xs
xsm
sm
md
lg

อ่านเต็มๆ “บิ๊กแดง”ชำแหละสงครามลูกผสม ซัดพวกซ้ายจัดดัดจริต ชอบอ้าง 2475 แต่จาบจ้วง ล้างสมองคนรุ่นใหม่ ย้ำเห็นต่างได้แต่ต้องไม่ล้มสถาบัน-แบ่งแยกดินแดน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





วันที่ 11 ตุลาคม 2562 อีกวันประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้บรรยาพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ที่ห้องประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้นำองค์กร ผู้นำมวลชนรอบค่าย นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ อดีตตุลาการศาล รวมทั้งศิลปินดารา อาทิ นก สินจัย เปล่งพานิช นายฉัตรชัย เปล่งพานิช ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย ด้วยเนื้อหาที่ดุเดือดเข้มข้นและนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายแนวทาง “MGR Online” นำเนื้อหาทั้งหมดมาให้อ่านแบบเต็มๆ

คำต่อคำ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บรรยายพิเศษ

“กราบสวัสดีทุกท่าน ผม พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก วันนี้ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้ต้อนรับท่านผู้มีเกียรติจากหลากหลายอาชีพและศาสนา ท่านผู้มีเกียรติมากัน คือปกติผมในห้องประชุมแห่งนี้ก็จะพูดกับทหาร เวลาประชุมทหารพูดง่าย แต่ในวันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมก็ได้รับเกียรติจากหลายๆ ท่าน ผมอาจจะกล่าวนามท่านไม่หมด แต่ก็ขออนุญาต ตั้งแต่ท่านสุธรรม บุญมาเลิศ ท่านเลขานุการจุฬาราชมนตรี เป็นผู้แทนของจุฬาราชมนตรี มีท่านสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจ ท่านสมศักดิ์ วงศ์ยืน ท่านผู้พิพากษาอาวุโส

ทางสื่อมวลชน อาจารย์เสรี กำลังเดินทางมา ก็มาให้กำลังใจกัน ก็มีที่ผมคุ้นเคย คุณเทพชัย หย่อง เคยสัมภาษณ์ผมเมื่อนานมาแล้ว และยังมีคุณสนธิญาณ จิรวัฒน์ อีกหลายต่อหลายท่าน ที่เป็นสื่อมวลชน บัดนี้ก็เป็นบรรณาธิการ เจ้าของสื่อ คุณปอง นักข่าวคุ้นเคย โดน สู้จริงๆ และเพื่อนผม คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง บัดนี้ก็ผันตัวมาเป็นผู้ดำเนินรายการอิสระ และพูดกับผมอยู่เสมอว่า ผมไม่เอาแล้วการเมือง ผมไม่เล่นแล้วการเมือง ลองไปถามดูว่าทำไมไม่อยากเล่นการเมืองแล้ว

ยังมีศิลปิน ทั้งคุณฉัตรชัย คุณสินจัย เปล่งพานิช คุณสุชาติ ชวางกูร และที่ไม่พูดไม่ได้เลย คือ ภรรยาผม ในฐานะนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก น้องๆ นิสิต นักศึกษา ที่จะต้องเป็นกำลังของชาติต่อไปในอนาคต ครู อาจารย์จากสถาบันต่างๆ ผู้แทนสมาคม มูลนิธิ ผู้นำชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และสุดท้าย เพื่อนร่วมชีวิต ทหาร ตำรวจ ที่เคยร่วมปฏิบัติงานกันมา และนายทหาร นายตำรวจอีกหลายท่าน ที่เคยร่วมปฏิบัติงาน เป็นเพื่อนร่วมชีวิต

ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณสื่อ ที่ทุกครั้งที่ผมได้ออกมาพูด ไม่เคยบรรยายที่ไหนจริงๆ ในชีวิตไม่เคยบรรยายที่ไหน วันนี้เป็นวันแรกจริงๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะพูดหัวข้ออะไร ทุกครั้งจะเป็นการสั่งการพูดต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา วันนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ ผมต้องกราบเรียนจริงๆว่า ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ก็จะตัดต่อคำพูดผม เช่น ที่ปรากฏตามภาพ ต้องให้เครดิต The Standard

เราทุกคนล้วนแล้วแต่อาศัยในแผ่นดินของเรา ก็คือประเทศไทย ขวานทองแห่งนี้ ฉะนั้นการบรรยายในวันนี้นั้น จะเป็นหนึ่งในโครงการสัมพันธ์ของกองทัพบก ซึ่งเรามีมานานแล้ว เรามีกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันของภาครัฐ ทหาร มหาดไทย ข้าราชการ ประชาชน เพื่อปลุกจิตสำนึกในการที่เราจะรักชาติ มีความสมัครสมานสามัคคีกลมเกลียว และก็มีจิตอาสา

ผมกราบเรียนว่า ได้บอกแล้วว่าไม่เคยบรรยายที่ไหนมาก่อน เพราะฉะนั้นผมพูดไม่เก่งจริงๆ พอกลับบ้านก็ต้องนั่งฟังภรรยาพูด วันนี้ก็มีโอกาสอันดี ที่ภรรยามานั่งฟังผมพูดบ้าง ผมเองก็พยายามจะตั้งใจรวบรวมสมาธิ สติ เพื่อจะบรรยายให้ท่านเข้าใจมากที่สุด หากผิดพลาดประการใด หรือทำให้ใครไม่พอใจ ก็ต้องขอโทษไว้ในโอกาสนี้ด้วย

หัวข้อในการบรรยายวันนี้ ผมจะบรรยายในเรื่องแผ่นดินของเราในมุมมองของฝ่ายความมั่นคง ผมพูดอยู่เสมอว่า หลังมีการเลือกตั้งแล้ว ทหารถอยห่างออกจากการเมือง ทหารจะไม่ยุ่งกับการเมือง ก็ถือว่ารัฐบาลนั้น เลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นทหารก็ถอยออกมา ไม่มี คสช. รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง

ทำไมต้องมีทหาร

ก่อนอื่นทำไมต้องมีทหาร บทบาทหน้าที่ของทหาร ทำไมต้องมี ทหารนั้นได้ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของกองทัพบก ในมาตรา 52 อย่างแรกนะครับ ในการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ รักษาเอกราช อธิปไตย บูรณาภาพแห่งอาณาเขต และเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ 2 ก็เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งกองทัพบกได้ทำอย่างต่อเนื่อง นี่คืออำนาจหน้าที่ตามมาตรา 52

ต่อไป ผมขอทบทวน อย่าเรียกว่ามาพูดถึงประวัติศาสตร์ใหม่เลย เดี๋ยวมันจะน่าเบื่อ เอาเป็นว่าทบทวนรื้อฟื้นแล้วกัน ว่าเดิมนั้นอาณาจักรของไทยตั้งแต่ก่อนรัชกาลที่ 1 ราชวงศ์จักรี นั้นมีความกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน

ตั้งแต่ทิศเหนือ ท่านดูนะครับ ตลอดจนอาณาจักรล้านนาเป็นของเรา ทิศใต้ ตั้งแต่ดินแดนรัฐกลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี เป็นของประเทศไทย ทิศตะวันออกติดดินแดนลาว เขมร จรดอาณาเขตญวณก็คือประเทศเวียดนามในปัจจุบัน ทางทิศตะวันตกจรดดินแดนเมาะตะมะ ในดินแดนทวาย ตะนาวศรี ในเขตเมียนมาร์ในปัจจุบัน ข้อมูลพวกนี้น้องๆหาดูได้ น้องๆ นิสิตนักศึกษา ผมไม่รู้ว่า เดี๋ยวนี้โรงเรียนยังสอนวิชาประวัติศาสตร์เหล่านี้อยู่หรือเปล่า น้องๆรู้ไหมว่าแต่ก่อนมันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดไหน

แล้วแผ่นดินไทยทำไมถึงไม่รูปร่างอย่างนี้แล้ว มาดูว่ามันเกิดเหตุอะไรบ้าง เราเสียแผ่นดินทั้งหมด 14 ครั้ง เริ่มตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ก่อน สั้นๆ เราเสียดินแดนสองครั้งในรัชกาลที่ 1 ก็คือเกาะหมาก ก็คิอ ปีนัง ใครไม่รู้จักปีนังบ้าง แต่ก่อนเป็นของเรา เราเสียให้กับอังกฤษ

