xs
xsm
sm
md
lg

โป๊ะแตกเรือยอชต์ ไฟไหม้ลามไปถึง “ธนาธร-สกุลธร” เป็นเจ้าของ จดทะเบียนไกลถึง “เกาะฟอกเงิน” **วิกฤตโควิดรอบนี้ “ลุงตู่” ต้องจริงใจจัดการ “คนรอบตัว” เอี่ยวค้าแรงงานเถื่อนให้สิ้นซาก !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์







ข่าวปนคน คนปนข่าว



**โป๊ะแตกเรือยอชต์ ไฟไหม้ลามไปถึงสองพี่น้อง “ธนาธร-สกุลธร”! เป็นเจ้าของ เจตนาอะไรไปจดทะเบียนไกลถึง Cook island “เกาะฟอกเงิน” !?!

สองพี่น้อง “ธนาธร-สกุลธร” จึงรุ่งเรืองกิจ ช่วงนี้ต้องบอกว่า ดวงตกสุดๆ ก็ว่าได้ คนพี่อยู่ระหว่างการกักตัวรอเช็กโควิด หลังไปตะลอนช่วยทีมก้าวหน้าหาเสียงที่สมุทรสาคร โดยที่ผลเลือกตั้งออกมา “แห้วสไลด์” ทั่วประเทศ หน้าแตกยับ ขณะผู้น้อง “สกุลธร” พัวพันกับคดีจ่ายเงินใต้โต๊ะ แลกกับการให้บริษัทตัวเองได้เข้าไปพัฒนาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ ในฐานะผู้ว่าจ้างจ่ายเงินให้ผู้ต้องหา

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีเหตุเพลิงไหม้เรือยอชต์ ที่ชื่อว่า “Silvretta” ขณะจอดลอยลำอยู่ที่ท่าจอดเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า ต.อ่าวปอ อ. ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นแล้วประมาณ 3 ล้านบาท
แต่ไฮไลต์ที่คนให้ความสนใจ คือ เรือยอชต์ลำดังกล่าวตรวจสอบหาเจ้าของ ปรากฏว่า เป็นของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” มีชื่อร่วมกันเป็นเจ้าของเรือดังกล่าว


ว่ากันว่า พลันที่มีรายงานข่าวว่า “ธนาธรและสกุลธร” เป็นเจ้าของเรือ ก็มีคำถามกันอื้ออึงทันที ชวนให้คิดมากขึ้นไปอีก เมื่อชาวโชเซียลฯ เฟซบุ๊กเพจของบรรดานักขุดคุ้ยทั้งหลายไปสืบค้นหลักฐานการครอบครองเรือยอชต์ ของสองศรีพี่น้อง พบชื่อนอกจาก “ธนาธร-สกุลธร” แล้วยังมีอีกสองคนร่วมเป็นเจ้าของ โดยเรือลำนี้จดทะเบียนที่ “หมู่เกาะคุก” นิวซีแลนด์ !!
พูดถึงหมู่เกาะคุกก็สะดุดกึกกันเป็นแถว อ้าว!! และก็อ้าว “พ่อฟ้า” และน้อง เป็นคนไทยแต่ไหงไปจดทะเบียนเรือยอชต์ ไกลถึง Cook islands...ที่เป็นที่รับรู้กล่าวขานกันว่า เป็นแดนสวรรค์ของเหล่าบรรดา “นักฟอกเงิน”
ว่ากันว่า ตั้งแต่ประมาณปี 2532 หมู่เกาะคุกได้กลายเป็นสถานที่ที่เชี่ยวชาญในการปกป้องทรัพย์สินที่เรียกว่า “ทรัสต์” ซึ่งนักลงทุนได้ปกป้องทรัพย์สินจากการเข้าถึงของเจ้าหนี้ และหน่วยงานทางกฎหมาย

