xs
xsm
sm
md
lg

เปิดผู้โชคดีรับรถ-รางวัล 10ล้านเคมเปญเที่ยวไทยให้หายคิดถึง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ททท.แจกใหญ่ แจกจริง มอบรถยนต์และของรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวม 10 ล้านบาท ให้ผู้โชคดีในแคมเปญ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง” ด้าน"ยุทธศักดิ์"ปลื้มความสำเร็จช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้กว่า547ล้าน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวหลังเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้โชคดี แคมเปญ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ลุ้นรางวัลกว่า 10 ล้านบาท” หรือ “เที่ยวไทยได้ลุ้น” ที่ททท.ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่26พ.ย.ที่ผ่านมาว่า
โครงการ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ลุ้นรางวัลกว่า 10 ล้านบาท” จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลัง โดยททท. ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. – 15 พ.ย. 63 มีผู้เข้าร่วมแคมเปญทั้งสิ้น 1,141,219 สิทธิ์ สร้างรายได้กว่า 547 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ ททท. ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวหลายภาคส่วน ที่ร่วมกันมอบส่วนลดโปรโมชันทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน โรงแรม โฮมสเตย์ รถเช่า ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ รวมไปถึงได้จับมือกับองค์กรใหญ่ เช่น CENTRAL PATTANA, แมคโดนัลด์ ไดรฟ์ ทรู (Drive Thru), Thai Smile Airways, Thai Air Asia, Thai VietjetAir.com, นครชัยแอร์, application, Wongnai, Drivehub, Klook, Golfdigg, Traveligo,Thailand Food Paradise, Specialtiewthai ช่วยผลักดันสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี โดยกิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และ ชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 

สำหรับกิจกรรมการมอบรางวัลเมื่อวันที่26พ.ย.ผู้ได้รับรางวัลใหญ่กว่า 100 รางวัลเดินทางมาร่วมงานโดยรางวัลที่ 1 รถยนต์ MG MG ZS D+ จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 742,946 บาท ผู้โชคดีได้แก่ คุณกัญจนา ธรรมนันท์ ภาคกลาง รางวัลที่ 2 รถยนต์ Toyota Yaris 1.2 Entry CVT จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 551,946 บาท ผู้โชคดีได้แก่ คุณศิริรัชฏ์ เขมะศิริ ภาคใต้ รางวัลที่ 3 ทองคำหนัก 10 บาท มูลค่ากว่า 289,500 บาท ผู้โชคดีได้แก่ คุณกองบุญ เจียมสมบัติ ภาคกลาง อย่างไรก็ตาม ใครที่พลาดกิจกรรมในครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ ครั้งต่อไปได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือ
https://www.tatnewsthai.org


กำลังโหลดความคิดเห็น...