อันที่สอง ทวาย เสียให้กับพม่า สมัยรัชกาลที่ 2 เราเสีย 1 ครั้ง เราเสียเมืองฮานเตีย ให้กับญวณ ก็คือประเทศเวียดนาม สมัยรัชกาลที่ 3 สองครั้ง เสียเชียงตุง ครั้งที่ 5 เสียรัฐเปรัค ให้กับอังกฤษ เกิดจากเริ่มมีลัทธิล่าอาณานิคม ประเทศล่าอาณานิคม เริ่มเข้ามามีบทบาทในภูมิภาค ครั้งที่ 4 สองครั้ง เราสียสมัยรัชกาลที่ 4 สิบสองปันนา ให้กับจีน เขมร กัมพูชา ในปัจจุบัน 6 เกาะ ให้กับฝรั่งเศส นี่คือ Fact นี่คือประวัติศาตร์ ผมไม่ได้พูดเอง ผมทบทวนให้ฟัง ว่าเรารอดตาย มีแผ่นดินจากประเทศที่ล่าอาณานิคมได้อย่างไร และเพราะใคร

มาดูกันต่อไป สมัยรัชกาลที่ 5 เราเสียดินแดนถึง 6 ครั้ง ให้พม่า เสียดินแดนให้กับกลุ่มประเทศล่าอาณานิคม 4 ครั้งให้กับฝรั่งเศส แม้ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้องนำเงินพระคลังของท่านเอง ก็คือเงินส่วนตัวของท่าน ออกมาใช้เพื่อรักษาแผ่นดินไว้ เอามาเป็นค่าไถ่ให้กับฝรั่งเศสเพื่อที่จะรักษามณฑลบูรพา พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ พนมศก ต่อมาอีก 2 ครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 5 คือให้กับอังกฤษ

ทุกท่านครับ ถึงแม้สมัยรัชกาลที่ 5 เราจะได้สูญเสียแผ่นดินไปหลายครั้งก็ตาม อันเนื่องมาจากลัทธิล่าอาณานิคม ของประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส แต่อย่าลืมว่าประเทศไทย เป็นประเทศเดียวเท่านั้นในภูมิภาคนี้ ที่ยังมีเอกราช เนื่องจากพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทย ที่รักษาถ่วงดุลอำนาจมีการเสด็จพระราชดำเนินไปประเทศรัสเซีย เพื่อถ่วงดุลอำนาจประเทศที่ล่าอนาณานิคม มีการแลกดินแดนเพื่อจะรักษาดินแดนส่วนใหญ่ที่เป็นขวานทองของเราอยู่

และครั้งสุดท้าย ครั้งที่ 14 เมื่อรัชกาลที่ 9 เราเสียเขาพระวิหาร ให้กับกัมพูชา เพื่อหลีกเลี่ยงการทำสงคราม ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2505 มา เราก็มีสงครามกับประเทศกัมพูชา มาโดยตลอด แต่เนื่องจากเราเห็นว่า มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระทัยไตร่ตรอง คิดดูแล้วว่า เราต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร หลังจากนั้นศาลโลกก็มีคำพิพากษาออกมา ให้เขาพระวิหารนั้นเป็นของประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่แปลกเลยครับ เราเป็นเพื่อนบ้านกัน

ต่อไปขอเชิญท่านได้ทบทวนโดยวิดีทัศน์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเศษๆ

**วิดีทัศน์***

เนื้อหาเพลงก็อาจจะกระแทกกระทั้น แต่บทเพลงเหล่านี้นั้นได้แต่งมาตามยุคสมัย ถ้าถามตัวผมเองว่า ตัวผมเองรู้สึกถึงความรักชาติ และความหวงแหนแผ่นดินเมื่อไหร่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในตัวผมเองตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวนิดหนึ่ง แต่ในฐานะวันนี้เป็นการบรรยายพิเศษ ก็ขอเล่าให้พวกเรา ได้ฟังกันนิดนึง

แต่ก่อนจะเล่า ตามที่เราได้ดูวิดีทัศน์ไป มันมีคำพูด ซึ่งเป็นคำพูดของประเทศที่เกิดหลังเรา ประเทศไทยนั้นเกิดมามีประวัติยาวนานเป็นพันปี ถ้าเป็นภาษาอังกฤษสำหรับสื่อมวลชนฝรั่งก็คงจะอ่านออก Unless you are willing to pick up a weapon and defend your country. I suggest you stop criticizing those who do. ถ้าคุณไม่ใช่คนที่เต็มใจ และพร้อมที่จะจับดาบ หรือจับอาวุธ ปืน เพื่อปกป้องอธิปไตย ของชาติแล้ว ก็ขอให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์คนที่เขากำลังทำหน้าที่อยู่

ย้อนอดีตสงครามคอมมิวนิสต์

ก็มีคนบางกลุ่ม บางพวก ที่ตระเวนโจมตีทหาร โจมตีฝ่ายความมั่นคง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ในเรื่องว่าประเทศไทยกำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่ ต่อไปเป็นความรู้สึกของผม ว่าทำไมผมถึงรู้สึกหวงแหนแผ่นดินของผม และแผ่นดินของพวกเรา ทำไมถึงอยากมาเป็นทหาร

ผมขอย้อนกลับไปเมื่อ วันที่ 25 ตุลาคม ปี 2515 ท่านดูนะครับ น ี่พาดหัวข่าวไทยรัฐ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันนี้ก็ลงชื่อมาด้วย พาดหัวข่าวไทยรัฐ วันพุธที่ 25 ตุลาคม 2515 พาดหัวนะครับ เฮลิคอปเตอร์กองทัพบกตก 2 ลำซ้อน

โดนยิงขณะกำลังปฏิบัติการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่ จ.ราชบุรี ขณะนั้นผมอายุ 12 ขวบ เป็น ด.ช.อภิรัชต์ วันที่ต่อมา พาดหัวข่าวเช่นเดียวกัน เฮลิคอปเตอร์ทหารถูกผู้ก่อการร้ายยิงตกอยู่ในเขตอันตรายส่งกำลังช่วย 11 ชีวิตด่วน

ความรู้สึกของเด็กอายุ 12 ในวันนั้น ไม่รู้มาก่อนว่า บิดาของตัวเองเป็น 1 ใน 11 ชีวิตที่อยู่ในป่า และอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำที่ถูกยิงตก สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือ มีแต่โทรเลข มีวิทยุทางทหาร ส่งข่าว กลับจากโรงเรียน คุณแม่บอกว่า คุณพ่อถูกยิง คงไม่ต้องถามถึงความรู้สึกของเด็กอายุ 12 ในตอนนั้นว่ารู้สึกอย่างไร ไม่รู้ว่าคุณพ่อ เป็นหรือตาย แต่ก็โชคดีครับ ที่คุณพ่อถูกยิงที่เท้าซ้ายทะลุ และทางแม่ทัพภาคที่ 1 ในขณะนั้นก็คือ ท่านพล.ท.ประเสริฐ ธรรมศิริ ได้ส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือทั้ง 11 ชีวิตกลับมาได้

แล้วก็มีร้อยโทอีกคนหนึ่ง ปัจจุบันท่านยังมีชีวิตอยู่ คือ พล.อ.ปรุง วันนั้นท่านเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ยศร้อยโท ถูกยิงที่สะโพก นี่เหตุที่เกิดขึ้นที่ จ.ราชบุรี ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

ผมถามกับตัวเองว่า ทำไมพ่อถึงถูกยิง แล้วพ่อไปทำอะไรถึงถูกยิง ก็นี่ไงครับปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่ จ.ราชบุรี ในเขตรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนั้นคุณพ่อเป็นพันเอก

บังเอิญในหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวของไทยรัฐเช่นเดียวกัน มีภาพหัวข่าวย่อยที่น่าสนใจ ที่ผมอยากจะให้ท่านดูว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์นับร้อยยึดหมู่บ้าน จับ 2 ราษฎรยิงประจาน ผู้ก่อการร้ายเกือบร้อยทางภาคอีสาน น้องๆ หลายคนอาจจะไม่เคยรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลายๆ คนคงยังไม่เกิด ผู้ก่อการร้ายเกือบร้อยภาคอีสานกำเริบเสิบสานบุกเข้าไปปลุกปั่นราษฎรในหมู่บ้าน แล้วจับ 2 ราษฎรยิงอย่างทารุณกลางหมู่บ้าน เกิดอะไรขึ้นครับ ปี 2515

และในฉบับเดียวกันอีกวันหนึ่ง วันที่ 26 ดูนะครับ เกิดเหตุอะไร หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถล่มโจรภาคใต้หนัก ครูถูกลักตัวดับ 1 รอดตาย 1 นี่คือเหตุการณ์ภาคใต้ ก็ต้องขอขอบคุณไทยรัฐ ผมไม่ได้เก็บหนังสือพิมพ์ไว้ครับ ก็ให้ลูกน้องไปค้นคว้าเรื่องคุณพ่อตัวเองเอามาประกอบ ผมเชื่อว่านักข่าวที่นั่งอยู่ในนี้หลายคนคงยังไม่เกิดแน่ปี 2515 กลุ่มโจรภาคใต้ เหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เพิ่งเกิด จริงๆเกิดมาเป็นเวลา 50 60 70 ปี ตั้งแต่มีการแบ่งเขต ท่านทราบไหมว่า อาณาเขตของประเทศไทยนั้นแนวชายแดนประเทศไทยทางภาคใต้ ที่ติดกับประเทศมาเลเซียนั้น เรามีการปักปันเขตแดน และมีการตกลงเรื่องเขตแดนนั้นเรียบร้อย ภาคอื่นยังมีพื้นที่ที่เกิดความซ้ำซ้อนกันอยู่ พอมาพูดเรื่องก่อการร้ายแล้ว ทำไมหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันถึงมีการฆ่าครู ยิงครู

นักวิชาการ-นักการเมืองยังมี“คอมมิวนิสต์”ฝังชิปไว้ในหัว

ประเทศไทยไม่สงบมาเป็น เวลานาน มียุทธการอีกหลายต่อหลายครั้ง ที่มีความสำคัญต่อทางทหาร และหลายๆ ท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ก็เคยไปร่วมรบในสงครามต่างๆ ในยุคปลายๆ แม้กระทั่งตัวผมเองก็เช่นกัน จนมีนโยบาย 66/23 ออกมา มีนโยบายให้พวกที่เข้าป่าวางอาวุธหลงผิด สมัยนั้นเราคงได้ยินอยู่เสมอว่าพวกคอมมิวนิสต์เก่า ที่หลงผิดเข้าป่า วันนี้ท่านสนธิญาณมาไหมครับ มา สวัสดีครับ ก็ลองไปถามท่านดู ว่าท่านเคยเป็นผู้หลงผิด แต่ท่านคิดได้ ว่าระบบคิมมิวนิสต์ มันไม่ดีอย่างไร มันสอนให้คนเป็นอย่างไร ท่านกลับตัวกลับใจ ว่าแนวคิดนี้มันไม่ดี แต่มันก็ยังมีไอ้พวกหัวเดิมๆ กลับออกมาเป็นนักการเมือง มาเป็นนักวิชาการ แล้วก็ยังฝังชิปสมองในเรื่องของความเป็นคอมมิวนิสต์อยู่ แล้วเดี๋ยวผมจะพูดต่อไป

ยุทธการที่มีความสำคัญอีก 9 ครั้งกว่า เราสามารถปลดอาวุธขบวนการคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีที่สำคัญ ยุทธการภูขวาง ปี 2515 เกิดเหตุที่ภาคกลางด้วย และที่เพชรบูรณ์ จ.เลย การรบที่บ้านหมากแข้ง ปี 2519 ที่ จ.เลย ทำไมผมถึงอยากจะเน้นย้ำให้ท่านเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ทหาร และประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ ในอดีตกษัตริย์อยู่บนหลังช้าง ทหารที่อยู่แวดล้อม ไม่ว่าบนช้าง รักษาเท้าช้าง ทหารที่ออกรบ ไม่ใช่ทหารหรอกครับ ก็คือประชาชนทั้งชายและหญิงที่จับดาบสู้ ที่เสียสละ สมัครใจเข้ามาเป็นทหารเพื่อช่วยพระมหากษัตริย์ในการปกป้องแผ่นดินไทย

ในยุคสงครามคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย ปี 2519 ท่านเคยทราบไหมว่า นี่คือรัชกาลที่ 10 ท่านดำรงพระยศร้อยเอก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ปี 2519 ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินขณะนั้นดำรงพระยศร้อยเอก เป็นพระบรมโอรสาธิราช ท่านได้ไปเยี่ยมที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย เข้าร่วมยุทธการรบที่บ้านหมากแข้ง ที่ห้วยมุ่น อ.ด่านซ้าย จ.เลย ท่านทรงอยู่ในฐานปฏิบัติการ กินนอน เช่นเดียวกับทหาร ทรงเยี่ยมประชาชน ทรงเป็นมิ่งขวัญ ทรงเป็นกำลังใจ ทรงรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าทหาร หลังจากนั้นยังมีอีกหลายยุทธการ ยุทธการม่านร่มเย็น ยุทธการผาศึกเผด็จเมือง ยุทธการใต้ร่มเย็น ยุทธการสุริยพงษ์ และครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นประมาณปี 31 พรรคคอมมิวนิสต์ถึงยอมวางอาวุธ ถือว่าสิ้นยุคคอมมิวนิสต์ แต่อย่าลืมว่า ยังไม่หมด ยังอยู่ในหัวอยู่ ของคนบางคน

ต่อไปเรามาดูกันว่าโลกใบนี้ เกิดอะไรขึ้นบ้าง สถานการณ์ในโลกนั้นปัจจุบันนั้นมันมีความขัดแย้งทั่วทุกมุมโลก ผมก็อยากลำดับภาพเหตุการณ์ให้ท่านฟัง ตั้งแต่เหตุการณ์ที่น้องๆ อาจจะจำได้ อาจจะมีการพูดกัน พวกเราในห้องนี้จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

สงครามที่ซับซ้อน ตัวอย่างฮ่องกง-ไทย

ในปัจจุบันเรียกว่า Complex Wars คือ สงครามที่มีความสลับซับซ้อนเกิดขึ้นจากหลายอย่างด้วยกัน จากการขาดความสามัคคี ก่อการร้าย สงครามการค้า ที่สำคัญคือความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งเกิดจากการปลุกปั่นยุยงของคนในชาติกันเอง มาดูย้อนกันสักระยะหนึ่ง ว่าเกิดอะไรขึ้น

นี่คือเหตุการณ์จริง เราเอามาจากข่าว เว็บไซต์ทั้งนั้น ระเบิดบ่อน้ำมันที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย นี่ใกล้ตัวสุดแล้ว ฮ่องกง ผมค้างภาพนายคนนี้ไว้หน่อย ตามภาพนายคนนี้บอกว่าชื่อ โจชัว หว่อง เป็นแกนนำที่มีวาทกรรม “If we are in a new Cold War, Hong Kong is the new Berlin” ผมไม่ได้พูดเอง นายหว่องพูด ทำไมผมถึงค้างภาพนายคนนี้ไว้

1.ฮ่องกงเป็นประเทศที่เป็นเกาะ ตอนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนไปเรียบร้อยแล้ว ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่คงเคยไปเที่ยวฮ่องกง เป็นเมืองที่น่าเที่ยว ช้อปปิ้ง ผมถามว่า วันนี้มีใครอยากจะไปฮ่องกง เพราะเกิดเหตุการณ์อะไร แต่มันมีบางคนไป แล้วก็ถ่ายรูป โพสต์ให้เห็น นายโจชัว หว่อง นั้นมาเมืองไทยไม่รู้กี่รอบ มาพบกับใคร มาพบกับบุคคลประเภทไหน การพบกันนั้นมีวาระซ่อนเร้น วางแผนคบคิด ทำอะไรกันอยู่หรือเปล่า แถมขณะเกิดเหตุที่ฮ่องกง ยังมีความวุ่นวาย ไปเยี่ยม เหมือนกับให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน ในเว็บไซต์มีหมด ในสื่อโซเชียลออนไลน์มีหมด

