xs
xsm
sm
md
lg

ชิมช้อปฯ-ประชารัฐ ทำฝ่ายตรงข้ามกรี๊ดสลบ !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา

นาทีนี้ยังไม่รู้ว่าแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในที่รัฐบาล "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมาใช้เป็นแพกเกจอยู่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงินลงไปในบัตรประชารัฐ กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ โครงการประกันรายได้ในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ซึ่งสองรายการหลังนี้ กำลังเริ่มขยับ แต่ที่กำลังเป็นที่ฮือฮา มีปฏิกิริยากลับมาในหลายรูปแบบ ทั้งในแบบที่ชื่นชอบ และเสียงด่าทอโวยวายดังลั่น สนั่นทุ่ง แต่หากพิจารณาในภาพรวมๆ แล้ว โครงการต่างๆ ดังกล่าวสำหรับชาวบ้านที่ได้รับโดยตรงแล้ว ส่วนใหญ่ถือว่าพอใจ

พอใจเพราะพวกเขาได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งในรูปเงินสดที่เติมลงไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งวงเงินหนึ่งพันบาท สำหรับมาตรการ "ชิมช้อปใช้" ที่เพิ่งปิดการลงทะเบียนไปไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ด้วยที่มีคนสนใจจำนวนมาก จนไม่อาจลงทะเบียนได้ทัน ทำให้รัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศว่าจะมี "เฟส 2" ตามมา โดยจะเริ่มลงทะบียนรอบใหม่ ราวไตรมาส 4 หรือ ปลายปีนี้ โดยจะมีการปรับแก้ไขปัญหาให้มีการลงทะเบียน หรือการใช้เงินได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม และมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

แน่นอนว่าในทางวิชาการแล้ว แนวทางดังกล่าวโดยเฉพาะโครงการ"ชิมช้อปใช้" มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาผลกระทบจากการส่งออกที่มีปัญหา ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าจากทั่วโลก

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมารัฐบาลของ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินโครงการในแบบที่ใช้ชื่อว่า "ประชารัฐ" อ้างว่า ใช้หลักการความร่วมมือระหว่างประชาชนกับรัฐ แต่ขณะเดียวกันโครงการดังกล่าวจะเป็นการเปิดการลงทะเบียน มีการบันทึกข้อมูล ส่วนการจ่าย หรือความช่วยเหลือ ก็จะส่งถึงมือโดยตรง จะไม่ผ่านนายหน้าหรือคนกลางเหมือนเช่นในอดีตที่มีการรั่วไหล แต่คราวนี้ยังไม่ปรากฏเป็นข่าวอื้อฉาว อย่างมากก็เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดของข้อมูล หรือ การตกหล่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่เป็นโครงการใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก แต่ตราบใดที่มันไม่ใช่การโกงกันแบบมโหฬาร มันก็สามารถอธิบายได้
ขณะเดียวกันด้วย "ข้อมูล" ที่ได้รับ และมีการบันทึกเอาไว้เป็นจำนวนมาก และเป็นครั้งแรกที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยียุคดิจิทัล มันก็สามารถนำมาต่อยอดได้อีกหลายโครงการ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ดี แม้ว่านาทีนี้ยังไม่อาจสรุปได้ทันทีว่าจะสำเร็จ หรือล้มเหลว จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ .3 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ทั้งปี จีดีพี ปีนี้โตไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ให้ได้ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อวัดจากความสนใจและการตอบรับจากชาวบ้านทั่วประเทศ โดยเฉพาะจากโครงการ "ชิมช้อปใช้" ที่แย่งกันลงทะเบียนจนครบโควต้าวันละล้าน ในแต่ละวันอย่างรวดเร็ว และเตรียมขยาย เฟส 2 ตามมาในปลายปีนี้ นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ได้ผล ชาวบ้านสนใจแห่มาร่วมโครงการของรัฐบาล "ล่งตู่" อย่างล้นหลาม

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แน่นอนว่าย่อมสร้างผลกระทบทางการเมืองให้กับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจากพวกพรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรคเพื่อไทย ในเครือข่ายของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ถือว่าเป็น "จ้าวแห่งประชานิยม" แต่มาวันนี้กำลังจะถูกแทนที่ และถูกลืมเลือนด้วยวิธีการใหม่ และด้วยวิธีที่มีการ "ต่อยอด" ขึ้นมาจากเดิม

ขณะเดียวกันเมื่อวัดจากปฏิกริยาส่งเสียงโวยวาย หรือคำพูดที่ดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล เช่น ระบุว่าเป็นการแจกเงินให้ไหลเข้ากระเป๋านายทุน เป็นต้น หรือบอกว่าล้มเหลว ไม่ได้ผล สารพัดที่ออกมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะแสดงท่าทีแบบนั้น เพราะหากชมเชยนี่สิ ถือว่าเป็นเรื่องแปลก และที่สำคัญหากเสียงโจมตียิ่งดังมากขึ้นเท่าใด ในขณะที่กระแสตื่นตัวของชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการอย่างล้นหลาม มันก็ย่อมเป็นคำตอบได้ในตัวเองอยู่แล้ว

สิ่งที่เห็นในเวลานี้ก็คือ การเคลื่อนไหวนอกสภาที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับการเร่งดีกรีทุกทาง เหมือนกับว่า ต้องการล้มรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพราะหากยิ่งเนิ่นช้าทอดเวลานานออกไปเรื่อยๆ มันย่อมสร้างผลกระทบตามมาหลายอย่าง อย่างที่รับรู้กันว่า การที่พวกเขาไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือเข้าควบคุมอำนาจรัฐ หรือทิ้งช่วงนานเท่าใด มันก็จะสร้างความสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับในเวลานี้ ที่บรรดาเครือข่ายมวลชนแดง ที่กำลังระส่ำระสาย แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง

ดังนั้น หากจะวัดถึงความชื่นชอบ หรือความตื่นตัว มีกระแสเข้าร่วมโครงการของชาวบ้านว่ามีมากน้อยแค่ไหนก็ต้องวัดจากปฏิกิริยาจากฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่นาทีนี่มันก็เหมือนกับได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะโครงการประชานิยม ที่เคยเป็นที่จดจำ กำลังเริ่มถูกแทนที่ในแบบที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มันถึงได้โวยวาย และ ต้องดิสเครดิตทุกทางนั่นแหละ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...