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ตามรายงานของ The New York Times สื่อดังของสหรัฐฯ ระบุว่า “เกาะคุก” มีกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องทรัพย์สินของชาวต่างชาติจากการเรียกร้องทางกฎหมายในประเทศบ้านเกิดของตน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสร้างขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรมของอเมริกา เจ้าหนี้ต้องเดินทางไปยังหมู่เกาะคุก และโต้แย้งคดีของตนภายใต้กฎหมาย Cooks โดยมักจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องห้าม ต่างจากเขตอำนาจศาลต่างประเทศอื่นๆ เช่น หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน หมู่เกาะเคย์แมน และสวิตเซอร์แลนด์ โดยทั่วไปแล้ว Cooks “ไม่สนใจคำสั่งศาลต่างประเทศ” และ ไม่ต้องการให้บัญชีธนาคารอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่นๆ ได้รับการคุ้มครองจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง (การเปิดเผยชื่อถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หรือข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับ Cooks trusts ที่ตั้งอยู่ภายในหมู่เกาะ ภาษีจากทรัสต์ และพนักงานที่ไว้วางใจคิดเป็น 8% ของเศรษฐกิจหมู่เกาะคุก ซึ่งหน้าฉากคือการท่องเที่ยวและตกปลา แต่เบื้องหลังคือสถานที่หลบภัยและฟอกเงินนั่นเอง!!
โป๊ะแตกหนนี้ “ธนาธร” ที่ประกาศปาวๆ หลายครั้งหลายหนว่า ขอเป็นนักการเมืองที่โปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบ แต่ “พ่อฟ้า” โชคชะตากลั่นแกล้งหรืออย่างไรไม่ทราบได้ จากเรือยอชต์ สมบัติไฟไหม้ คนเขาก็เห็นได้ว่าการไปจดทะเบียนทรัพย์สินไกลถึงเกาะคุก นี่ย่อมแสดงว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์หรือไม่? ไม่เหมือนที่พูดว่าเข้าสู่การเมืองแบบโปร่งใส
พูดง่ายๆ ทั้ง “ธนาธร-สกุลธร” จึงรุ่งเรืองกิจ งานนี้คือไม่ตรงไปตรงมา ถ้าไม่โป๊ะแตกเรือไหม้หนนี้ สังคมก็คงยังไม่รู้ ยังจะมีปิดๆ บังๆ ซ่อนเร้นอะไรไว้อีกหรือไม่? ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าโดยเฉพาะ “ธนาธร” เมื่อชื่นชอบเกาะสวรรค์แดนฟอกเงินแบบนี้ และคนสงสัยเกี่ยวกับการแจ้งทรัพย์สินนี้ไว้ หรือไม่ สถานีต่อไปก็เตรียมลงที่ ป.ป.ช.ได้เลย

