ข่าวปนคน คนปนข่าว
** ปากว่า “ศักดินาจงพินาศ” แต่ “เครื่องราชฯ ก็อยากได้” หลักฐานบอก 7 ก้าวไกล ก้าวขาไม่ออกหลอก 3 นิ้ว อีกต่างหาก!? วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโซเชียลฯ หลังปรากฏหลักฐานที่โต้แย้งคำพูดของบรรดา “ส.ส.ก้าวไกล” และสาวก 3 นิ้ว ที่พยายามแก้ตัวให้กรณีได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ว่าไม่ได้ขอเอง
เรื่องนี้เป็นดรามาที่เริ่มมาจากเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 64 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2563 จำนวน 31,268 คน โดยในจำนวนนี้พบว่าอย่างน้อย 25 ราย เป็น ส.ส.พรรคก้าวไกล เเละอีก 7 รายเป็นอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่
ต่อมาในโลกออนไลน์ได้ตั้งคำถามถึง “ก้าวไกลและอดีตอนาคตใหม่” ซึ่งก็รู้กันว่าชูธงสนับสนุนการปฏิรูปสถาบันฯ และอยู่ข้างหลังของ “ม็อบคณะราษฎร” ที่ออกมาประกาศรบ “ศักดินาจงพินาศ” ...แต่ทำไมจึงขอรับเครื่องราชฯ
ทั้ง ส.ส.ก้าวไกล และติ่งฝ่ายประชาธิปไตย 3 นิ้ว ก็พยายามโต้กลับรัวๆ อ้างว่าเป็นขั้นตอนของราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของฝ่ายกิจการสภา ที่ดำเนินการโดย ส.ส.แต่ละคนไม่ได้ยื่นขอเอง
เรียกว่า เถียงคอเป็นเอ็นทีเดียว ยืนยันในหลักการศักดินาจงพินาศ เหมือนเดิมเพื่อให้สาวก 3 นิ้วสบายใจ แต่เรื่องนี้ก็ถูกจับโป๊ะกันได้ทันควัน
ที่ว่าไม่ได้ขอเอง จริงหรือ? โดยมีหลักฐานถูกงัดขึ้นมา ...เป็นเอกสาร “แบบรับรองคุณสมบัติบุคคล ประกอบการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี ๒๕๖๓” ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละคนต้องกรอกเอกสารดังกล่าวด้วยลายมือตัวเองใน 3 ข้อ คือ 1. สถานะ 2. คำยืนยันเกี่ยวกับการไม่เคยเป็นผู้ต้องรับโทษจำคุก ไม่เคยถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา หรือไม่เคยเป็นผู้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หรือชี้มูลความผิดโดยองค์กรอิสระ และ 3. คำรับรองกรณีเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่คู่สมรส
เมื่อกรอกเอกสารดังกล่าวแล้ว ในตอนท้ายต้องลงนามรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงทุกประการ พร้อมกับลงวันที่กำกับด้วย
พบว่า ส.ส.ก้าวไกล 7 ราย ประกอบไปด้วย คารม พลพรกลาง, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, วาโย อัศวรุ่งเรือง และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร กรอกเอกสาร และลงนามในช่วงวันที่ 23-24 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา
งานนี้ขอให้ตัวเองไม่พอ ตามเอกสารยังเปิดให้เห็นว่า ส.ส.บางคนกรอกขอเครื่องราชฯ ให้แก่คู่สมรสด้วย
เมื่อความจริงปรากฏ ข่มความลวงของ 7 ส.ส.ก้าวไกล ถึงกับ “ก้าวขาไม่ออก” ในโลกโซเชียลฯ ก็กระหน่ำความเห็นแล้วอย่างนี้ จะมาอ้างว่าไม่ได้ขอเองคงจะฟังยากแล้ว
คำพูดก็ต้องย้อนกลับมากล่าว “เจ้าก็อยากแซะ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็อยากได้” ถึงกับหน้าด้านลงชื่อในแบบฟอร์มขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งคำถามคือ ถ้าไม่อยากได้ก็ไม่ต่องกรอกแบบฟอร์ม หรือลงชื่อได้หรือไม่
บ้างก็ว่า ถึงขนาดนี้แล้ว “ม็อบ 3 นิ้ว” รู้ตัวหรือยังว่าโดนสนตะพายเต็มๆ เลย ตาสว่างกันซะทีเถอะนะ พวกนี้ปากว่า “ศักดินาจงพินาศ” แต่ “เครื่องราชฯ ก็อยากได้” หลอก 3 นิ้ว นี่นา!!