ฮ่องกงนั้นสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นเกาะ เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ หลังจากหมดข้อตกลงบัดนี้ก็เป็นของจีน ที่ผมพูดสภาพทางภูมิศาสตร์เพราะอะไร แตกต่างกับประเทศไทย ซึ่งเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน มีอาณาเขตดินแดนติดต่อกับประเทศต่างๆ การประเมิณสถานการณ์ของฝ่ายความมั่นคงระดับโลก มองไว้ว่า คำว่าประเมินคือคาดการณ์จะถูกต้องหรือไม่ถูกต้องนั้นถึงเรียกว่าการประเมิณ หรือ estimate มีกระบวนการทางความคิดเพื่อประเมินสถานการณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฮ่องกงนั้นมีแนวโน้มจะเป็นอย่างไรต่อไป จะมีผลกระทบต่อประเทศอื่น เช่น ประเทศไทย หรือไม่ มองว่าที่แนวทางประเทศจีนจะดำเนินการต่อฮ่องกงนั้น จะทำอย่างไร

อย่าลืมนะครับฮ่องกงเป็นเกาะ ก็ปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ คนจะค้าขายได้ไหมครับ มีใครไปเที่ยวไหมครับ มีใครอยากอยู่ในฮ่องกงไหมครับ ในปัจจุบัน จีนมองฮ่องกงเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก่อนเคยเป็นแหล่งเงินทรัพยากรทางเศรษฐกิจ แต่ ณ ปัจจุบัน ประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ อย่าลืมว่าตั้งแต่เกิดเหตุจีนไม่เคยใช้กำลังทางทหารเข้าปฏิบัติการ อาจจะมีภาพที่พยายามถ่ายทอดให้เห็นว่าตำรวจใช้แค่ปืน นั่นคือลำดับขั้นตอนในการใช้กำลัง ตั้งแต่เบาไปหาหนัก

ที่สำคัญคนที่เขาออกมานั่นคือ กลุ่มวัยรุ่นทั้งนั้น ผมถามน้องๆ นิสิต นักศึกษาว่า ถ้าวันหนึ่งคนที่มันผิดหวัง คนที่ยั่วยุปลุกปั่น คนที่ใช้โซเชียลฯ คนที่ใช้การโฆษณา propaganda มาปั่นสมองน้องๆ ให้ออกมาแบบฮ่องกง น้องๆจะออกมาไหมครับ

ภาพเหตุการณ์เผาเมืองเมื่อปี 52 53 ผมได้มีโอกาสเดินทางไป เพราะรู้สึกว่าวัยรุ่น นิสิต นักศึกษา มีความอ่อนไหวมาก แล้วจะต้องเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง เขาต้องรู้ความจริง เด็กบางคนที่ผมไปพูด ไปพบกับนักศึกษาวิชาทหาร พบกับนักเรียน ผมถามว่า เกิดปี พ.ศ.อะไร อายุเท่าไหร่ สมัยก่อนเด็ก 6-7 ขวบ ไม่รู้หรอกครับว่า มีการเผาศาลากลางจังหวัด ลืมไปหมดแล้ว แต่ก่อนเด็กไม่สนใจอะไร ไปถามเขาก็บอกไม่รู้เรื่อง ไม่เคยได้ยิน แล้วภาพเหล่านี้ ถูกระบบที่เขาเรียกว่า ฺBig Data Analytics ใช้ระบบเพิ่มข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนให้ข้อเท็จจริงหายไปจากโซเชียลฯ หรือเสิร์ชไปหายาก นี่คือเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นทฤษฎี เดี๋ยวผมจะสรุปให้ฟังในตอนท้ายต่อไปผมก็ขอพูดไปเร็วๆ นิดหนึ่ง

ยุบ ศอ.บต.-เย้ย “โจรกระจอก” เหตุไฟใต้ลาม

มาดูกันครับว่า สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เอาเร็วๆ เลยนะครับ จะได้เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านดูไปตามไทม์ไลน์นะครับ เพราะที่ผมพูดนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

ตั้งแต่ปี 2545 รัฐบาลยุคนั้นประกาศยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต.และพร้อมประกาศว่า ไม่มีโจรก่อการร้ายอีกแล้ว พวกที่เหลือแค่โจรกระจอก ท่านเกิดทัน ท่านจำได้ สื่อมวลชนเกิดทัน จำได้ หลังจากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ก็เริ่มเปิดยุทธการ เรียกว่า ยุทธการใบไม้ร่วง ลอบยิงวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเป้าหมายหลัก บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ปล้นปืนครั้งแรก 68 กระบอก มีทหารเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 1 นาย และที่สำคัญที่สุด ที่สะเทือนใจทหารมากที่สุด ภาพบางภาพอาจจะเบลอไม่ชัด แต่ก็เป็นภาพเหตุการณ์จริง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ผู้ก่อการร้ายนับร้อยเข้าโจมตีกองพันพัฒนาที่ 4 ที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ทำให้ทหารถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม 4 นาย อาวุธปืนถูกปล้นไปจำนวน 413 กระบอก นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าโจมตีค่ายทหารในปี 47 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความรุนแรงรอบใหม่

หลังจากนั้น กองทัพบก รัฐบาลสั่งให้กองทัพบกจัดหน่วยทหารเฉพาะกิจระดับกรมทหารราบจากกองทัพที่ 1 ถึงที่ 2 และที่ 3 เข้าร่วมในการดูแล 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองทัพบกได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย อส. ผู้นำท้องถิ่น ได้น้อมนำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 นำมาเป็นเหมือนไฟส่องทาง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นในการดูแลแก้ไขปัญหาภาคใต้

โดยพระราชดำรัสนั้นยังคงจำอยู่ในพวกเราที่เคยไปร่วมปฏิบัติงานในจังหวัดชายแยดนภาคใต้ นั่นคือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 3 คำเท่านั้นเอง

มาดูต่อไปว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไร ผมจะผ่านไปเร็วๆ ตั้งแต่ปี 57 ทุกครั้งผมไล่ไปตามไทม์ไลน์ ว่าใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นอะไร พอปี 57 เป็นต้นมา สถานการณ์เริ่มดีขึ้น รัฐบาลจึงสั่งให้ลดกำลังทหาร ทยอยกลับจากพื้นที่ทั้งหมด ปัจจุบันทหารจากภาค 1 2 3 ไม่มีแล้ว คงเหลือแต่กองทัพภาคที่ 4 และทหารประจำถิ่น เช่น ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน อาสาสมัครรักษาดินแดน

ในส่วนตัวผมเองนั้น ถือว่า มีความโชคดีที่ได้เคยปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจำได้ว่าเหตุปล้นปืนเมื่อเดือนมกราคม ปี 47 หลังจากนั้นกองทัพบกได้มีการปรับ หลายคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ แม้กระทั่งตัวผมเองเมื่อปี เมื่อเดือนตุลาคม เราอยู่กองทัพภาคที่ 1 ขณะนั้นผมดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ อยู่ที่บางเขน ท่านแม่ทัพได้สั่งการให้กรมทหารราบที่ 11 จัดกำลัง และร่วมกับกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กับอีกหลายหน่วยจากกองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 จากการปล้นปืน เหตุการณ์ตอนนั้นรุนแรงมาก มีการยิง มีการฆ่า กันทุกวัน เราอาสาสมัครกันไป

ก็คิดดูแล้วกันครับว่า หัวใจของคนที่เคยไปอยู่ ผมไปรับตำแหน่งเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 14 ดูแลพื้นที่ที่ จ .ยะลา ใน อ.ธารโต และ อ.เบตง ซึ่งเป็นรอยต่อกับ อ.บันนังสะตา อยู่ประมาณ 1 ปี กับ 2 เดือน ผมได้เดินลาดตระเวน กับลูกน้อง อยู่กินในฐานปฏิบัติการกับลูกน้อง กับเพื่อนร่วมชีวิตอีกหลายท่าน ที่ได้ไปร่วมปฏิบัติการด้วยกัน หลายท่านถึงแม้ไม่ได้ปฏิบัติการในพื้นที่ ก็เป็นคนออกแผน คนส่งกำลังสนับสนุน ให้การทำงานนั้นลุล่วงไปได้ด้วยดี

