xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” รับปรับตัวให้ทันสมัย ฟังคนด่าไม่อยากโมโห ย้ำกระบวนการยุติธรรมก้าวล่วงไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ประยุทธ์” ยอมรับ​ปรับตัวให้ทันสมัย ฟังคนด่าแต่ไม่อยากโมโห ลั่น​สู้ความยากจน ลากทุกคนไปด้วยกัน​ด้วย​ “รถไฟขบวนที่ 12 ของลุงตู่” ย้ำ กระบวนการยุติธรรมก้าวล่วงไม่ได้ ตนยังโดนหลายคดี ห้ามขบวน รมต.เปิดไซเรนหากไม่รีบ รับพูดมากอยากสื่อสาร

วันนี้ (9 ต.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อาคารลาดพร้าว ฮิลล์ ซอยลาดพร้าว 4 ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เยี่ยมชมภารกิจสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและมอบนโยบาย

โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้บริหาร พนักงาน และผู้แทนจากภาคเอกชนให้การต้อนรับ

โดยนายกฯได้เยี่ยมชมภารกิจจุดให้บริการดิจิทัลครบวงจร นิทรรศการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และยังได้ทดลองสแกนเครื่องตรวจจับใบหน้าและอารมณ์ พบว่า ณ เวลานี้นายกฯอารมณ์ดีเกิน 90% ขณะที่ช่วงดูเครื่องตรวจวัตถุระเบิดนายกฯ ได้หันหน้าไปทางสื่อ พร้อมกับพูดอย่างอย่างอารมณ์ดี ว่า ต้องเอาไปตรวจนักข่าวบ้าง เพราะวางระเบิดนายกฯทุกวัน

จากนั้นนายกฯเป็นประธานการประชุมหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ ASEAN Digital Hub” ก่อนที่เวลา 16.30 น.​ นายกฯมอบนโยบายกลุ่มสตาร์ทอัปรุ่นใหม่ ว่า​ วันนี้มีความสุขอีกวันที่ได้มาพบกับทุกคน​ แต่เมื่อเช้าก็สุขบ้างทุกข์​บ้าง เพราะเรื่องเยอะ​ แต่เวลานี้ได้มาหาและพบกับอนาคต​ของประเทศ​ซึ่งตนพยายามจะทำทุกอย่าง โดยยึดว่าวันข้างหน้าเราจะอยู่กันอย่างไร​ เพราะปัจจุบันเราต้องใช้ทั้งเทคโนโลยี​และนวัตกรรม​ เพราะโลกวันนี้เป็นศตวรรษ​ที่​ 21​ เราต้องปรับทั้งคนและเครื่องมือ​ แต่วันนี้ต้องยอมรับว่า อุปสรรค​ยังมีมาก​ เพราะคนไทยมีกว่า 70 ล้านคน สิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ คือ ความรักประเทศ​ การช่วยกันร่วมมือ ซึ่งวันนี้เราก็ต้องรวบรวมมาทั้งหมด ทั้งเรื่องกฎหมาย และต้องย้อนกลับมาดูว่าเราควรจะต้องเคารพกฎหมายก่อนหรือเปล่า​ กฎหมายฉบับใดถ้ามีปัญหาก็มาพูดคุยกัน​ สามารถแก้ไขได้​ทั้งหมด เพราะกฎหมายก็ร่างโดยมนุษย์​ การแก้ก็แก้ด้วยระบบกลไก​ทุกอย่างมันก็จบ​ ถ้ามัวแต่พูดกันอย่างนี้​ ทุกอย่างก็คงไม่เกิดและไม่จบ​ เราต้องเอาเวลาไปคิดอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์กันบ้าง แค่นี้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว นายกฯพยายามปรับตัวเองให้ทันสมัย แต่ก่อนเป็นทหารอย่างเดียว วันนี้มาเป็นนายกฯก็ต้องเป็นอีกแบบ​ ไม่ใช่การบังคับบัญชาเพื่อไปรบ แต่เป็นการสู้กับความยากจน สร้างโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เราต้องลากกันไปให้หมด​ รถไฟขบวนที่ 12 ของลุงตู่​ 5 ปีที่ผ่านมา มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ที่ไปพร้อมกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูป ซึ่งการใช้ไอทีนั้นเกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบราชการและการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน ขอให้ไปอ่านดูบ้าง ไม่เช่นนั้น จะไม่เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ

นายกฯ​กล่าวว่า​ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่ว่าไม่ฟังใครเลย เวลาด่าก็ด่า​จัง​ ตนไม่อยากโมโหใครทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ต้องช่วยกันทำความเข้าใจว่า วันนี้ประเทศไทยอยู่ตรงไหนและปัญหาอยู่ตรงไหน ปัญหาสำคัญคือ ความเป็นอยู่ของประชาชนทุกอาชีพ สิ่งที่ตนต้องการเห็น คือ การจูงมือไปด้วยกัน รัฐบาลพยายามใช้ในสิ่งที่ทุกคนคิด 5 ปีที่ผ่านมา มัวแต่คิดแต่ต้นแบบไม่ได้ ต้องสามารถหยิบจับได้แล้ว และต้องนำไปสู่การผลิตแล้ว​ หากรวมกลุ่มกันขึ้นมาก็จะสามารถทำให้รัฐบาลส่งเสริมได้ตรงกลุ่ม​ รัฐบาลจะได้ชี้เป้า

จากนั้น นายกฯได้รับฟังข้อเสนอจากตัวแทนกลุ่มสตาร์ทอัปรุ่นใหม่ โดยช่วงหนึ่ง มีข้อเสนอเรื่องอธิปไตยด้านการลงทุนหรือการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งทันทีที่นายกฯได้ยินคำว่าอธิปไตย​ ก็ได้หันหลังมาพูดกับทุกคนว่า​ “อธิปไตยไม่ต้องกลัว​ ยังเป็นของประเทศไทยอยู่”

นายกฯ กล่าวอีกว่า ฝากพวกเราเอาคนกลับมาพัฒนาประเทศให้ถูกทาง อย่าไปแก้ปัญหาผิดๆ แบบเดิม มันทำไม่ได้ จะเอาทุกอย่างเหมือนที่อื่นคงไม่ได้ เพราะที่นี่คือประเทศไทย “ถ้าจะด่าจะว่าลุงแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ ก็ทำได้ แต่ก็ขอให้เข้าใจกันบ้าง ไปว่าใครเขาไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อเลือกทางนี้ก็ต้องโดนอยู่แล้ว เป็นทหาร 40 ปี เป็นนายกฯมา 5 ปีก็แก่ไปเยอะ”

นายกฯกล่าวว่า สิ่งที่เราต้องทำวันนี้ คือ ต้องกลับไปดูกฎหมายพื้นฐาน อย่างเรื่องกฎหมายจราจร รถก็ติดไม่ใช่ไม่ห่วง ห่วงทุกคน อย่างกรณีที่มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์แล้วไปตบผู้หญิงที่ขับรถยนต์ ทั้งที่ผู้หญิงพยายามขอโทษแล้ว นี้มันแย่ สังคมมันเป็นอย่างนี้ ต้องให้อภัยกันบ้าง ถ้าเขาไม่ได้ทำให้เราเจ็บเราตาย จะไปโกรธเขาทำไม แค่ขอโทษกันก็จบ วันนี้ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความจน เป็นคนขี้โมโห และส่วนหนึ่งเกิดจากยาเสพติด ซึ่งก็จับอยู่เยอะแยะ แต่ไม่หมดสักที ไม่รู้ไปเอามาจากไหนกัน วันนี้ปราบเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที ไม่ใช่รัฐบาลนี้ไม่ปราบ แต่ปราบเป็นหลาย 10 เท่ากว่าที่ผ่านมา

