xs
xsm
sm
md
lg

คำถาม6ข้อที่ "อนุทิน-ศักดิ์สยาม"ต้องตอบสังคม รื้อสายสีส้มตะวันตกเพื่ออะไร ? เกมกวนน้ำ"รถไฟ 3 สนามบิน"ให้ขุ่นบีบ CPH เพื่อใคร ? "พาราควอต-กัญชา"ทำเพื่อประชาชนได้ แต่เมกะโปรเจกต์เพื่อตัวเอง ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

อนุทิน ชาญวีรกูล - ศักดิ์สยาม ชิดชอบ - สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข่าวปนคน คนปนข่าว

**คำถาม 6 ข้อที่ "อนุทิน-ศักดิ์สยาม" ต้องตอบสังคม รื้อสายสีส้มตะวันตก เพื่ออะไร ? เกมกวนน้ำ "รถไฟ 3 สนามบิน"ให้ขุ่น บีบ CPH เพื่อใคร ? "พาราควอต-กัญชา" ทำเพื่อประชาชนได้ แต่เมกะโปรเจกต์ เพื่อตัวเอง ?



เมกะโปรเจกต์ 1.94 ล้านล้าน ที่รัฐบาลฝากความหวังไว้ว่าจะเป็น "ตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ" มาถึงตรงนี้ต้องพูดกันตรงๆ ว่า ถ้ารมว.คมนาคม"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" และ รองนายกฯ "อนุทิน ชาญวีรกูล" พรรคภูมิใจไทย ยังทำตัวให้คนครหาว่า มาทำงานเป็น "ตัวแทนกลุ่มทุนตัวเอง" มากกว่า "ตัวแทนประชาชน" ผลประโยชน์ของชาติ ก็เลยยักแย่ยักยัน กันอย่างที่เห็น

เรื่องนี้เป็นเส้นบางๆ ของ "conflict of interest"ผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างการเมือง-ธุรกิจ ที่ก่อนจะจัดตั้ง"รัฐบาลลุงตู่ 2" คนเขาก็ห่วงว่า ภูมิใจไทย ที่ต่อรองจะเอา"คมนาคม"ให้ได้นั้น เพราะมี "วาระซ่อนเร้น" ?

ใครๆก็รู้ว่า "ซิโน-ไทย" หรือ STEC ของตระกูล "ชาญวีรกูล" เป็นยักษ์ใหญ่ก่อสร้าง รวมถึงกลุ่มทุนพันธมิตร ที่ร่วมทุนรับงานภาครัฐ-เมกะโปรเจกต์ อยู่หลายโครงการ และยังมีโอกาสเข้าประมูลงานที่ "คมนาคม" คุมอยู่อีกหลายโปรเจกต์ ค่างานว่ากันหลายแสนล้าน ถึงล้านล้าน !

เวลานี้ ร่ำลือกันไปทั่ว คมนาคม ยุคนี้ คิด และ ทำเหมือน "ใครเป็นคู่แข่งกลุ่มทุนของตนเอง" ต้องโดนหมด ต้องกินรวบหมด ? ประกาศจะแบล็กลิสต์คู่แข่งสำคัญ และ ประกาศจะเข้าประมูลแทนที่อย่างโจ่งครึ่ม

แน่นอนว่า "เสี่ยหนู" อนุทิน อาจจะไม่คิด ไม่เคยคิด แต่นักวิเคราะห์หุ้นเขาคิด ไปไล่เรียงดูได้จากบทวิเคราะห์หุ้น "STEC"ได้เลย ตั้งแต่มีข่าว "ศักดิ์สยาม" จะรื้อนั่น เปลี่ยนนี่ มีคำแนะนำให้เก็บหุ้น "STEC"เข้าพอร์ตกันทั้งนั้น

แมลงเม่าบินกันให้ว่อนทั่วตลาดหุ้น มีความหวังกับหุ้น STEC จะทำให้ "เป๋าตุง" ไม่ต้องพึ่ง "ชิมช้อปใช้"

เรื่องที่ผ่านขั้นตอนกฎหมาย ผ่านสภามาแล้ว เรื่องที่ควรไปต่อ "ท่านรมว.ศักดิ์สยาม" ทำเหมือนกำลังประมูลงานก่อสร้างถนนเข้าหมู่บ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก็ไปรื้อใหม่ เปลี่ยนใหม่ แยกสัญญาออก ทำให้ป่วนซะงั้น เลยมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ทำแบบนี้ หรือเพื่อเคาะกะลา ? แทนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ จะพารัฐบาลถอยหลังเอา...