**เป็นกันใหญ่ แก๊งปาร์ตี้ “DJ มะตูม” ซูเปอร์สเปรดเดอร์ ปกปิดไทม์ไลน์ อย่างนี้รัฐต้องจัดแล้ว!!
กรณี “ดีเจมะตูม” หรือ เตชินท์ พลอยเพชร ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งอึกอักตอบไทม์ไลน์ไม่ครบ จนถูกแฉต่อมาภายหลังว่าเจ้าตัวจัด “ปาร์ตี้” งานวันเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จนกลายมาเป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์” มีคนที่ติดโควิดต่อเนื่องเชื่อมโยงจาก “คลัสเตอร์มะตูม” ไปกว่า 24 ราย
ขณะที่การสอบสวนโรคคนที่ไปร่วมงาน หรือใกล้ชิดดีเจดัง ดำเนินไปต่อเนื่อง มาถึงเมื่อวาน (27 ม.ค.) เกิดเป็นกระแสในโลกโซเชียลฯ อีกครั้ง เมื่อกรุงเทพมหานครเปิดเผยพบมีผู้ป่วยไม่ให้ประวัติข้อมูลการเดินทางกับเจ้าหน้าที่ โดยในกลุ่มนี้มีไทม์ไลน์ที่ระบุว่าไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดมะตูม ที่โรงแรมบันยันทรี เขตสาทร ซึ่งไทม์ไลน์ รายที่ 647 เป็นผู้ป่วยชาย อาชีพนักร้อง นักแสดง โดยในไทม์ไลน์มีการแจ้งว่า วันที่ 14-20 ม.ค. ผู้ป่วยไม่ให้ข้อมูล ... นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยชาย รายที่ 657 มีอาชีพผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ วันที่ 17-21 ม.ค. อาศัยอยู่ที่พัก ผู้ป่วยไม่ให้ข้อมูล และผู้ป่วยชายรายที่ 658 อาชีพเจ้าหน้าที่รัฐ วันที่ 10-21 ม.ค. ระบุว่าผู้ป่วยไม่ให้ข้อมูลเช่นกัน
พลันที่ข่าวแพร่กระจายออกไป นักสืบโซเชียลฯ ก็ตามขุดตามคุ้ย โดยเฉพาะกรณีรายที่ 647 นักร้อง นักแสดง วัย 23 กลายเป็นดรามา โยงใยพฤติการณ์ของก๊วนดารา คนบันเทิงบางกลุ่ม ที่นิยมจัด “ปาร์ตี้น้ำแข็งใส” ศัพท์ที่รู้ๆ กันในวงการกะเทย เอนฯ กันไม่สน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนเกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์
ท่ามกลางสังคมกระหน่ำประณาม พร้อมๆ กับการตามสืบว่านักร้องคนนั้นเป็นใคร และต่อมาค่อยๆ แซะมาได้ว่าเป็นนักร้องบอยแบนด์ โดยหนึ่งในคนต้องสงสัยคือ “ข้าวโอ๊ต” หรือ “คริษฐ์ พรรณธรรม” นักร้องวง AXIS ที่ไม่ออกมาชี้แจงใดๆ หลังถูกพาดพิง ขณะที่เพื่อนร่วมวงออกมาเคลียร์กันไปหมดแล้ว
สุดท้าย ผู้จัดการส่วนตัวออกมายอมรับว่า นักร้องบอยแบนด์ที่โซเชียลฯ ช่วยกันตามหา ก็คือ “โอ๊ต” ได้ไปร่วมเซอร์ไพรส์วันเกิด “ดีเจมะตูม” ที่คอนโดฯ ในคืนวันที่ 8 ม.ค. 64 จริง และได้เดินทางไปโรงแรมบันยันทรี ในวันที่ 9 ม.ค. 64 เพื่อไปพบกับเพื่อนสนิทที่เดินทางมาร่วมปาร์ตี้วันเกิดดีเจมะตูม แต่ไม่ได้เข้าไปในงาน หลังจากพบเพื่อนคืนนั้นแล้วจึงเดินทางกลับ กระทั่งมีอาการป่วย ประกอบกับเห็นข่าว “ดีเจมะตูม” ติดโควิด-19 “โอ๊ต” จึงได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. แพทย์แจ้งว่ามีเชื้อโควิด-19 ประมาณ 5% จึงให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อรอผลแน่ชัด
เรียกว่าไม่อาจอำพรางรอดพ้นไปจากหูตาของชาวโซเชียลฯ ที่ช่วยกันขุดคุ้ย จนรู้ว่าไทม์ไลน์ที่หายไปของผู้ติดเชื้อโควิดหลายราย คือ การไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดมะตูม ดังกล่าว โดยพฤติกรรมปกปิดไทม์ไลน์ของคนกลุ่มนี้ ต้องบอกว่า ก๊อบปี้ต่อๆ กัน จนสังคมเอือมระอา ทนไม่ไหวต้องออกมาเรียกร้องให้ทางการจัดการเสียที ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะการปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์ ต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เข้าข่ายผิดกฎหมายอยู่แล้ว
งานนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะปล่อยไปแบบนี้ หรือจะจัดได้ จัดสักทีเถอะ!!
