xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กตู่" ตรวจความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีเขียว ลั่นทุกโครงการไม่เอื้อใคร ถ้าผิดไม่หนี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ ควง รมว.คมนาคม ตรวจความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีเขียว ปรับปรุงภูมิทัศน์ ภายใต้แนวคิดสวนสาธารณะลดฝุ่น ยันทุกโครงการไม่เอื้อประโยชน์ใคร แต่ถ้าผิดเชิงนโยบายต้องรับผิดชอบไม่หนี ลั่นเกิดที่นี่ก็ต้องตายที่นี่ รอดูศึกซักฟอกจะเชื่อใคร

วันนี้ (19 ก.พ.) เมื่อเวลา 15.30 น.ที่บริเวณสวนรักษ์ธรรมชาติ (วงเวียนหลักสี่) ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ตรวจติดตามความคืบหน้างานติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายใต้แนวคิดสวนสาธารณะลดฝุ่นละออง (PM2.5) ณ สวนรักษ์ธรรมชาติ (วงเวียนหลักสี่) เขตบางเขน โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งภาคีเครื่อข่าย อาทิการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) สถานศึกษาและหมู่บ้านอมรินทร์นิเวศน์ 1 ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ภายในเดือน มิ.ย. 2563 กรุงเทพมหานคร พร้อมจะเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คต เพิ่มอีก 4 สถานี ได้แก่ สถานีกรมป้าไม้ สถานีบางบัว (ม.ศรีปทุม) สถานึกรมทหารราบที่ 11 และสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ จากปัจจุบันเปิด บริการถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจะเปิดให้บริการฟรีไปจนถึงเดือน ต.ค.2563 ซึ่ง กรุงเหพมหานครจะเร่งเปิดให้บริการครบตลอดสายไปถึงสถานีคูคต ส่วนการปรับภูมิทัศน์สวนรักษรรรมชาติ เขตบางเขน นี้ จะดำนินการภายใต้แนวคิดสวนสาธารณะลดฝุ่นละออง (PM2.5) โดยเลือกพืชเพื่อดักจับฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ใบมีผิวหยาบหรือมีขน ตันไม้ที่ไม่ผลัดใบ และตันไม้ที่มีใบจำนวนมากจะสามารถดักจับฝุ่นได้ดี เช่น ตันคลอเดีย ตันรวงผึ้ง ตันแฮปบี้เนส ตันซ่อย ตันลิ้นมังกรและตันกระคุมทองเลื้อย เป็นตัน ซึ่งสวนรักษ์ธรรมชาติมีพื้นที่ 3 ไร่ 2งาน 20 ตารางวา จัดสร้างในปี พ.ศ. 2550 โดยแขวงการทางกรุงเทพ ร่วมกับ บริษัท เอสซีแอสเสท คอร์ปงเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปรับปรุงสวน บริเวณวงเวียนหลักสี่ เขตบางเขน ตามโครงการสวนรักษ์ธรรมชาติ เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 80 พรรษา และกรมทางหลวงได้มอบให้สำนักงานเขตบางเขนกรุงทพมหานคร ดูแลบำรุงรักษา