ผมบังคับบัญชากองกำลังอยู่ 2 กองพันด้วยกัน กองพันนึงคุมที่ อ.ธารโต อีหนึ่งกองพันที่ อ.เบตง รอยต่อกับประเทศมาเลเซีย ผมโชคดีกับอีกหลายคนที่เคยไปร่วมปฏิบัติงาน โชคดีที่ได้กลับมาบ้าน ตำรวจตระเวนชายแดนหลายท่านเคยร่วมปฏิบัติงานด้วยกัน ทหารที่เคยร่วมปฏิบัติงานด้วยกัน รุ่นพี่ผม รุ่นน้องผม ผู้ใต้บังคับบัญชาผม อีกหลายคน ไม่มีโอกาสได้กลับมาบ้านครับ ผมยังมีโอกาสได้กลับมาเห็นหน้าลูกหน้าเมีย ประชาชนหลายคนต้องเสียชีวิต มาดูกันครับเท่าที่จำได้ เพราะผู้เสียชีวิตเยอะเหลือเกิน ตั้งแต่ พ.อ.สุทธิศักดิ์ ประเสริฐศรี ผู้การเขียว นี่คือรุ่นพี่ผม ท่านเสียชีวิตด้วยการโดนวางกับระเบิดที่รถที่ท่านนั่ง ในเขต อ.บันนังสะตา เป็นช่วงที่สับเปลี่ยนหน้าที่กับผม ท่านไปรับหน้าที่รอยต่อของผม ผมกลับมาปี 48 ท่านเข้ามาพอดี แล้วท่านก็เสียชีวิต ขณะยศพันเอก

ครูจูหลิง คงจำกันได้ หมวดตี้ ตชด. ผู้กองแคน ผู้กำกับสมเพียร ผู้นำทางศาสนา แม้กระทั่งพระครูที่อยู่ในวัด จะมีใครที่เข้าใจปัญหาได้ดี อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เข้าใจหัวใจของคนที่เคยไปอยู่ภาคใต้ ผมถามว่าทำไมทุกคนมองว่า ทำไมไปอยู่แล้วไม่เปลี่ยนกำลัง ทำไมไปอยู่เลย ท่านไม่ทราบหรอกครับว่า การที่ไปอยู่ชายแดนภาคใต้ หรืออยู่ในสภาพการรบนั้น มันมีความกดดันแค่ไหน เราจึงมีการสับเปลี่ยนกำลังทุกๆ 1 ปี ถึงแม้ปัจจุบันในกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้าก็ตาม ทุกหน่วยจะต้องมีการสับเปลี่ยนกำลังเพื่อไม่ให้เครียด ผมบอกเลยก็ได้ว่า หลังจากที่ผมกลับมาไม่เชื่อถามภรรยา อาจารย์อ้อดู ผมนอนผวา แม้กระทั่งกระโดดลงจากเตียง นี่คือเรื่องจริง และอีกหลายท่านก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

การรบภายใต้ความกดดันมันเป็นภาวะที่โหดร้าย รุนแรง ต่อจิตใจ แล้วที่สำคัญที่สุดคือ เราแยกไม่ออก นี่คือสงครามที่ไม่ใช่สงครามตามแบบ ถ้าเป็นสงครามเหมือนตามที่เราเคยเห็นในหนังที่ผ่านมา ข้าศึกแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง ทหารอีกฝ่ายแต่งตัวอีกแบบ แล้วรบ พุ่งเข้าหากัน คงไม่มีปัญหาหรอกครับ เพราะเรารู้ว่าใครเป็นศัตรู แต่ที่ยากที่สุดก็คือ ศัตรูกับประชาชนแต่งตัวเหมือนกัน นี่คือความยากที่สุดในการทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราแยกแยะไม่ออกครับ เพราะฉะนั้นความกดดันอยู่ที่เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ อส. ทีเ่ราจะต้องระวังอยู่ตลอดเวลา เราไม่รู้คนที่เดินเข้ามาหาเรา จะเอาปืนมายิงเราไหม คนที่ขับรถผ่านเรา จะเอาระเบิดมาใส่เราไหม มันแยกแยะไม่ออก ฉะนั้นต้องใช้หน่วยรบพิเศษ เข้ามาเสริมการปฏิบัติเพื่อหาข่าวและปฏิบัติการรบออกแบบ ซึ่งเดี๋ยวผมจะสรุปให้ท่านฟังตอนท้าย

ท่านจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 47-62 มีผู้เสียชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 4,000 กว่าคนเศษๆ แบ่งเป็นทหาร 587 นาย ตำรวจ 396 นาย ผู้นำท้องถิ่น 242 คน ครู 109 คน ประชาชน 2,731 คน ในประชาชนนั้น ประกอบด้วย แม่กระทั่งเจ้าหน้าที่รถไฟ ผู้นำศาสนา ทั้งไทย พุทธ มุสลิม คนร้าย ประชาชนทั่วไปทั้งชาวพุทธ มุสลิม 2,600 กว่าคน ถึงแม้ตัวเลขท่านจะมองว่าประชาชนที่เสียชีวิตจากการก่อเหตุนั้นจะดูเยอะ แต่ถ้าดูจากตัวเลขการเสียชีวิต กรณีที่เกิดจากอาชญากรรม อุบัติเหตุ มียอดสูงกว่าในที่เกิดพื้นที่เดียวกัน

มีคนปั้นตัวเลขโจมตีรัฐบาล

ท่านอย่าลืมนะครับ คนที่จะมุ่งโจมตีฝ่ายความมั่นคง คนที่จะจ้องมุ่งโจมตี หลายรัฐ ก็จะทำตัวเลขขึ้นมาให้มันดูน่ากลัว แต่เขาพูดไม่หมด ทำไมไม่แยกยอดออกมา ผมถามท่านว่าในกรุงเทพมหานคร ตายกี่คน ต่อปี ทั้งคดีปล้น ฆ่า ยาเสพติด อุบัติเหตุทางรถยนต์ ทางมอเตอร์ไซค์ เพื่อสร้างภาพให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้น่ากลัว พูดได้ครับยอดเท่าไหร่ ยอดตรงนี้อาจไม่ตรงเป๊ะๆ อาจจะมีการคาดเคลื่อน แต่รับรองว่าทางฝ่ายความมั่นคงพยายามที่จะเปรียบเทียบยอดให้ใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด ไม่ใช่เอามาพูดตายเป็นแสน ไม่เคยแก้ปัญหาได้ ประชาชนบาดเจ็บเท่าไหร่ ตายเท่าไหร่ รัฐไม่เคยแก้ปัญหาได้ นี่คือพูดแบบนักการเมือง พูดแบบพวกมีประโยชน์แอบแฝง

เมื่อเช้าก่อนผมเดินลงมา ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้รายงานล่าสุดกับผมว่า ได้ทำลายฐานปฏิบัติการ 7 ฐาน ยึดอาวุธได้เป็นจำนวนมาก และผู้ก่อการร้ายได้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ผมรอรับรายงานยอดอยู่ ผู้นำทางศาสนา พระ ไม่ถูกทำร้าย ไม่ถูกยิง ไม่ถูกฆ่า สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ทำไมถึงจะต้องมีการต่อสู้แบบใช้กำลังเพื่อปกป้องคนเหล่านี้ ถ้ามันไม่มีเหตุการณ์อะไร ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้ทหาร ตำรวจ เข้าไปดูแล แต่เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ได้แก้กันได้ง่ายๆ แต่มันเบาบางลงเยอะ

มันจะเริ่มหนักขึ้นหลังเลือกตั้ง ท่านรอง ผบ.ตำรวจแห่งชาติ นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ท่านเป็นคนทำคดี ท่านลืมไปแล้วเหรอครับเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วมีคนมาวางระเบิดในเขตกรุงเทพมหานคร 7-8 จุด ข่าวแบบนี้หายไปเร็วครับ ผมบอกได้เลยฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ผมจะไม่วางมือโดยเด็ดขาด ว่ากลุ่มคนพวกนี้เชื่อมโยงกับใคร ผมจะไม่มีวันวางมือ เอาคนจากข้างล่างไปวางแผนฝั่งโน้น และก็มาทำในเขตกรุงเทพมหานครหลังมีการเลือกตั้งได้ไม่กี่เดือน

