรังจะทำให้ได้ ก็อาจเสี่ยงกับปัญหาความรุนแรงทางการเมืองอีกครั้ง

เมื่อเป็นเช่นนี้ คำพูดของ “ทักษิณ” เรื่องกลับไทย จึงอาจไม่จริงจัง เพราะทุกครั้งที่พูดเห็นได้ชัดว่า ต้องการสร้างกระแส หรือ แค่โยนหินถามทาง กับคนไทยว่า คิดอย่างไรกับเรื่องนี้

ส่วนกับคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ชัดเจนว่า “ทักษิณ” ต้องการพูดเพื่อดึงดูดคนเสื้อแดงมาร่วมกับ “ครอบครัวพรรคเพื่อไทย” และเลือกพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

โดย “ทักษิณ” และแกนนำพรรคเพื่อไทย รู้อยู่แล้วว่า คนเสื้อแดง และคนอีสาน ยัง “รักทักษิณ” และต้องการให้กลับมาบริหารประเทศ ดังนั้นแค่ “ทักษิณ” บอกว่าจะกลับมาแค่นั้น โดยที่ไม่รู้ว่าจะมาได้อย่างไร หรือไม่ แค่นี้คนเสื้อแดง และคนอีสานก็มีความหวัง และตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อเอา “ทักษิณ” กลับบ้านแล้ว

หรือพูดให้ชัดก็คือ หลอกคนเสื้อแดง และคนอีสาน เหมือนกับที่เคยหลอกว่า “เสียงปืนแตกเมื่อไหร่ จะกลับมานำมวลชนเสื้อแดงสู้” เมื่อปี 53 อย่างที่ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” จับทางได้นั่นแหละ “ทักษิณ” คงไม่กล้ากลับมาติดคุกตอนแก่ หรือไม่จริง?


กำลังโหลดความคิดเห็น