xs
xsm
sm
md
lg

“ปวิน” กรี๊ด รถยนต์ถูกทุบที่สะพาน Golden Gate

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปวิน” ตกเป็นเหยื่อทุบรถยนต์ ใกล้สะพานโกลเด้นเกต กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิสเคยเตือน นี่คือภัยใกล้ตัวคนไทย ที่ไปเที่ยวซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลิส และลาสเวกัส

วันนี้(17 พ.ย.) Pavin Chachavalpongpun ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่มีแนวคิดสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง และหลบหนีคดีอาศัยอยู่ในต่างประเทศ

โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อยู่ที่ Golden Gate Bridge San Francisco, สหรัฐอเมริกา

อาชญากรรมต่อรถยนต์ดิชั้นเมื่อเช้านี้ เกิดขึ้นที่ลานจอดรถสะพาน Golden Gate ค่ะ

My rented car was broken into and some stuffs in the boot were stolen.

ทั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้ระบุ ว่า คนที่ทุบรถยนต์เป็นใคร มีวัตถุประสงค์อะไร เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือความขัดแย้งอะไรหรือไม่

แต่ที่น่าสนใจ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 เพจเฟซบุ๊ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส เผยแพร่ประกาศ ย้ำเตือนภัยมิจฉาชีพในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในรัฐฝั่งตะวันตกของสหรัฐ หลังจากได้รับคำร้องจำนวนมากจากนักท่องเที่ยวไทย ให้ออกเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เพื่อทดแทนหนังสือเดินทางที่สูญหายจากการถูกโจรกรรมทรัพย์สิน โดยเฉพาะการถูกทุบรถยนต์ที่จอดไว้ในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

และมีผู้ใช้นามว่า BanjongPisanthanakun เข้ามาโพสต์ด้วยว่า

ใครจะไปซานฟรานโปรดระวัง เมืองมันโหดมาก ในแวดวงคนรู้จักที่ไปสถิติคือโดนทุบรถขโมยของ100เปอร์เซนต์ 2 เดือนก่อนคือผมกับพีช พชรไปโดนทุบสอยไปทั้งคอมพ์ทั้งมือถือ ล่าสุดก็เบสท์ ณัฐสิทธิ์ @bestbestnk และเป้ อารักษ์ คือโดนกันทุกคนจริงๆ โหดไป๊ ของผมคือแค่ยืนกันหลังรถ ของเบสท์คือจอดติดไฟแดง!

ส่วนรายละเอียดหนังสือประกาศเตือนของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ยังคงมีนักท่องเที่ยวไทยกว่า 40 ราย ที่ถูกทุบรถยนต์เพื่อโจรกรรมทรัพย์สิน อันเป็นเหตุให้หนังสือเดินทางสูญหายไปด้วย โดยเฉพาะที่นครซานฟรานชิสโก นครลอสแอนเจลิส และเมืองลาสเวกัส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม

ในช่วงฤดูท่องเที่ยวของสหรัฐฯ สถานกงสุลใหญ่ฯขอให้คำแนะนำดังนี้

(1) พยายามไม่นำของมีค่าและเงินสดติดตัวมาจากประเทศไทยเกินความจำเป็น

(2) เฝ้าระวังทรัพย์สินมีค่าอย่างใกล้ชิดและอย่าวางสัมภาระหรือกระเป๋าไว้ในรถยนต์ โดยเฉพาะบนเบาะที่นั่ง ที่จะเป็นเป้าสายตา ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นให้เก็บสัมภาระไว้ในที่มิดชิด อาทิ ในกระโปรงท้ายรถยนต์

(3) ควรเก็บสำเนาหนังสือเดินทางไว้ หรือถ่ายรูปหนังสือเดินทางและเอกสารตรวจลงตรา (วีซ่า) เก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือหรือที่อื่นๆ เผื่อกรณีฉุกเฉิน

(4) แยกเก็บสิ่งของมีค่าและยารักษาโรคไว้หลายๆ ที่และควรพกติดตัวไว้ส่วนหนึ่ง

(5) ทำประกันการเดินทาง ที่ครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย

(6) เมื่อประสบเหตุ ให้รีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดต่อสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่สายด่วนฉุกเฉิน
323 580 4222

เรื่องนี้นึกเสียว่า เป็นบทเรียนให้คนไทยได้ระวังตัว ในการไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาก็แล้วกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...