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีความยินดีที่โครงการนี้สำเร็จ ซึ่งมีแผนที่จะทำที่อื่นด้วยในการปลูกต้นไม้ รวมทั้งการปลูกพืชคลุมดินหรือพืชเตี้ยๆ ต่างๆ ที่มีดอกสวยงาม รวมถึงต้องคิดกันว่าเราจะแก้ pm 2.5 กันอย่างไร อย่างไรก็ตามคนที่นี่พอใจกันหรือไม่ เย็นๆจะได้มีที่พักผ่อนมาพูดคุยและปฏิสันถารร่วมกัน ถ้าต่างคนต่างไม่รู้จักไม่พูดคุยกันสังคมก็จะห่างๆกันไปเรื่อยๆ แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัย จึงต้องดูแสงสว่างต่างๆให้เพียงพอ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวคนรอบๆ พื้นรวมทั้งม.เกษตรศาสตร์จะได้รับประโยชน์ โดยจะมีการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว ตนจะมาเปิดอยู่แล้ว ส่วนการแก้ปัญหา pm 2.5 มีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว ไม่ใช่การเผาอย่างเดียวมีเรื่องการจราจรด้วย ถ้าเราช่วยกันแก้แบบนี้วันหน้าดีขึ้น อีกทั้งได้กำชับเรื่องการเผา ซึ่งเห็นใจเกษตรกรแต่ต้องหาวิธีที่เหมาะสม รัฐบาลแก้ปัญหลายอย่างที่ทับถมมานานปัญหาซับซ้อน และในเรื่องที่อยู่อาศัยนายกฯ คิดตั้งแต่ปี 57 ว่าทำอย่างไรให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนาระบบขนส่ง รัฐบาลจะพยายามทำมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามหลายคนอยากให้ทำให้เร็ว แต่มีผลกระทบคนมีรายได้น้อย จึงต้องให้เวลาในการเตรียมการ ซึ่งไม่แก้ง่ายแต่ต้องแแก้จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลทำอะไรได้มากพอสมควร อาจมากกว่าหลายเท่าของช่วงที่ผ่านมา ส่วนการลงทุนของภาครัฐก็ลดลงเพราะมีเอกชนมาร่วมลงทุนด้วย ซึ่งมีสัญญาและทีโออาร์อยู่ ถึงเวลาก็ต้องทำตามเงื่อนไขไม่เช่นนั้นก็ฟ้องกันไปมา ตอนนี้ก็กำลังเคลียร์เรื่องสัมปทานทางด่วนบีอีเอ็ม ก็ขอให้ฟังว่ารัฐบาลไม่ได้เอื้อประโยชน์ใคร เป็นสิทธิที่ทุกคนต้องดูแลซึ่งกันและกัน บางคนบอกว่าบางเส้นทางตนทำเส้นทางนี้เพื่อไปเอื้อประโยชน์ผ่านที่คนนั้นคนนี้ แต่ตนยังไม่รู้เลยว่าเส้นทางผ่านบ้านใครบ้าง ถามว่าโฉนดแปลงนี้ของใครตนก็ไม่รู้แล้วมาหาว่าเอื้อประโยชน์ จะไปเอื้อได้อย่างไรถ้าตนทำแบบนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังเรื่องการถือครอง ที่ว่าค่าโง่ทั้งหมดมันเกิดขึ้นสมัยตนหรือไม่เกิดมาตั้งแต่ปี 30 แต่ทุกเรื่องต้องมาแก้ทั้งหมด เช่น กรณีบีอีเอ็มก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขา รวมถึงเรื่องคลองด่านตนก็แก้จนไม่ต้องเสียสตางค์ และเรื่องเหมืองอัคราก็ให้ความเป็นธรรมทุกคน เวลาเขาฟ้องมาถ้าตนไม่แก้อยู่เฉยๆ ก็สบาย ที่ผ่านมาทำกันแบบนี้แต่วันนี้ต้องแก้ เมื่อแก้แล้วต้องเจ็บตัวทุกที แต่ก็ต้องแก้ไม่เช่นนั้นก็คาราคาซังวันหน้าก็ไม่แก้อีก ซึ่งการทำงานของรัฐบาลแบบที่เราทำ คิดว่าเป็นวิธีการทำงานที่ถูก เดินไปทีละขั้นให้ความเป็นธรรม โปร่งใส มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ ถ้าเอาอะไรมาตีกันเพื่อหวังผลอย่างอื่นอย่างเดียว ตนคิดว่าไม่เป็นธรรมกับพวกเรา และสมัยก่อนก็ไม่ทำแบบรัฐบาลนี้ใช้แต่งบประมาณรัฐอย่างเดียว มันก็ทำไม่ได้และความร่วมมือจากภาคเอกชนก็ไม่เกิด ทุกอย่างเกิดด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งสิ้น คนรุ่นใหม่ก็ต้องคิดให้เป็นว่าจะพัฒนาประเทศอย่างไร ไม่ใช่เอาของเก่าพับเก็บใต้เก้าอี้แล้วเลิก ทำอันใหม่ทั้งหมด แบบนี้ก็ทำไม่ได้สักอย่างทุกอย่างมีความเป็นมา

"ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาลเชื่อมั่นในตัวผม ว่าผมไม่ต้องการเงินแม้แต่บาทเดียว หลายคนบอกผมปล่อยปละละเลย มีการทุจริต ผมถามว่าผมมีคดีหรือเปล่า ยังไม่มีนะ แต่คดีในฐานะเป็นนายกฯ 300 กว่าคดี แต่สู้ได้ ไม่มีปัญหา สามารถชี้แจงได้มันก็จบ คดีในฐานะเป็นนายกฯ ต้องรับผิดชอบทุกอัน แต่ในเรื่องของนโยบายถ้ามันผิดก็ต้องรับผิดชอบ แล้วก็ไม่หนีด้วย หนีไม่ได้อยู่แล้ว ผมเกิดที่นี่ผมตายที่นี่ แผ่นดินไทยผมรักษามา 40 ปี วันนี้พวกผมเข้ามาเพื่ออะไรก็เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินที่ให้ผมเกิด ผมก็จะตายในแผ่นดินผืนนี้ ผมจะทำร้ายเขาทำไม ผมเสี่ยงชีวิตปกป้องชายแดนมากี่ปี รบทัพจับศึกก็ผ่านมาพอสมควร ฉะนั้นผมต้องรักแผ่นดินผืนนี้ทิ้งไปไม่ได้ และผมก็ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังไม่ได้"นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามหลายอย่างถ้าจ้องจะติกันอย่างเดียวมันง่าย เอามารวมๆกันก็กลายเป็นว่านายกฯ ใช้ไม่ได้ ทั้งที่ตนเป็นคนใช้ได้

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขอให้รอฟังว่าท่านจะเชื่อเขาหรือเชื่อผม ผมทำด้วยใจ เจ็บตัวบ้างอะไรบ้างผมทนได้ ขอให้ทุกคนได้เข้าใจผมและทีมงานทุกคน ถ้าพูดกันไปไม่มีหลักฐานไม่มีเหตุผลก็อย่าไปเชื่อกันมาก ตอนนี้เฟกนิวส์มันก็เยอะ

อีกอย่างที่ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนกแต่ต้องระวังก็คือเรื่องของไวรัสโควิด-19 ถ้าเราป้องกันตัวเองก่อนหนึ่งชั้นจะปลอดภัย วันนี้ถือว่าเรารักสาสถานการณ์ได้ดีพอสมควรแต่เราประมาทไม่ได้เพราะหลายประเทศก็เกิดขึ้นจะไปห้ามคนไม่ให้ไปๆมาๆมากก็ไม่ได้ ต้องหามาตรการที่พอเหมาะพอควร และหลายๆประเทศก็หนักก็เราก็ต้องให้กำลังใจเขาแล้วต้องหาความร่วมมือระหว่างประเทศในการผลิตวัคซีน ประเทศเราก็ได้รับคำชมมาตรการทุกอย่างดีหมดกัน อย่าตื่นตระหนกจนเกินไปจนควบคุมไม่ได้ ต้องมีหลักเกณฑ์ในการใช้ชีวิต เมื่อตื่นตระหนกก็ไปกันไม่ได้ทุกคนก็กุเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมา สรุปไปไหนไม่ได้ก็อยู่กับบ้านดีกว่าแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ธุรกิจ เศรษฐกิจก็ตายกันหมดการวิจัยก็หายหมด ซึ่งวันนี้การท่องเที่ยวก็หายไปพอสมควรแต่จะไปบังคับให้เขาเข้ามาก็ไม่ได้ประเทศอื่นเขาก็ไม่อยากให้เข้ามา ซึ่งเราก็ต้องหาทางแก้ด้วยการให้คนไทยเที่ยวกันเอง แต่เดี๋ยวคนไทยดันไม่กล้าไปเที่ยวอีก คนเดียวเสร็จแล้วก็มาด่ารัฐบาลด่าพลเอกประยุทธ์คนเดียว ต้นรับได้หมดเพราะอดทนไง ขันติโสรัจจะ ถ้าคนไทยรู้จักใช้ชีวิตที่ดีมีภูมิคุ้มกันที่ดีนั่นคือความรู้คู่คุณธรรม แต่เราอย่าฟุ่มเฟือยจนเกินไป มีมากใช้มากมีน้อยใช้น้อยไม่ใช่มีมากแต่ไม่ใช้เลยมัน มีมากยิ่งตรงต้องใช้เพราะคนข้างล่างจะได้มีเงินหมุนเวียนในระบบ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายนายกฯได้กล่าวท่อนหนึ่งบทกวนิพนธ์ของนภาลัย ฤกษ์ชนะ(สุวรรณธาดา)ท่อนที่ว่า “อันศึกนอกศึกในนั้นไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง”ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับพล.อ.ประยุทธ์ อารมณ์ดีเมื่อเห็นความก้าวหน้าโครงการและเมื่อเจอกลุ่มผู้สื่อข่าวได้ฮัมเป็นเพลง”ซาโยนาระกู๊ดบาย”พร้อมโบกมือส่งยิ้มให้ผู้สื่อข่าว








กำลังโหลดความคิดเห็น...