สกุลธร จึงรุ่งเองกิจ






**วิกฤตโควิดรอบนี้ “ลุงตู่” แค่จะมาอ้อนคำหวาน “ห่วงใยนะจ๊ะ รักทุกคนนะจ๊ะ” คงไม่ทำให้คนไทยหายเกรี้ยวโกรธ แต่ต้องจริงใจจัดการ “คนรอบตัว” ที่มีเอี่ยวขบวนการค้ามนุษย์ แรงงานเถื่อนให้สิ้นซาก !! ในสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดรอบใหม่ สร้างความวิตกกังวลกับประชาชนทั้งประเทศ เพราะรายงานผู้ติดเชื้อเริ่มโผล่ที่จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มาตรการของรัฐบาลก็ยังไม่ชัดเจน ภาคธุรกิจยังหวาดผวากับคำว่า “ล็อกดาวน์” จากคราวที่แล้ว จึงต่างเฝ้ารอผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งหัวโต๊ะ
ก่อนการประชุม “ลุงตู่” ก็พยายามสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย พูดถึงสถานการณ์โควิดโลก ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก แต่ไทยก็ได้รับคำชื่นชม จากต่างประเทศในเรื่องความยอดเยี่ยมในการรับมือกับสถานการณ์ พร้อมยกตัวอย่างเช่น ดัชนีการฟื้นตัวจากโควิดของแต่ละประเทศนั้น ... ไทยได้อันดับ 1 ของโลก... ไทยเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย และเป็นอันดับ 6 ของโลก ที่มีความพร้อมในการรับมือกับโรคระบาดได้ดีที่สุด.. และประเทศไทยยังถูกจัดให้เป็นอันดับ 1 ของโลกที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจ
เป็นการสื่อสาร สร้างความเชื่อมั่นว่า การระบาดรอบใหม่นี้ “ไทยเอาอยู่” แม้แต่ต่างประเทศยังเชื่อมือ !!
หลังการประชุม ศบค. ก็มีความชัดเจนเรื่องกำหนดโซนพื้นที่ แต่เลี่ยงการใช้สีแทนการกำหนดโซนที่บ่งบอกถึงระดับความ “อันตราย” อย่าง สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว แต่ใช้คำว่า “พื้นที่ควบคุมสูงสุด” คือ ที่ จ.สมุทรสาคร - “พื้นที่ควบคุม” คือ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับ จ.สมุทรสาคร มีผู้ติดเชื้อเกิน 10 ราย - “พื้นที่เฝ้าระวังสูง” คือ มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10 ราย และ “พื้นที่เฝ้าระวัง” คือยังไม่มีผู้ติดเชื้อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ส่วนมาตรการ “ล็อกดาวน์” ไม่มีคำสั่งจาก ศบค. แต่กระจายความรับผิดชอบไป ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เป็นผู้กำหนดว่า จะสั่งปิด สั่งล็อกตรงไหน อย่างไร แต่หลักๆ แล้วการจัดกิจกรรมปีใหม่ หรือกิจกรรมที่รวมคนหมู่มาก ก็ต้องงดกันไป เพราะคงไม่มีใครกล้าเสี่ยง
ขณะที่ “ลุงตู่” ก็ออกมาขอโทษ พร้อมออดอ้อนประชาชน ที่โควิดมาทำลายบรรยากาศ ความสุนกสนาน รื่นเริ่งในช่วงปีใหม่ เพราะตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่ต้องระมัดระวัง
“ลุงตู่ห่วงใยนะจ๊ะ ห่วงใยทุกคน รักทุกคน เป็นห่วงทุกคนในทุกๆ เรื่อง” ...
แต่คำหวาน “นะจ๊ะ” ของลุงคงจะไปดับความเกรี้ยวโกรธของประชาชนไม่ได้ ... เพราะเป็นที่รู้กันว่า ที่โควิดแพร่ระบาดครั้งนี้ มีต้นตอมาจากอะไร ใครการ์ดตก และทำไมถึงการ์ดตก !!
เพราะตั้งแต่มีผู้ติดเชื้อโควิดจาก 1G1 ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เข้ามาทางด่านแม่สาย รัฐบาลต้อง “ตั้งการ์ด” ให้สูง ให้แน่นกว่านี้ ฝ่ายความมั่นคงตามแนวชายแดนต้องเพิ่มเข้มงวดขึ้นกว่าปกติ แรงงานพม่าที่จะเข้ามา ต้องผ่านการตรวจสอบ คัดกรอง กักตัว ตามมาตรการของสาธารณสุข
ไม่ใช่ปล่อยให้มี “ขบวนการค้ามนุษย์” ขน “แรงงานเถื่อน” นั่งรถตู้จากชายแดนมาส่งถึงโรงงานที่อยู่ใจกลางประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าความผิดพลาดจนทำให้โควิดระบาดรอบนี้ เกิดขึ้นจากความหละหลวมและรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเข้า-ออกชายแดนไทยกับประเทศพม่า ซึ่งฝ่ายที่อยู่ในข่ายบกพร่อง ที่ต้องรับผิดชอบ เริ่มจากต้นทางก็มีทั้ง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของมหาดไทย กระทรวงแรงงาน ... เพราะใครๆ ก็รู้ว่าช่วงที่ผ่านมานั้น บุคคลเหล่านี้ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการขนแรงงานเถื่อนจากพม่ามาไทย “กินส่วย” กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ไล่เรียงดูแล้วก็เป็นบรรดาข้าราชการ เป็นคนรอบตัว “ลุงตู่” ทั้งนั้น ที่เป็นตัวการทำให้คนไทยต้องมาแบกรับความเสี่ยงกันทั่วประเทศ
คำถามก็คือ “ลุงตู่” ที่นิยมชมชอบ และเห็นดีเห็นงามกับ “รัฐราชการ” มาโดยตลอด จะแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเรื่องนี้อย่างไร เพราะพอเกิดเรื่องขึ้น ต่างก็โบ้ยกันไปโบ้ยกันมา... แต่ไม่ว่าจะ “ปัดสวะ” กันอย่างไรมันก็ห่างจากตัวลุงตู่ไปไม่ได้
หากลุงตู่อยากเห็นคนไทยมีความสุข ทางเดียวคือต้องจัดการกับคนรอบตัวที่ว่ามานี้ให้เด็ดขาด สิ้นซาก ไม่ใช่แค่มาอ้อนคำหวาน ห่วงใยนะจ๊ะ รักทุกคนนะจ๊ะ เพราะมันไม่จริงใจ !!