xs
xsm
sm
md
lg

รวมความย้อนแย้ง"ก้าวไกล-ก้าวหน้า"ดูตัวเองก่อนวิจารณ์ รบ.เรื่องโควิด?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ความย้อนแยง "ก้าวไกล-ก้าวหน้า"ปากโจมตีรัฐบาลเรื่องการบริหารงานโควิด-19 แต่ตัวเองรีบดอดไปฉีดวัคซีนก่อนประชาชน บิดเบือนข้อมูลหวังดิสเครดิตการเมือง โดยไม่ดูพฤติกรรมตัวเอง?

เดือนเมษาฯนี้ ไม่ใช่ฤดูอันแปรปรวนเดี๋ยวร้อน-ฝนตก เพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจนับรวมถึงการแสดงออกทางการเมืองของบางกลุ่มด้วย?

เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก "พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า" ของพลพรรคสีส้ม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องโควิด-19 ที่ออกมาดาหน้าถล่มโจมตีรัฐบาลชนิดไม่เว้นแต่ละวัน

ประเด็นที่น่าสนใจ หลายครั้งสิ่งที่ พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า ออกมาโจมตีดังกล่าว ล้วนแล้วแต่ "ย้อนแยง"กับ "ความเป็นจริง"ในสิ่งที่ตัวเองทำเสมอ

เช่น กรณีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" แกนนำก้าวไกล เคยทวิตข้อความแซะรัฐบาลเมื่อ 7 เม.ย. 2564 ว่า พร้อมฉีดวัคซีน แต่ตราบใดที่ปริมาณวัคซีนยังมีจำกัด จะไปแย่งประชาชนฉีดได้อย่างไร ถัดมาสัปดาห์เศษ เมื่อ 16 เม.ย. 254 วิโรจน์ และพลพรรคก้าวไกล ไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตามประกาศของรัฐสภาโดยทันที ไม่ห่วงแล้วว่าประชาชนจะต้องได้ฉีดก่อน? จนชาวโซเชียลฯออกมาถล่มถึงท่าทีและพฤติกรรมปากอย่างใจอย่าง หาความน่าเชื่อถือได้ไม่

เป็นเหตุให้ "เดอะแด๊ก"นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกเย้ยหยันว่า นายวิโรจน์ด้อยค่ามาก โลเล กลับไปกลับมา เชื่อถือไม่ได้ ดีแต่พูดแบบนักโต้วาที

"ปากบอกว่าจะไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ก่อนประชาชน แต่พอสภาฯ ให้ฉีดก็รีบประกาศจะไปฉีด พอโดนโซเชียลถล่มว่ากลืนน้ำลายตัวเอง ก็ยังไปแต่ไม่กล้าฉีด สะท้อนให้เห็นถึงความโลเล ไม่สามารถฝากผีฝากไข้ได้ ปากกับใจไม่ตรงกัน เป็นได้แค่แขกรับเชิญ"

ทราบมาว่า ทีมแพทย์ของ กระทรวงสาธารณสุข วุ่นวายและเสียเวลาเป็นอย่างมาก หลังก่อนหน้านี้เตรียมการอำนวยความสะดวกให้ท่านส.ส.ผู้นี้ เป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็มายกเลิก

อย่างไรก็ตามสำหรับ ข้อเท็จจริงเรื่องปริมาณวัคซีนโควิด-19 ณ ขณะนี้ ไทยมีคำสั่งซื้อวัคซีนไม่น้อยกว่า 6 ล้านโด๊ส เบื้องต้นตอนนี้นำเข้าจากแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านโด๊ส โดยเป็นของซิโนแวคนำเข้ามาแล้วอย่างน้อย 2 ล้านโด๊ส ยังเหลือลอต 5 แสนโด๊สที่จะนำเข้ามาในเดือน เม.ย.ให้ครบถ้วน

ขณะที่ของแอสตร้าเซนเนก้า
นำเข้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 1.7 แสนโด๊ส และพร้อมฉีดให้ประชาชนทั่วไปตามแผนในเดือน มิ.ย. 2564

ขนาดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ระหว่าง 16-20 ก.พ. 2564 "หมอหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ยังสวนวิโรจน์เสียหน้าแหกหมอไม่รับเย็บ ในประเด็นการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ที่ผ่านการศึกษา-รับรองผลวิจัยจากหน่วยงานหลายแห่งก่อนจัดซื้อ นอกจากนี้ยังหยิบยกว่าในช่วงปี 2564 องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังยกให้ไทยติด1 ใน 10 อันดับประเทศที่แก้ปัญหาโควิด-19 ได้ดีที่สุดของโลกด้วย

ไม่เห็นว่าวัคซีนจะถูกจำกัด หรือประชาชนจะไม่มีโอกาสได้ฉีดตามที่วิโรจน์กล่าวอ้างตรงไหน?

นี่ยังไม่นับว่า ส.ส.ก้าวไกล ออกมาดาหน้าถล่มรัฐบาลเรื่องรัฐมนตรีบางรายสุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่คงลืมดูไปว่าแม้แต่ตัว "หัวหน้าพรรค"อย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังต้องไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะเจ้าตัวยืนยันว่าอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก่อนจะมาบอกว่าผลการตรวจเป็นลบ อย่างไรก็ตาม การบอกว่ามีความเสี่ยงแสดงว่าเจ้าตัวมิได้ป้องกันตัวเองเพียงพอใช่หรือไม่?

นี่ยังไม่ต้องย้อนกลับไปช่วงโควิด-19 ระบาดระลอกแรกต้นปี 2563 ที่คณะก้าวหน้า นำโดย"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" แสดงท่าทีขึงขัง ทำฟอร์มเตรียมบริจาคอุปกรณ์-ห้องแรงดันลบให้แก่โรงพยาบาลหลายแห่ง โดยปรากฏข่าวเล็ก ๆ ว่ามีการให้อุปกรณ์ดังกล่าวไปแล้วอย่างน้อย 12 โรงพยาบาล อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็เงียบหายไป และไม่รู้ว่าตอนนี้ห้องแรงดันลบดังกล่าวได้ใช้แล้วหรือไม่

อาจเรียกได้ว่าเป็น "ความย้อนแย้ง"ของพลพรรค "สีส้ม"ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงออกมาโจมตีรัฐบาลรายวัน โดยที่ตัวเองมีดีแค่คำพูด แต่การกระทำกลับสวนทางทุกอย่าง?

ไม่แปลกที่ความนิยม "สีส้ม" จะลดน้อยถอยลง เหมือนม็อบ 3 นิ้วที่ไม่มีใครเอาแล้ว แม้แต่แกนนำยังโดดหนีอยู่ในตอนนี้