** เครียดทั้งตระกูล!! “ธนาธร” โดน ม.112 “สมพร” เจอคดีรุกป่า “สกุลธร-แม่” ติดสินบนเจ้าพนักงาน
งวดเข้ามาทุกที สำหรับคดีของ “น้องธนาธร” สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จ่ายเช็ค 20 ล้านบาท เพื่อติดสินบนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อต้องการเช่าที่ดินทรัพย์สินฯ โดยไม่ต้องผ่านการประมูลตามกระบวนการ จนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ในฐานะผู้รับเงินถูกดำเนินคดี และได้รับสารภาพ ซึ่งศาลได้ตัดสินลงโทษไปเรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้คดีของ “น้องธนาธร” อยู่ระหว่างการดำเนินการ สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ของตำรวจกองปราบปราม โดยล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ รองผู้บังคับการปราบปราม พ.ต.อ.สัณห์เพชร หนูทอง ผู้กำกับการสอบสวน และ พ.ต.ท.หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ สารวัตรสอบสวน ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ไปเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) ตามที่ “วัชระ เพชรทอง” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเอาไว้
ความคืบหน้าคือ เจ้าหน้าที่กองปราบปรามได้เตรียมออกหมายเรียก “สกุลธร” ให้มารับทราบข้อกล่าวหา “ติดสินบนเจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เป็นอันว่า “สกุลธร” นั้นโดนแน่!!
แต่ตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดี ที่มีการเอาผิดกับ “เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ” ไปก่อนหน้านี้ ระบุว่า “สกุลธร” มีการจ่ายเช็คให้กับผู้รับ 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 20 ล้านบาท โดยเช็คใบแรกสั่งจ่ายในนาม บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จำนวน 5 ล้านบาท เช็คใบที่สอง สั่งจ่ายในนาม “สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จำนวน 5 ล้านบาท และเช็คใบที่ 3 สั่งจ่ายในนาม “สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จำนวน 10 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่กองปราบฯ บอกว่า แม้ “สกุลธร” จะเป็นคนเดียวที่เซ็นชื่อในเช็คจ่ายเงิน แต่ในการแจ้งข้อหา ต้องแจ้งในฐานะนิติบุคคลด้วย ทำให้จะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มกับ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจด้วย...เพราะเช็คใบแรกนั้นจ่ายในนามบริษัท
เป็นอันว่าคดีนี้ นอกจาก “สกุลธร” แล้วยังพ่วงเอาแม่ของสกุลธร เป็นผู้ต้องหาไปด้วย!!
แม้ “สกุลธร” จะอ้างว่าถูกหลอก แต่พนักงานสอบสวนไม่เชื่อ เพราะในฐานะนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ย่อมทราบขั้นตอนการขอเช่าที่ดินอยู่แล้ว ...หรือที่ “สกุลธร” อ้างว่าตนเองเป็นผู้เสียหาย ก็มีคำถามย้อนกลับมาว่า ถ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้เสียหายแล้วทำไมไม่แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่รับเงินไป
ถึงวันนี้ ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ มีผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา คือ “ธนาธร” ที่ก่อนหน้านี้ มีคดีต่อเนื่องจากปล่อยกู้ให้พรรคจนถูกยุบพรรค และล่าสุด มาเจอ มาตรา 112 จากกรณีบิดเบือนเรื่อง “วัคซีนพระราชทาน”... ส่วน “สมพร” เมื่อไม่นานมานี้ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดี “รุกป่า” กว่า 3 พันไร่ ที่ จ.ราชบุรี และกำลังจะโดนคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน ร่วมกับ “สกุลธร” ผู้เป็นลูกชายอีกคดีหนึ่ง ... เพียงรอพนักงานสอบสวนเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาเท่านั้น
ที่ผ่านมา “ธนาธร” มักพูดเสมอว่า ตนเองเสนอตัวเข้ามาทำงานการเมือง เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม เปลี่ยนแปลงระบบการเมือง การปกครองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่ก็ถูกผู้มีอำนาจสกัดขัดขวางด้วยการแจ้งความดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมกับตนเองและคนในครอบครัว
เรื่องนี้สาธุชน คนที่มีใจเป็นธรรม คงพิจารณากันได้ว่า คดีรุกป่า คดี 112 คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน นั้นเป็นคดีการเมืองหรือไม่!!