นี่มันโครงการใหญ่ มีกฎหมาย มีกติกา จะมาเล่นขายของ "ลุยถั่ว" ทำมั่วๆ กันหรืออย่างไร นักลงทุน ภาคเอกชน ใครเขาจะรับได้ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเคลียร์ให้ชัด ถ้ายังยืนยันจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เรื่องครหาพวกนี้ต้องจบ ต้องมีคำตอบที่โปร่งใสให้ประชาชน

ยกตัวอย่าง "สายสีส้มตะวันตก 1.2แสนล้าน" โครงการนี้เป็นโครงการร่วมลงทุน PPP ซึ่งต้องทำตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุน พ.ศ.2562 โดย รฟม.ได้เสนอผลการศึกษาฯ ผ่านความเห็นชอบของบอร์ด รฟม. กระทรวงคมนาคม สภาพัฒน์ และ คณะกรรมการ PPP เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติ เพื่อเปิดประมูล ย้ำว่า เหลือเพียงนำเข้า ที่ประชุมครม.เท่านั้น !

รูปแบบการลงทุน PPP Net Cost

ให้เอกชนลงทุนทั้งหมด โดยรัฐ ทยอยจ่ายคืนค่างานก่อสร้างโยธา เพื่อลดปริมาณหนี้สาธารณะของรัฐ และให้เอกชนผู้ลงทุนรับความเสี่ยงดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผน เพราะที่ผ่านมาพอแยกสัญญาจะไม่มีผู้รับผิดชอบ ทำให้งานแล้วเสร็จไม่พร้อมกัน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

"เสี่ยหนู-ศักดิ์สยาม" บอกว่า "มั่ว" จะขอเปลี่ยนใหม่ ล้ม ppp เล่นเอา "งง" ไปทั้งบาง !

ทั้งๆ ที่ รูปแบบนี้ใช้กับโครงการ Hispeed Train เชื่อม 3 สนามบิน และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู สายสีเหลือง มาแล้ว

สำคัญ คือ ทั้งสองสาย ชมพู/เหลือง ผู้ชนะการประมูล คือ กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture:BSR JV) ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS),บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC)โดยให้เอกชน ร่วมลงทุนเป็นเวลา 33 ปี 3 เดือน ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และมีระยะเวลาเดินรถ 30 ปี

แบบเดียวกันเป๊ะ! กับสายสีสัมตะวันตก !

คำถามที่เกิดขึ้น คือ

1. รื้อรูปแบบการลงทุน เพื่ออะไร ทั้งที่ผ่านคณะกรรมการ PPP ซึ่งตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2562 นายกฯ เป็นประธาน (รองฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ปฏิบัติหน้าที่แทน )

2.รูปแบบที่ "อนุทิน-ศักดิ์สยาม" ต้องการเปลี่ยนแยกงานโยธามาประมูลต่างหาก ไม่ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถ้าแยกแล้วใครได้ประโยชน์ ?

3. ทำไมไม่ทบทวนตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล แต่พอเรื่องผ่าน PPP จนจะเข้าครม. ค่อยมาขอทบทวน

4. เป็นเกมการเมือง ต่อรองกับรัฐบาล หรือไม่

5. มีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง ต้องการผลประโยชน์จากการแยกสัญญา และการลงทุน หรือไม่

6. รูปแบบนี้ ได้ทำมาแล้วใน Hispeed train และ สายสีชมพู/เหลือง แต่พอสีส้ม กลับบอกว่าไม่เห็นด้วย ทั้งที่ตนเองมีส่วนร่วมใน สายสีชมพู/เหลืองมาแล้ว