จวกอาจารย์ไถมือถือแล้วบอกเชี่ยวชาญภาคใต้

หลังจากนั้นก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มลงไปนั่งเสวนา นักวิชาการ อาจารย์บางคน นั่งเทียนเอา ไถโทรศัพท์มือถือเอา แล้วก็บอกว่าเชี่ยวชาญชำนาญในภาคใต้ ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ มีการยกประเด็นมาตรา 1

ทุกท่านดูนะครับ มาตรา 1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 1 ประเทศไทย เป็นราชอาณาจักร อันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกไม่ได้ รัฐธรรมนูญไทย เริ่มตั้งแต่ปี 2475 ผมถามว่ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกี่ครั้ง วันนี้ผมออกมาพูด ผมไม่ได้พูดว่าสื่อมวลชนพูด จำไว้นะครับว่า ผมไม่ได้พูดว่ารัฐธรรมนูญ ผมเป็นตัวแทนของทหาร และประชาชนที่รักชาติ ไม่ได้บอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้แต่มาตรานี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เกี่ยวกับเลือดเนื้อ ชีวิต ของบรรพบุรุษ ที่รักษาขวานทองแห่งนี้ไว้

ผมบอกได้เลยว่า ไม่มีวัน ถึงผมตายไป ทหารรุ่นใหม่ๆ ก็ต้องเกิดขึ้นมา มาทดแทนผม ผมเชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงทุกคน และประชาชนพี่น้อง ท่านไม่รู้หรอกว่า ปู่ย่าตายาย ทวดของท่าน อาจจะเคยร่วมเป็นทหารเพื่อรักษาแผ่นดินของเราไว้ เพราะฉะนั้นในโลกนี้ก็ไม่มีรัฐธรรมนูญไหนที่บอกว่าสามารถแบ่งแยกดินแดนได้ ไม่มี มันจบแล้วครับ

แก้มาตรา 1 กระทบหมวดพระมหากษัตริย์

เพราะฉะนั้นจะแก้มาตราอะไรก็แก้ ถ้าแก้มาตราที่ 1 ก็จะกระทบมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือความชาญฉลาดของพวกนักวิชาการ ที่ไม่พูดตรงๆ ออกมาว่าอยากทำอะไร อยากแก้อะไร จึงยกประเด็นมาตรา 1 หากประเทศไทยไม่ใช่ราชอาณาจักรแผ่นดินถูกแบ่งแยก กระทบมาตราอื่นแน่นอน

ผมบอกแล้วนะครับว่าไม่ใช่มาขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ผมไม่ยุ่งกับการเมือง แต่นี่คือเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ทหารถูกเป็นเป้าโจมตีตลอด เพราะเขารู้ว่าทหารนั้นทุกยุคทุกสมัย เหตุการณ์ต่างๆบ้านเมืองผ่านมาแล้วผ่านไปเราอยู่ในโหมดใหม่ เราอยู่ในรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านจำไว้นะครับว่า ไทม์ไลน์ที่ผมเสนอให้ท่านดูผ่านมาแล้วทั้งหมดนั้น ทหารทุกคน ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล จะมีนายตำรวจมาเป็นรัฐบาล หัวหน้ารัฐบาล จะมีนานทหารมาเป็นหัวหน้ารัฐบาล จะมีนาย มีนาง มีนางสาว มาเป็นหัวหน้ารัฐบาล พวกผมก็รับใช้ พวกผมก็ทำงานให้ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการเลือกนาย

ซัดวาทกรรม โจมตีทหาร เอาใจเด็กๆ

แต่กลุ่มคนพวกนี้รู้ดี ไม่ได้มองทหารเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ เพื่อบอกว่าประเทศชาติ มองทหารเปรียบเสมือนว่า ทหารเป็นอุปสรรคของประชาธิปไตย ทหารคือประชาชน ตำรวจคือประชาชน ข้าราชการคือประชาชน เราเป็นประชาชน ผมไม่ใส่เครื่องแบบเดินเสาร์อาทิตย์ ผมก็คือประชาชน มีเหตุผลอะไร เพราะทหารคือหลักไงครับ หลักแห่งความมั่นคง ที่จะต้องปกป้องอธิปไตย จึงมีวาทกรรมต่างๆ เกิดขึ้นทุกครั้ง เอามาหวังผลทางการเมือง เอาใจเด็กๆน้องๆ วัยรุ่น ไม่ต้องเกณฑ์ทหารบ้าง ลดงบประมาณกองทัพบก ลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม จัดซื้ออาวุธทำไม หนักแผ่นดิน

ต่อไปมาดูกันว่าประเทศไทยของเรานั้นเปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ เราอยู่กันได้ด้วยอะไร ตรงนี้ผมจะพูดผ่านไปเร็วๆ เหนือหลังคาบ้านเราคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งยกเหนือสิ่งอื่นใด องค์ประกอบเสาหลักสามเสา มาจากประชาชน มาจากปวงชนชาวไทยทุกคน มาจากพี่น้องที่นั่งอยู่ในที่นี้ทุกคน และทุกคนในประเทศไทยที่เป็นเจ้าของสามเสาหลักนี้

เสาหลักแรกก็คือ อำนาจนิติบัญญัติ ในการออกกฎหมาย มาจากสมาชิก ส.ส.ที่พวกท่านเลือกมา มาจากสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ณ วันนี้ก็ไปต่อสู้ในสภาเอา ไม่เกี่ยวกับผม ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ไม่เกี่ยวกัน ผมบอกแล้วว่า ทหารนั้นถอยกลับมา สเต็บแบก ผมบอกหลายครั้งกับสื่อ ว่าเราได้ถอยห่างกลับออกมา เป็นเรื่องของรัฐบาล เรื่องของการเมือง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล


ต่อไปเสาที่สอง ด้านบริหาร นั้นอยู่ที่รัฐมนตรี ข้าราชการ ใช้ในการบริหารประเทศ เสาที่สามสำคัญมาก อำนาจตุลาการ เพราะอำนาจตุลาการ หรืออำนาจศาลนั้น ถูกความพยายามทุกรูปแบบที่จะทำให้อำนาจตุลาการนั้นขาดความเชื่อถือ ผมถามว่า การไม่เชื่อฟัง หรือหลีกเลี่ยงอำนาจการตัดสินของศาล ประเทศทุกประเทศทั่วโลกมีศาล มีขบวนการยุติธรรม มีศาล สถิตยุติธรรม ประเทศไทยก็มีตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลคดีนักการเมือง มีศาลรัฐธรรมนูญไว้ดูแลเกี่ยวกับเรื่องการเมือง รัฐธรรมนูญ

พรรคการเมืองโดนยุบ แล้วไม่เคารพศาล

ผมจำไม่ได้ว่าปีอะไร ปี 45-46 มั้ง ผมได้มีโอกาสเข้าไปนั่งฟังการตัดสินการยุบพรรคการเมือง ไปติดตามสถานการณ์ หลังจากมีการตัดสินให้ยุบพรรคการเมืองหนึ่งเกิดขึ้น เริ่มมีความไม่พอใจ แสดงออกในรูปแบบต่างๆ ว่าตัดสินไม่สมควร มีการแทรกแซงผู้พิพากษา ทำให้ผู้พิพากษาขาดความน่าเชื่อถือ บางคนถูกตัดสินคดีความไม่ยอมรับผิด เงินซื้ออะไรก็ได้เหรอครับ แต่เงินซื้อความยุติธรรมในประเทศไทยไม่ได้ ถ้าพวกเราทุกคนยังไม่ยึดถือ อำนาจศาลตุลาการอีกหน่อยก็มีโจรทั่วบ้านเมือง ใครมีเงินทำผิด ไปต่างประเทศดีกว่า มีเงิน ท่านจะยอมให้สามเสาหลักนี้ถูกเซาะกร่อน ผุกร่อน ผมถามว่าบ้านหลังนี้จะอยู่ยังไง