นายกฯ กล่าวว่า คดีความวันนี้ก็เยอะไปหมด ซึ่งเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างหากให้ฝ่ายบริหารทำหน้าที่บริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติไปแก้กฎหมาย เมื่อฝ่ายบริหารเจอปัญหา แก้ด้วยกฎหมาย ซึ่งทางสภา ฝ่ายนิติบัญญัติก็ว่ากันไป ส่วนกระบวนการยุติธรรมของศาล เราไปก้าวล่วงไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ จะไปสั่งศาลได้อย่างไร ตนก็พร้อมที่จะโดนเล่นงานอยู่เหมือนกัน เขาฟ้องมาเท่าไหร่ 3-4 ร้อยเรื่องแล้วมั้ง แต่ตนเป็นนายกฯต้องรับผิดชอบทุกเรื่อง ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบหมด ตอนเข้ามาอยู่ตรงนี้เพราะเป็นห่วงและรักประเทศชาติ ทุกคนต้องรักเหมือนตน เพราะประเทศนี้เป็นของเราทุกคน ต้องเป็นคนไทยที่รักชาติ ซึ่งประเทศไทย มีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขณะที่มีรัฐบาล ทหาร แล้วต้องมีประชาชนอยู่ด้วย เป็นคำนิยามของตน และอย่าห่วงว่าตนเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ ตนไม่เคยคิด ตนคิดแต่ผลประโยชน์แผ่นดิน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นั่งรถบางทีเขาหันมามองหน้าตน เขาก็ไม่ค่อยยิ้ม คงโทษว่าทำให้รถติด ตนก็พยายามห้ามเปิดหวอ เปิดไซเรน ใครเปิดจะสั่งขัง ตั้งแต่ตนมาก็ไม่เคยเปิดไซเรนเลย แต่ขอเถอะ บางครั้งก็จำเป็นบ้าง ต้องไปให้ทันเวลา และก็สั่ง ครม.ทุกคนด้วยว่าห้ามเปิด ถ้าไม่ด่วน หรือจะเป็นจะตาย ทุกอย่างต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย และต้องให้เกียรติกันบ้าง ไม่ใช่ว่าทุกอย่างเท่ากันหมด มันเป็นไปได้หรือไม่ แต่จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีความสุข เราทุกคนต้องช่วยกันเสนอแนะ ขอให้สัญญากันนะเชื่อตนบ้าง ถึงไม่เชื่อทั้งหมดก็ไม่เป็นไร

นายกฯกล่าวอีกว่า ปัญหาการศึกษาของประเทศเราคือต้องการให้ดี แต่นึกถึงตัวเองไว้ก่อน เป็นธรรมดาของโลก หลายคนเอาตัวให้สบายก่อนถึงจะช่วยผู้อื่นได้ ถ้าคิดว่าตัวเองรวยเมื่อไหร่ แล้วค่อยคืนให้สังคม ก็จะติดกันอยู่อย่างนี้ ดังนั้น ต้องทำวันนี้แล้วคิดถึงเขา ตัวเองก็จะมีความสุข นอนตาหลับ ไปไหนก็ไม่ต้องโดนคนด่าแบบตน ตนอาจจะพูดเยอะแต่อยากให้รู้ว่าผู้นำประเทศคิดอะไรอยู่ ถ้าพวกเราคิด และเคมีตรงกัน ก็เอาไปทำ แต่ถ้าไม่เข้าใจกันตนก็โดนกลับมาทุกที พูดไปก็โดนกลับมา บางทีตนก็เหนื่อย ทุกคนไม่เข้าใจว่าตนต้องการอะไร หาว่าพูดโดยไม่รู้เรื่อง จะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร อยู่มา 5 ปีแล้ว บริหารมา 5 ปี ถึงจะบอกว่าธุรกิจไม่ดี แต่มัน ก็ไม่ได้เลวจนมากมาย ไม่ใช่หรือ แล้ววันนี้ดัชนีการค้าเยอะหรือไม่ การค้าส่งออก เขาหาตลาดกันอยู่แล้ว และหามากขึ้นกว่าเดิมด้วย แต่ปัญหาเราคือต้นทุนสูงก็แข่งขันกับเขาไม่ได้ หลายอย่างมีปัญหาลึกซึ้ง สังคมเราต้องปรับเปลี่ยนในทางที่ดี ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จากนั้น นายกฯพูดหยอก พร้อมหัวเราะด้วยว่า “เลิกเป็นนายกฯดีกว่า มาเป็นนายกฯสตาร์ทอัป มีความสุขดีเนอะ”


กำลังโหลดความคิดเห็น...