xs
xsm
sm
md
lg

“คำนูณ” ระบุแก้ รธน.ไม่ได้จบที่เสียงโหวตในสภา ต้องประชามติให้ ปชช. 51.2 ล้านคน ตัดสินใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ส.ว.คำนูณ” ยัน แก้ รธน.ตั้ง ส.ส.ร.คำตอบอยู่ที่ ปชช. 51.2 ล้านคน พร้อมเห็นชอบให้แก้ แต่ไม่ได้จบที่เสียงโหวตในสภา ต้องทำประชามติให้ ปชช.ตัดสินอีก 2-3 ครั้ง

วันนี้ (13 ก.ย.) นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อเรื่อง แก้รัฐธรรมนูญตั้ง ส.ส.ร.คำตอบอยู่ที่ประชาชน 51.2 ล้านคน! ไม่ใช่แค่ ส.ส./ส.ว. 750 คน โดยมีเนื้อหาระบุว่า “ถามประชาชนหรือยัง” “ถามประชาชน 16.8 ล้านคนหรือยัง” ช่วงนี้จะได้ยินได้เห็นประโยคทำนองนี้บ่อยหน่อย นี่เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มาจากผลการลงประชามติ 7 สิงหาคม 2559 ด้วยเสียง 16.8 ล้านเสียง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้มี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เรื่องนี้ต้องไปถามประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติอยู่แล้ว และเพราะเหตุนี้แหละ ผมจึงตัดสินใจได้ไม่ยากนักว่าจะโหวตในวันที่ 24 กันยายน เห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีการตั้ง ส.ส.ร.

ขออนุญาตย้ำข้อมูล ณ ที่นี้อีกครั้งว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่ได้จบลงที่ผลโหวตในรัฐสภา

แต่มีกระบวนการบังคับที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเป็นอื่นได้ ต้องนำไปถามให้ประชาชนตัดสินใจตอบโดยตรงผ่านการออกเสียงประชามติก่อนว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ถ้าคำตอบออกมาเป็นว่าเห็นชอบด้วย การแก้รัฐธรรมนูญให้ตั้ง ส.ส.ร.จึงจะมีผล ถ้าคำตอบออกมาเป็นว่าไม่เห็นชอบด้วย ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะตกไป ไม่มี ส.ส.ร. ไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

โดยประชาชนที่จะตอบคำถามนี้ก็ไม่ใช่แค่ 16.8 ล้านคน ที่ลงมติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อ 4 ปีก่อนเท่านั้น แต่เป็นการถามประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดราว 51.2 ล้านคน (ตัวเลขโดยสังเขปจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 24 มีนาคม 2562)

นี่แหละคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะโหวตเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทั้งที่ก็เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน แต่ไม่อาจหาเหตุผลใดมาตอบคำถามได้จริงๆ ว่า เหตุใดจึงจะต้องไปโหวตคัดค้านตั้งแต่ต้นในรัฐสภา ทั้งๆ ที่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศ

ในเมื่อผมยอมรับผลการประชามติ 7 สิงหาคม 2559 เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยเสียง 16.8 ล้านเสียง และนำไปกล่าวอ้างเสมอมาว่าเป็นการตัดสินใจโดยตรงจากประชาชน เป็นความถูกต้องชอบธรรมที่จะล้มล้างกันง่ายๆ ไม่ได้...

ผมจะเป็นคนกลับกลอกสองมาตรฐานทันทีเลยละ ถ้าไม่ยอมรับผลการตัดสินใจโดยตรงจากประชาชนหลังจากรัฐสภาเห็นชอบแล้ว

โดยถ้าผมโหวตไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง เป็นเหตุให้เสียงเห็นชอบของ ส.ว.มีไม่ถึง 84 เสียง ทำให้ญัตติตกไปตั้งแต่ชั้นรัฐสภา ไม่ต้องไปถามประชาชน ก็จะมีค่าเท่ากับไปขวางทางการตัดสินใจโดยตรงของประชาชนทั้งประเทศ เป็นประชาชนทั้งประเทศ อายุ 18 ปีขึ้นไป ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนเฉพาะกลุ่มที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านการเรียกร้องการชุมนุม ไม่ว่าสนับสนุนหรือต่อต้านเท่านั้น

ผมเป็นใคร ? ผมจะถือสิทธิอะไรไปขวางทางการตัดสินใจโดยตรงของประชาชน 51.2 ล้านคน ? ไม่เพียงแต่เท่านั้น ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการตั้ง ส.ส.ร.หากผ่านประชามติจากประชาชนแล้ว ยังจะต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยตรงทั่วประเทศอีก 150-200 คน และหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วยังอาจจะต้องไปทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง

สรุปรวมความได้ว่า แม้รัฐสภาจะลงมติเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ตั้ง ส.ส.ร. แต่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ต้องผ่านกระบวนการให้ประชาชน 51.2 ล้านคน มาลงคะแนนลับหย่อนลงหีบบัตรเลือกตั้งอีกรวมแล้ว 2-3 ครั้ง ไม่ได้จบที่ผลโหวตในรัฐสภาโดย ส.ส./ส.ว. 750 คนเท่านั้น ประชาชน 16.8 ล้านคน ที่ลงมติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อ 4 ปีก่อนได้สิทธิตอบแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...