ที่ผมพูดมาทั้งหมดมาดูกันว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่กับอะไร ตามสมาธิคนเราอยู่ได้แค่ 40-50 นาที ในการฟัง แต่ตรงนี้ผมขอให้โฟกัสนิดหนึ่งว่า สิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนั้นคือเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น และเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ มันเป็นทฤษฎี ที่เรียกว่า Hybrid Warfare ผมเคยพูดเรื่องนี้มาหลายต่อหลายครั้ง พูดมาหลายปีแล้ว Hybrid Warfare ไม่ได้ถูกอุปโลกขึ้นมา แต่ถูกศึกษา ทำเป็นทฤษฎี จากประสบการณ์ที่ประเทศต่างๆทั่วโลกนั้น ล่มสลาย ว่ามันเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง Hybrid Warfare คืออะไร ถ้าศัพท์ทางทหารไม่ได้แปลแบบนี้ แต่ผมแปลเพื่อให้พี่น้องประชาชน น้องๆนักศึกษาได้เข้าใจว่า Hybrid Warfare คืออะไร

ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ “สงครามลูกผสม”

สงครามลูกผสม คือสงครามที่ใช้การผสมผสานกันของเครื่องมือ ทั้งสงครามตามแบบ สงครามไม่ตามแบบ มันคืออะไรกัน สงครามตามแบบ หรือไม่ตามแบบ มาดูกันในวงที่ 1 วงสีเหลือง คือ กำลังทหารหลักที่ใช้ในการป้องกัน การก่อควาวมไม่สงบ การรักษาเสถียรภาพ และความมั่นคงทั้งในประเทศ และร่วมกับมิตรประเทศ หน่วยที่สองพูดไปแล้ว หน่วยรบพิเศษ ใช้ในการต่อต้านการก่อการร้าย และปฏิบัติการรบในสงครามนอกแบบ

หมายเลข 1 กับหมายเลข 2 นี่คือกำลังฝ่ายรัฐบาล เป็นกำลังหลักที่ใช้ในสงครามHybrid Warfare เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศอยู่แล้ว Hybrid Warfare นั้นมีความสำคัญอย่างไร เริ่มตั้งแต่วงที่ 3 Ireggular forces หรือกองกำลังที่ไม่ใช่ทหาร เช่น กลุ่มก่อการร้าย การก่ออาชญากรรม มวลชนที่ต่อต้านอำนาจรัฐ กลุ่มยาเสพติด ชายชุดดำ กลุ่มที่เข้ามาวางระเบิดในกรุงเทพฯ 8 จุด และไม่รู้จะเกิดขึ้นได้อีกเมื่อไหร่ ผมไม่ได้พูดเพื่อท้าทาย แต่ผมเชื่อว่าหลังจากผมพูดไปแน่นอนทางโซเชียลฯ มีฟีดแบคกับผมแน่ แต่อย่าทำร้ายประเทศ พวกที่ไม่พอใจ ผมอยากจะให้ทุกคนได้รู้ทัน ว่า Hybrid Warfare มันเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย

วงที่ 4 Support of lacal unrest การสนับสนุนของประชาชนในท้องถิ่น คือทั่วไป และไม่ใช่ในประเทศไทยอย่างเดียว คือ ทั่วโลก กลุ่มคนเหล่านี้อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในท้องถิ่น ตั้งแต่นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น บางคนเป็นเศรษฐี อาจจะบริจาคเงินให้ไปทำกิจกรรม ให้ไปทำหนังสือพิมพ์ ให้ไปทำเว็บไซต์ หรือแม้แต่เป็นแหล่งข่าว ให้กับฝ่ายตรงข้าม

5.อันนี้เป็นเรื่องที่เริ่มหนักขึ้นมาเรื่อยๆ สงครามข่าวสารข้อมูล และการโฆษณาชวนเชื่อ Information Warfare Propaganda เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ทั่วโลกทุกคน แต่ในประเทศไทยนั้นหนัก หนักมากจริงๆ น่าเป็นห่วง การโฆษณาชวนเชื่อ ที่สำคัญคือ ผมพูดไปแล้ว มันยังมีกลุ่มคนคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ได้กลับตัวกลับใจเหมือนท่านสนธิญาณ ยังมีแนวควาวมคิดที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่จะคิดจะทำประเทศไทย ให้กลับมาเป็นรูปแบบเหมือนคิมมิวนิสต์
คอมมิวนิสต์เดิม+ซ้ายจัดโฆษณาชวนเชื่อผ่านโซเชีบลฯ

คนพวกนี้อายุเท่าไหร่ ถ้ารุ่นผมก็รุ่นเดียวกับคุณสนธิญาณ อาจจะเคยเจอในสนามรบหรือเปล่าไม่รู้ แค่รุ่นเหนือขึ้นไปที่ยังมีชีวิตอยู่ ประมาณ 70 - 72 พวกนี้ไม่ออกตกัวหรอกครับ แต่เป็น master mind เป็นนักวิชาการ ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น แล้วผนึกกำลังร่วมกับพวกไหน กับพวกอาจารย์ นักวิชาการ ที่ไร้จรรยาบรรณ ท่านเป็นอาจารย์ ท่านเป็นนักวิชาการ ท่านไม่ผิดหรอกครับ แต่ถ้าท่านสอนตามบทเรียน ท่านพูดตอกย้ำความคิดให้กับเด็กนักเรียน ในสิ่งที่ผิดๆ พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กก็ต้องเชื่อ แต่ท่านไม่ทำตามจรรยาบรรณของท่าน มันเป็นการผนวกกันของความคิด เรียกประยุกต์ หรือความคิดระหว่างกลุ่มคนคอมมิวนิสต์เดิม ที่ยังเป็น master mind กับกลุ่มครูอาจารย์ ที่ไปเรียนต่างประเทศกลับมา พวกซ้ายจัด ไปเรียนในประเทศที่เคยมาล่าอาณานิคมที่ยึดประเทศไทย เอาความคิดมาผสมผสานรวมกัน เพื่อสร้างการโฆษณาชวนเชื่อ แล้วนำแนวความคิดของตัวเองนั้นมาผ่านโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี ทวิตเตอร์ ไลน์ สิ่งพิมพ์ ออกข่าวลวง เฟคนิวส์ นี่คือส่ิงที่เกิดขึ้น

ทุกวันนี้ทุกคนมีมือถือกันหมด ข่าวเฟคนิวส์ทุกวันนี้ หรือข่าวการโฆษณาชวนเชื่อทุกวันนี้ มันขึ้นป็อปอัปมาเร็วเหลือเกิน เร็วกว่าเรื่องดีๆ ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดในวงต่อไป

สงครามข้อมูลข่าวสารและการโฆษณาชวนเชื่อนั้น ยังสร้างสัญลักษณ์ ดูทั่วโลกนะ และย้อนกลับมาดูประเทศไทย การสร้างสัญลักษณ์เช่นอะไร เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อดำ เสื้อสีรุ้ง สร้างสัญลักษณ์ ชูสามนิ้ว นี่คือการสร้างสัญลักษณ์เพื่อให้น่าจดจำ ว่าถ้าทำแบบนี้คือพวกเดียวกัน ผมบอกแล้วนะครับว่าเหตุกาณ์ที่ผมพูดไปทั้งหมดในวงนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ

เอาฝรั่งมายืนถ่ายรูปหน้าโรงพัก อีกรูปแบบ Hybrid Warfare

ต่อไป เรื่องการทูต เรื่องนี้แม้จะละเอียดอ่อนแต่สำคัญ การใช้องค์กรระหว่างประเทศและองค์กรอิสระต่างๆเพื่อยกระดับเหตุการณ์และความสำคัญของกลุ่มตัวเองขึ้นมา การไปเอาฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้มาร่วมถ่ายรูปหน้าโรงพัก ร่วมยืนกับกลุ่มผู้ชุมนุมบ้าง เพื่อให้เห็นว่าอินเตอร์ นี่มันเป็นสากล นี่มันรุนแรงเหลือเกิน ชาวต่างชาติต้องเข้ามา ภาพต่างๆ เหล่านี้ อยู่ในวงของ Hybrid Warfare ท่านก็ดูแล้วกันว่า ที่ผมพูดมันเกิดขึ้นหรือเปล่าที่เมืองไทย