ส่วนเรื่อง"ทางด่วน" ยิ่งหนักถึงขั้นที่ว่า "ไม่รับรู้ กติกา มารยาทใดๆ" หรือ ที่ชาวบ้านเขาว่า "บ้าอำนาจ" ก็ ครม. ประยุทธ์ 1 มีหลักการเจรจาให้รัฐ-เอกชน ยุติเรื่องพิพาท รัฐได้ประโยชน์ลดค่าโง่ แถมประชาชนได้ประโยชน์จากการสร้างทางด่วน ชั้นสอง "Double Deck"แต่ "รมว.ศักดิ์สยาม" หาว่า ครม.เก่ามั่ว ทำไม่ถูก ไม่รอบคอบ และ อ้างว่า ก.คมนาคม ไม่รู้เรื่อง

เรื่องนี้ "ศักดิ์สยาม" พูดไม่หมด อ้างว่า คมนาคมไม่รู้เรื่องได้อย่างไร เพราะ กทพ. เสนอ ครม.ทราบแนวทางเจรจาหมดแล้ว ผ่านกระทรวงคมนาคม รมว.-รมช. ขณะนั้น ทั้ง "อาคม เติมพิทยาไพสิฐ" และ"ไพรินทร์ ชูโชติถาวร" กำกับดูแลเอง

ครม.เองให้ "รองฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์" และ "วิษณุ เครืองาม" กำกับเพราะ รองฯสมคิด ดูเรื่องการเงินการลงทุน PPP ขณะที่รองฯวิษณุ ดูเรื่องกฎหมาย-คดี ส่วน ก.คมนาคม ก็กำกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว

สัญญานี้เป็นสัญญาร่วมทุน ต้องทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน การเจรจาแก้สัญญา ตาม มาตรา 47 ต้องผ่าน กทพ. -กรรมการกำกับดูแล มาตรา 43 และ กรรมการ PPP ที่รองฯสมคิด เป็นประธานแทนนายกรัฐมนตรี ดูแลภาพรวม เจรจาจบ เสนอ กระทรวงคมนาคม เสนอ ครม. ไม่ใช่ให้อำนาจ รมว.คมนาคม ดูแลเจรจาเองทั้งหมด

การที่จะไปยกเลิก มติครม. แล้ว"ขอดูเองทั้งหมด" ไม่สน พ.ร.บ. ร่วมทุน อ้างว่า มติครม. เก่ามั่ว ตัวเองนั้นใหญ่กว่าครม. ใหญ่กว่าลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ไม่ให้เกียรติ รองฯสมคิด และรองฯวิษณุ ... จะให้เข้าใจเป็นอย่างอื่น คงไม่ได้

นี่ขนาดสภาฯ ผ่านมาแล้ว พอเรื่องจะจบ กลับจะมายึดไปดูเอง ยังเพี้ยนได้อีก มีเบื้องหลังอะไร ?
ที "กัญชา-พาราควอต" บอกว่า เอาประชาชนเป็นหลักแต่ "ทางด่วน" กลับไม่เอาประชาชน อยากแยกประมูลอย่างเดียว ผู้รับเหมาคนไหนได้ประโยชน์ ?

เรื่องโฮปเวลล์ ก็เช่นเดียวกัน จะขอสู้ ไม่หารือรัฐบาล ถ้าแพ้มาอีก ค่าโง่และดอกเบี้ยที่เดินทุกวัน "ศักดิ์สยาม"จะยอมจ่ายเองหรือไม่ ?

คำถามคาใจยุ่บยั่บไปหมด กับแนวทางการทำงานของ พรรคภูมิใจไทย ในกระทรวงคมนาคม ยุคนี้
แม้แต่เรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เหมือนทุกอย่างจะจบด้วยดีแต่ก็ยังอุตส่าห์ "กวนน้ำให้ขุ่น" จนได้ อนุทิน ให้สัมภาษณ์ ราว CPHผู้ชนะเป็น"ผู้ร้าย" ขีดเส้นตายต้องเซ็นวันนั้นวันนี้ ถ้าไม่เซ็นจะถูกแบล็กลิสต์จากรัฐ

ขู่ว่า วันที่ 15 ตุลาคมนี้ หาก "กลุ่ม CPH"ไม่มาลงนามสัญญาก่อสร้าง จะต้องโดนแบล็กลิสต์จากรัฐ เป็นการเสียชื่อบริษัท ยิ่งกว่านั้น มันหมายถึงว่า นอกจาก CP แล้ว กลุ่มบริษัทที่ร่วมทุนทั้ง บมจ.ทางด่วน และรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น บมจ. ช.การช่าง และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก็จะได้รับผลกระทบในการประมูลงานรัฐ ในอนาคตด้วย เรียกว่าผลเสียมหาศาลจริง ๆ

