xs
xsm
sm
md
lg

“ประธาน กสม.” ร้อง ป.ป.ช.สอบ “ชีพ จุลมนต์” ก่อนพ้นเก้าอี้ "ประธานศาลฎีกา" ฐานละเว้นไม่แต่งตั้ง กสม.ชั่วคราว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“ประธาน กสม.” สุดทนยื่นคำร้อง ป.ป.ช. ไต่สวน “ชีพ จุลมนต์” ก่อนพ้นเก้าอี้ประธานศาลฎีกา ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นไม่แต่งตั้ง กสม.ชั่วคราว เผยทำให้ “กสม.” เป็นเป็ดง่อยไม่อาจปกป้องประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิได้ หวั่นยื่นคำร้องขอคืนสถานะ A ไม่ทันกำหนด และกระทบการบริหารงานในองค์กร

วันที่ 30 ก.ย. เวลา 15.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มอบหมายให้ผู้แทนเข้ายื่นคำกล่าวหา ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการไต่สวนและดำเนินการอื่น ๆ ต่อนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา กรณีเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
นายวัสระบุพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดของนายชีพในหนังสือที่ร้องต่อ ป.ป.ช. สรุปว่า วันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา มี กสม.ลาออก 2 คนทำให้เหลือผู้ปฏิบัติหน้าที่ กสม. เพียง 3 คน ซึ่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งของกรรมการ จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทยและผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติ รวมทั้งทำหน้าที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตาม รธน.ปี 2560 และ พรป.กสม. ปี 2560 ได้ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. จนถึงวันที่ 12 ก.ย. นายวัสได้มีหนังสือด่วนที่สุด รวม 7 ฉบับ เพื่อกราบเรียนประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ร่วมกันแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับ กสม. เพื่อมาทำหน้าที่เป็น กสม. เป็นการชั่วคราว
ต่อมาวันที่ 18 ก.ย. รักษาราชการเลขาธิการประธานศาลฎีกา มีหนังสือถึงนายวัสว่า ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองกำลังร่วมกันปรึกษาหารือและพิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ตัวบุคคลที่มีความสามารถและความเหมาะสม รวมทั้งมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามมาทำหน้าที่ กสม. เป็นการชั่วคราว หากดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วเมื่อใดจะมีหนังสือกราบเรียนประธาน กสม. ให้ทราบภายหลัง
ขณะที่นายวัส มีหนังสือด่วนที่สุดถึงศาลฎีกาเป็นฉบับที่ 8ลงวันที่ 23 ก.ย. ว่า การไม่แต่งตั้ง กสม. ชั่วคราวเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ (โดยแจ้งให้ศาลฎีกาทราบด้วยว่า ได้ส่งสำเนาถึงประธานศาลปกครองสูงสุดซึ่งพร้อมที่จะร่วมแต่งตั้งกรรมการชั่วคราวให้ทราบด้วยแล้ว)ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ ประชาชน สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของไทย กสม. และสำนักงาน กสม. ดังนี้
1.กสม.ต้องประชุมเพื่อพิจารณาร่างรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนกว่า ๑๒๕ เรื่อง รับเรื่องร้องเรียนไว้เป็นคำร้องเพื่อตรวจสอบกว่า ๑๓ เรื่อง และมอบหมายให้องค์กรที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหากว่า ๕๖ เรื่อง การไม่สามารถเปิดประชุมได้ ทำให้ความทุกข์ร้อนของประชาชนไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา หากเวลาเนิ่นนานไปยังไม่สามารถเปิดการประชุมได้ ก็จะยิ่งมีเรื่องคั่งค้างสะสมมากยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้รับความเสียหายมากยิ่งขึ้น
2. วันที่1 ต.ค. นี้ มีข้าราชการระดับสูงของสำนักงาน กสม. เกษียณอายุราชการ กสม. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลมีหน้าที่ต้องดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการแทนที่ผู้จะพ้นราชการ
ซึ่งมีกระบวนการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาที่ กสม. แต่งตั้ง แต่ กสม. ไม่สามารถเปิดประชุมเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายได้ ทำให้ข้าราชการในสำนักงาน กสม. เสียหาย
3.ภายในวันที่ 15 ต.ค. นี้ กสม. ต้องประชุมเพื่อพิจารณาส่งรายงานความสอดคล้องกับหลักการปารีสและเอกสารอื่น ๆ รวม 5 รายการ โดยจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือสเปน ทั้งในรูปแบบฉบับพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการประเมินสถานะของ กสม.ไทยขึ้นใหม่ (ขอคืนสถานะ A) ไปให้ฝ่ายเลขานุการของเครือข่ายสถาบันสิทธิมนุษยชนสากล (Global Alliance of National Human Rights Institutions: GANHRI)ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
4. ภายในวันที่ 18 ต.ค. กสม. ต้องประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่างแนวปฏิบัติและร่างแถลงการณ์ รวมทั้งความเห็นชอบต่อร่างข้อบังคับการดำเนินงาน (Rule of Procedure : RoP) ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum : SEANF) ซึ่ง กสม. เป็นสมาชิกอยู่ ก่อนที่ประธาน กสม. จะเข้าร่วมประชุมประจำปีของ SEANF ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 22 ถึง 24 ต.ค. ณ กรุงดิลี ประเทศติมอร์–เลสเต
นายชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฎีกา ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 ก.ย.62 ที่ผ่านมา
รายงานข่าวจากสำนักงาน กสม. แจ้งว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ย.) จนกระทั่งเมื่อเวลา 16.30 น.
ยังไม่มีหนังสือแจ้งผลการแต่งตั้ง กสม. ชั่วคราว ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจของประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด ตาม พรป.กสม. มาตรา 60 วรรคสาม ประกอบมาตรา 22 มายังสำนักงาน กสม. หรือประธาน กสม. รับทราบผลแต่อย่างใด ขณะที่นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา จะพ้นจากตำแหน่งในศาลยุติธรรมทุกตำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การแต่งตั้ง กสม.ชั่วคราว เป็นคนละส่วนกับการสรรหาบุคคลเพื่อมาดำรงตำแหน่ง กสม.ชุดใหม่ ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการสรรหา โดยการสรรหาในส่วนนี้มีการเปิดรับสมัครมาแล้ว 4 รอบ แต่ยังไม่สามารถสรรหาบุคคลเพื่อมาดำรงตำแหน่ง กสม. ได้ครบ 7 คนตามกฎหมาย คงมีเพียงนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อดีตอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ อดีตอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ เพียง 2 คนเท่านั้นที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา จึงไม่สามารถคาดหมายได้ว่ารายชื่อที่ผ่านการสรรหาที่เหลืออีก 5 คน จะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาหรือไม่ เมื่อใด ทำให้การทำงานของ กสม. และสำนักงาน กสม. เหมือนเป็นเป็ดง่อย ไม่สามารถตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และมีปัญหาในการบริหารงานบุคคลและงบประมาณ.
กำลังโหลดความคิดเห็น...