สิ่งที่หนักไปกว่านั้น คือ Cyber attacks หรือการโจมตีทางไซเบอร์ เรื่องนี้ก็คือการใช้ Big Data Analytic

ทุกครั้งที่ท่านใช้โทรศัพท์มือถือ ท่านกดไลค์ ท่านซื้อของ ท่านไปเที่ยว ท่านทำอะไรก็ตามที่แสดงพฤติกรรมของท่านผ่านมือถือ ระบบพวกนี้จะถูกรวบรวมเอาไว้ใน Big Data ความคิดเห็นของท่าน คอมเมนต์ของท่าน ทั้งเป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ท่านด่าใคร ท่านรักใคร หรือชอบใคร ทุกอย่างถูกรวบรวมไว้ใน Big Data ถามว่าแก้ได้ไหม ลงเฟซบุ๊กไปแล้ว ท่านแก้ได้ไหม มันไปเร็วมาก แต่ Big Data Analytic นั้นจริงๆ ถูกสร้างมาเพื่อใช้รวบรวมพฤติกรรมของลูกค้า แต่มีการเอาไปใช้ผิดๆ เพื่อเอามาหวังผลทางการเมือง เพื่อจะทำให้เด็กชอบอะไร ผู้ใหญ่วัยนี้ชอบอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก

สุดท้าย สงครามเศรษฐกิจ หรือ Economic War Fair ยกตัวอย่างสงครามการค้าที่เรารู้กันว่าขณะนี้จีนกับสหรัฐอเมริกามีสงครามการค้าเกิดขึ้น ส่งผลต่อทุกประเทศ แต่ก็ยังมีกลุ่มที่ยังแสวงประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจนำไปใช้ทางการเมือง เช่นอะไรครับ นำภาพคนอดอยาก ผมถามว่าประเทศไทยมี 60-70 ล้านคน อย่าเอาประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ไปเปรียบเทียบกับประเทศเล็กๆ ลองไปเปรียบเทียบกับประเทศใหญ่ๆ ดู แม้กระทั่งประเทศมหาอำนาจ ผมถามว่าประเทศมหาอำนาจไม่มีคนจนเลยหรืออย่างไร ไม่มีประเทศใดในโลก ในไซส์ขนาดนี้ ประชากรขนาดนี้ ที่จะรวยทุกคน ถึงมีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ชอบนำภาพคนจนออกมา หรือจับกลุ่มคนจนสร้างภาพว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ปัญหามีไว้ให้แก้ ผมเชื่อว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ตาม ก็ต้องพยายามแก้ปัญหาคนจนตามวิธีการต่างๆ โดยสุจริตใจ ไม่นำมาเป็นผลประโยชน์เข้าตัว เห็นแก่ผลประโยชน์ประเทศชาติ ทำให้คนรวยทุกคน เป็นเรื่องยาก แต่ทำให้คนจนเท่ากันทั้งหมด เป็นเรื่องง่าย นี่คือคอนเซปต์ของพรรคคอมมิวนิสต์

เกิดวิกฤติ หัวหน้าพรรคหนีหมด ลูกน้องติดคุก

เหนื่อย ... เอาล่ะครับ ท่านคิดให้ดีแล้วกันว่า ทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดภัยพิบัติ บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ จะเป็นสาเหตุจากพรรคการเมือง หัวหน้าการเมือง หัวหน้าพรรคการเมืองใดก็ตาม ผมพูดรวมๆ ทั่วโลก ส่วนใหญ่แล้วหนีหมด ทิ้งลูกน้องติดคุก ทิ้งลูกน้องสู้คดี ขึ้นศาล คนที่ไปร่วมชุมนุมก็กลับไปจนเหมือนเดิม นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

ผมเอ่ยชื่อนักการเมืองคนหนึ่งได้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เพราะรู้จักกัน สนิทกัน ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ ถามท่านว่าตอนหนีไปอยู่ต่างประเทศน่ะ มันลำบากแค่ไหน ลูกลำบากแค่ไหน กว่าจะกลับมาประเทศไทยได้ ลำบากแค่ไหน ก็ขออาเหลิมก็แล้วกัน เอ่ยชื่อขึ้นมา ก็เรื่องจริง เพราะผมเคยฟัง เล่าให้ฟังว่ามันลำบากขนาดไหน ที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ได้สบาย เพราะตอนนั้นไม่มีเงิน

ปัญหาความมั่นคงจะให้ใครแก้

ท้ายที่สุด ที่ผมพูดให้ฟังทั้งหมดนี้ ทุกท่านไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อผม เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ได้ แต่ผมขอถามท่านว่าปัญหาเรื่องความมั่นคง ท่านจะให้ใครแก้ นักวิชาการ หรืออาจารย์บางคนที่คบคิดกับพวกคอมมิวนิสต์เดิม เป็น master mind เป็นคลังสมอง ร่วมกับนักเรียนนอกซ้ายจัดดัดจริต ที่ไปเรียนจากประเทศที่เคยล่าอาณานิคม อบรมสั่งสอนแบบไร้จรรยาบรรณ ชอบอ้างเลข 2475 เป็นตัวชี้นำ ชอบอ้างว่าตนเป็นนักประชาธิปไตย แต่มีวาทกรรมจาบจ้วง

หรือท่านจะเลือกให้พวกนักการเมืองบางคนที่มุ่งหาแต่ประโยชน์ส่วนตัว เพื่อพวกพ้อง ไม่นึกถึงประโยชน์ของชาติ และยังมีนักการเมืองบางคนในพื้นที่ภาคใต้ที่เคยเกาะแข้งเกาะขานายทหารใหญ่ที่เป็นเพื่อนพ่อผม ตั้งพรรคการเมืองมายี่สิบปีก่อน บัดนี้เริ่มเป็นใหญ่เป็นโตอีกแล้ว เอาเรื่องศาสนา เรื่องการแบ่งแยกดินแดนมาเป็นเครื่องมือในการหาเสียง

หรือจะเชื่อกลุ่มนักการเมืองที่เหมือนผึ้งแตกรัง ลูกพี่ใหญ่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ

หรือสุดท้าย ท่านจะเชื่อนักธุรกิจเจ้าของโรงงานที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ชีวิตไม่เคยลำบาก เหมือนพวกฮ่องเต้ซินโดรม เคยชุมนุมร่วมกับคนเผาบ้านเผาเมือง สมคบคิดกับชาวต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน เจาะพฤติกรรมล้างสมองคนรุ่นใหม่เพื่อเป็นฐานให้กับตนเข้าสู่การเมือง มีพฤติกรรมล้มล้างชาติ สถาบัน

สามกลุ่มที่ผมพูดมานั้น ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าท่านจะมาเป็นผู้นำประเทศ ท่านเป็นได้ แล้วไม่ใช่ประเทศไทยไม่เคยมีสามคนกลุ่มประเภทนี้มาเป็นผู้นำประเทศ แต่ขอเถอะครับว่า ถ้าเขาเหล่านั้นไม่ส่อพฤติกรรมล้มล้างสถาบัน ไม่ส่อพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่ส่อพฤติกรรมหาประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศ เชิญเถอะครับ เชิญมาเป็น นำประเทศชาติของเราไปสู่ความเจริญ

สุดท้าย เราอาจจะเห็นต่างกัน เราอาจจะรักใคร ชอบใคร ในสิ่งที่ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เราเห็นต่างกันนั้นจะต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติ จะต้องไม่นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ผมและเพื่อนทหาร ตำรวจ จะยืนอยู่เคียงข้างประชาชน แล้วก็ขอให้พี่น้องประชาชน นิสิต นักศึกษา จำไว้ว่า ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ก็คือลูกหลานของพวกท่าน ในวันนี้กองทัพบกก็ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าให้เกียรติมารับฟังผม และมีมุมสะท้อนต่างๆ ให้ได้รับฟังกัน รับชมกัน ผมเองก็ดีใจ ก็ต้องขอบคุณ







กำลังโหลดความคิดเห็น...