คำถามมีว่า บ้านเราผู้รับเหมารายใหญ่ ที่มีคุณสมบัติที่จะประมูลงานเมกะโปรเจกต์ได้ จะมีสักกี่เจ้า ถ้าไม่ใช่ ช.การช่าง อิตาเลียนไทย และ ซิโน-ไทย ของตระกูลชาญวีรกูล ถ้าสองเจ้าถูกแบล็กลิสต์ หมายความว่า จะเหลือแค่ "ชิโน-ไทย" รายเดียว! ที่จะรอรับเมกะโปรเจกต์

"อนุทิน"ต้องการเช่นนั้นจริงๆ หรือ ?

เบื้องลึกจริงๆ ปัญหาแท้ๆ ของไฮสปีดเทรน ก็อยู่ที่คมนาคมในกำกับของ "อนุทินและรมว.ศักดิ์สยาม" เองนั่นแหละ

เรื่องหลักเลยคือ "การส่งมอบพื้นที่" เอกชนลงทุน ก็ต้องการเงื่อนไขให้รัฐจัดการส่งมอบพื้นที่ต้อง 100% เพื่อให้มั่นใจในการเจรจากับสถาบันการเงินปล่อยกู้ลงทุน แต่ อนุทิน บอกว่ารัฐรับปากได้แค่ 50% ก็พอแล้ว อ้างว่าในทีโออาร์ บอกไว้ แล้วค่อยว่ากัน ทำไป แก้ไป หรือ ถ้าสุดวิสัยจะชดเชยให้เรื่องเวลาการดำเนินงาน อนุญาตให้ช้าได้ ไม่เสียค่าปรับ

ความจริงอีกด้านกลับกลายเป็นว่าในทีโออาร์ ไม่ได้บอกว่า 50% แต่ให้เป็นเงื่อนไขที่ต้องคุยกันระหว่างรัฐกับเอกชน เจรจากันในกรอบได้

เรื่องที่สอง "บอร์ดรถไฟ" ที่ลาออกทั้งชุด โดยที่มาเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ย่อมส่งผลต่อเรื่องนี้โดยตรง และหากว่าภายหลัง เมื่อ CPH ถูกเขี่ยทิ้งไป เกิดเจรจากับรายที่เข้ามาแทนที่ ทั้งการส่งมอบพื้นที่สามารถทำได้ทั้ง100% และเงื่อนไขอื่นๆ เปย์ให้เต็มที่ เพียงเพราะเป็นพวกพ้องตัวเอง ความยุติธรรมในเรื่องนี้อยู่ตรงไหน ?

ถ้าสมการ "อำมหิต" บีบเขาแล้ว เราจะได้ที่วางไว้เกิดขึ้นจริงๆไม่อยากจะคิดว่าจะเป็นอย่างไร

"อนุทิน และ ศักดิ์สยาม" ต้องไม่ลืมว่า EEC เป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลลุงตู่ ทำคลอดมาเองตลอดเวลาที่ฟูมฟักมา 3 ปี รถไฟเชื่อม 3 สนามบินถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะขับเคลื่อน EEC ให้บรรลุฝั่งฝัน มาพังเพราะ ความไม่แฟร์ของท่าน ก็ไม่รู้ "ลุงตู่" จะว่าอย่างไร

ไหนๆ"ภูมิใจไทย" ก็มาดีแล้วทั้ง เรื่องกัญชา-พาราควอต เรื่องเมกะโปรเจกต์ ก็ต้องแฟร์ๆ เชื่อว่าเรื่องนี้"อนุทิน" ก็ย่อมเข้าใจ ท่านชัดเจนมาตลอด คงไม่อยากให้เกิดคำถามที่สังคมคลางแคลงใจแบบนี้

"ไม่เอา พาราควอตเพื่อประชาชน...ไม่เอา CPH เพื่อใคร ? "



กำลังโหลดความคิดเห็น...