"สุภรณ์" ซัด"รังสิมันต์" ส.ส.ก้าวไกล คือไวรัสที่ร้ายแรงอันตรายต่อบ้านเมืองทำตัวหนักแผ่นดิน ยืนยันนายกฯไม่เคยปัดความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ตอกกลับ "รังสิมันต์" - "ฝ่ายค้าน" หากยังมีทัศนคติติดลบแบบนี้ ระวังจะเป็นฝ่ายค้านตลอดไป เพราะไม่มีใครกล้าไว้ใจให้มาทำงานเพื่อบ้านเมือง
วันนี้ (25 ธ.ค.) นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ตำหนินายกฯไม่มีความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 และบอกว่าไวรัสที่น่ากลัวที่สุดคือไวรัสประยุทธ์ โดยระบุว่าตนเองไม่ถือสาแนวคิดของคนที่เป็นฝ่ายค้าน เพราะถือว่าเป็นนิสัยที่จะต้องค้านทุกเรื่องโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าจะเป็นอย่างไร
พร้อมกับยืนยันว่านายกฯไม่เคยปล่อยปละละเลยในการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ และไม่เคยปัดความรับผิดชอบให้กับประชาชนเลย เพราะตลอดเวลาที่บริหารราชการแผ่นดิน นายกฯและรัฐบาลทำงานอย่างหนักในการดูแลประชาชน และแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเกิดสถานการณ์โควิด-19 ได้หามาตรการต่างๆออกมาจนสถานการณ์คลี่คลายเป็นที่ยอมรับ และนายกฯยังเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญ
ดังนั้นนายรังสิมันต์ ยังเล่นวาทะน้ำเน่าทางการเมือง ชอบพูดอะไรที่ไม่เป็นความจริงและทำให้ประชาชนสับสน เข้าใจในตัวนายกฯผิด พร้อมขอฝ่ายค้านอย่าเล่นวิธีนี้ แนะนำหากอยากได้ใจจากประชาชนก็ควรที่จะลงมือทำประโยชน์ให้กับประชาชนมากกว่าที่จะออกมาตำหนิคนทำงาน หรือใส่ร้ายคนอื่น เพราะประชาชนรู้ว่าใครทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง
และหากนายรังสิมันต์ รวมถึงฝ่ายค้านที่ยังมีทัศนคติเป็นลบต่อคนอื่นหรือมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่เรื่อยๆ ก็ขอให้ระวังว่าจะเป็นฝ่ายค้านตลอดไป เพราะไม่มีใครเชื่อใจและไว้ใจให้มาทำงานเพื่อบ้านเมืองอีกในวันข้างหน้า
"ส่วนตนคิดว่า ไวรัสที่น่ากลัวร้ายแรงอันตรายที่สุดและตัวเป็นบ่อนทำลายชาติ คือไวรัสคนที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง แพร่กระจายเชื้อไวรัสทางความคิดสนับสนุนคนออกมาทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทำลายความสงบสุขของแผ่นดิน
คนอย่างนายรังสิมันต์ เคยทำความดีอะไรให้บ้านเมืองบ้าง ในสมองวันๆคิดแต่จะสร้างปัญหาให้บ้านเมืองแตกแยก วุ่นวายตลอดเวลา คนประเภทนี้เกิดมาก็เสียชาติเกิด หนักแผ่นดินเปล่าๆ เกิดมาทั้งทีไม่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน เลยสักนิด นี่คือไวรัสที่ร้ายแรงและอันตรายที่สุดมากกว่า"