xs
xsm
sm
md
lg

ตามดูยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในกรอบเงินงบประมาณก้อนแรกปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้าน รัฐทุ่มให้ 6 ยุทธศาสตร์เท่าไร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตามดูยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในกรอบเงินงบประมาณก้อนแรกปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้าน รัฐทุ่มให้ 6 ยุทธศาสตร์ พบด้านความมั่นคง 428,190.6 ล้าน สร้างความสามารถในการแข่งขัน 380,803.1 ล้าน พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 571,073.8 ล้าน สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 765,209.4 ล้าน สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 118,700.2 ล้าน ปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 504,686.3 ล้าน พร้อมคาดเศรษฐกิจไทยปี 63 ขยายตัวร้อยละ 3.0-4.0

วันนี้ (8 ต.ค.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ล่าสุดสำนักงบประมาณ ได้ส่งเอกสารบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญร่างเอกสารงบประมาณไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญเพื่อพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1

ทั้งนี้ พบว่ากรอบงบประมาณ วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่สำนักงบประมาณส่งไปมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึง “6 ยุทธศาสตร์ ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ ภายในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563”

1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง จำนวน 428,190.6 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีความสุข ประเทศชาติมีความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ การสร้างบทบาทของไทยในอาเซียนและเวทีโลก รวมทั้งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด

2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 380,803.1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างยั่งยืน สมดุลและมีเสถียรภาพ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ พัฒนาเขตพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกและเขตเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว การพัฒนาผู้ประกอบการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่สากล การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต พัฒนาภาคเกษตรสร้างมูลค่า การพัฒนาความมั่นคงทางพลังงาน การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล การพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 571,073.8 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคนไทยในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ และมีสุขภาวะที่ดี ตลอดจนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย และการพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับศักยภาพของแรงงาน การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต และการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21

4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จำนวน 765,209.4 ล้านบาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยกระจายศูนย์กลางความเจริญให้ทั่วถึง เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นพลังทางสังคมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นในการจัดการตนเอง โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับสังคมสูงวัย การพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาพื้นที่ระดับภาคด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 118,700.2 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาทรัพยากรและการรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจภาคทะเลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ปัญหาหมอกควันและไฟป่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่เมือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ จำนวน 504,686.3 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ให้มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส รับผิดชอบและตรวจสอบได้ ปรับขนาดองค์กรให้มีความเหมาะสมกับภารกิจ การปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย ให้มีความทันสมัย เสมอภาคเป็นธรรม มีความเป็นสากล ตลอดจนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อความเป็นธรรม และ 7. รายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 431,336.6 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสาหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

ทั้งนี้ สำนักงบประมาณ ยังได้เสนอบทวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญ “ภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563” โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะขยายตัวร้อยละ 2.7-3.2 ชะลอลงจากร้อยละ 4.1 ในปี 2561 เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและการเพิ่มขึ้นของมาตรการกีดกันทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการลดลงของการส่งออกและการชะลอตัวของการท่องเที่ยว

“การขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจทั้งทางด้านการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชน แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ”

สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในปี 2562 ยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วงร้อยละ 0.7-1.2 ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลประมาณร้อยละ5.9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

บทวิเคราะห์ยังกล่าวยังเชื่อว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 3.0-4.0 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าโลกที่คาดว่าจะสามารถปรับตัวต่อมาตรการกีดกันทางการค้าได้มากขึ้น รวมทั้งการขยายตัวในเกณฑ์ดีของอุปสงค์ในประเทศ

โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวตามการเร่งเบิกจ่ายโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีกำหนดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในช่วงปี 2563-2564 ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่มีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากการย้ายฐานการผลิตระหว่างประเทศ ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐและภาคครัวเรือนขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2563 ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...