xs
xsm
sm
md
lg

ฮันแน่!! หลุดเอกสาร “พ่อฟ้า”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จ้างคนเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐฯ **ภาคเกษตร เจอ "พาราควอต" ตัวต้นเหตุสารก่อมะเร็ง พาร์กินสัน โรคซึมเศร้า ต้องรีบ"แบน"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวปนคน คนปนข่าว





**ฮันแน่!! หลุดเอกสาร “พ่อฟ้า”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จ้างคนเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐฯ สะพัดไปทั่วโซเชียลฯ จังหวะใกล้เคียงกับ “ลุงตู่”โดนชูป้ายตะโกนชื่อ“ประยุทธ์ จันทร์โอชา”ประท้วงขณะปาฐกถาที่อเมริกา จนต้องหยุดพูดไทย มาเซย์ “Hello”และ “Thank you”สยบความเคลื่อนไหว

กลายเป็นประเด็นเชื่อมโยงกันขึ้นมาพร้อมกับๆ การประท้วง ขณะ “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาของ “Asia Society”ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่อเมริกา โดยมีผู้มาชูป้ายประท้วงพร้อมตะโกนชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”...ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในงานได้รวบตัวออกจากห้อง โดยนายกรัฐมนตรี ที่กำลังกล่าวปาฐกถาด้วยภาษาไทยอย่างออกรส ถึงผลงาน 6 ปีที่ผ่านมา ต้องสลับมากล่าวเป็นภาษาอังกฤษ สองสามคำ ว่า Hello, Thank you สยบความเคลือนไหวก่อนที่จะปาฐกถาต่อไป

เมื่อมีเอกสารเป็นภาษาอังกฤษหลุดออกมาแพร่สะพัดไปในสังคมโซเชียลฯ ระบุว่า“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”ได้ว่าจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์อิสระ ให้ทำงานเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ ... ว่ากันว่า เรื่องแบบนี้ในสหรัฐฯจะถือเป็นเรื่องปกติที่จะมีบริษัทรับจ้างเพื่อการเคลื่อนไหว ทั้งการจ้างคนในการเคลื่อนไหวทางสังคมและรับปรึกษายุทธศาสตร์ทางการเมืองให้กับผู้ว่าจ้างลักษณะเหมือนกับที่ปรากฏในเรื่อง “The Greathack”ที่เผยแพร่ใน netflix ที่มีคนอย่าง “พ่อมดการเงิน”จอร์จ โซรอส ที่คนไทยคุ้นเคยดีช่วง “วิกฤตต้มยำกุ้ง”เมื่อปี 2540 หรือ ทุนการเมืองอื่นๆ กระทั่ง“ทักษิณ ชินวัตร”ก็ใช้บริการเหล่านี้เช่นกัน...
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
บริษัท APCO worldwide LLC ที่ปรากฏในเอกสารที่หลุดออกมานี้ เป็นบริษัทให้คำปรึกษาด้านการเมือง และให้บริการด้านช่วยเหลือในด้านยุทธศาสตร์การสื่อสาร และเป็นบริษัทด้านการประชาสัมพันธ์ (PR)ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐฯ

โลกโซเชียลฯ สืบค้นลงไปอีกว่าจากเอกสารที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนตัวแทนต่างประเทศของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปี 1938 หรือ FARA พบว่า ในข้อที่ 1. ระบุที่ชื่อและที่อยู่ของบริษัท คือ APCO Worldwide LLC เลขที่ 1299 เพนซิลเวเนีย อะเวนิว วอชิงตัน ดีซี. ก่อตั้งเมื่อปี 2527 มีพนักงานกว่า 600 คนใน 35 ประเทศทั่วโลก

APCO แตกต่างจากบริษัทพีอาร์ส่วนใหญ่ที่มักให้ความสำคัญกับการสื่อสารขององค์กร แต่ APCOมักได้รับการว่าจ้างให้จัดการปัญหาด้านการเมืองที่อ่อนไหวและการจัดการวิกฤตต่างๆ ผู้บริหารของ APCOหลายคน เคยเป็นเจ้าหน้าที่ในรัฐบาล นักการเมืองและเอกอัครราชทูตที่มีชื่อเสียง... ส่วนลูกค้าของ APCO ก็ประกอบไปด้วยบริษัทข้ามชาติ รัฐบาล นักการเมือง สมาคมและองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

ทีนี้ในเอกสาร ข้อ 3. นี่แหละที่ระบุว่า ชื่อผู้ว่าจ้างคือ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หรือพ่อของน้องฟ้าทั้งหลาย หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่กำลังลุ้นหนักกับอนาคตของตัวเอง พร้อมกับระบุ ในข้อต่อๆมา ทั้งที่อยู่ 157 เลคไซด์ วิลลา 2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ประเทศไทย , สถานะว่า เป็นบุคคลสัญชาติไทย เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และกากบาท "NO"ในข้อ b เพื่อยืนยันว่าไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการ เป็นเจ้าของ สั่งการ ควบคุม ระดมทุน และอุดหนุนทางการเงินโดยรัฐบาลต่างชาติ พรรคการเมืองต่างชาติ หรือคนต่างชาติ
กลุ่มผู้ประท้วง ขณะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาของ “Asia Society”
ในหน้าที่ 2 ข้อ 4. เป็นการระบุข้อตกลงในการทำสัญญาระหว่างผู้ว่าจ้าง กับ APCO

ในหน้าที่ 3 ข้อ 8. ระบุถึงการทำหน้าที่ของ APCOในการวางยุทธศาสตร์เพื่อให้ "การเมือง" และ"ภูมิทัศน์ทางสังคม" (Social Landscape)เป็นที่ตระหนักในสหรัฐฯ ส่วนข้อ 9. ให้ยืนยันว่า ให้ทางบริษัทเป็นตัวแทนในการเคลื่อนไหวที่รวมทั้งการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย และผู้ว่าจ้าง คือ “ธนาธร”ได้ตอบว่า "yes"

หน้า 4 มีการลงนามระหว่าง "อีวาน เคราส์" ตำแหน่งประธานและกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ กับ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ"

นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เติมเข้ามาในช่วงที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" โดนหลายเรื่องเหลือเกิน ทั้งเรื่อง เงินกู้ , ยุบพรรค, หุ้นสื่อ, เพิ่มอีกสักหนึ่งเรื่อง ก็คงไม่เป็นไรสำหรับ “พ่อฟ้า”

#SaveThanathorn ทราบแล้วเปลี่ยน !!

**เผยผลวิจัยของ "3 สารพิษร้าย" ที่ยังใช้ในภาคเกษตร เจอ "พาราควอต" ตกค้างในอุจจาระเด็กแรกเกิด-เซรัมสายสะดือ อีกทั้งเป็นตัวต้นเหตุสารก่อมะเร็ง พาร์กินสัน โรคซึมเศร้า ต้องรีบ"แบน" แล้วประกาศให้เกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ เลิกใช้สารพิษโดยเร็วที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เมื่อสองวันก่อนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมีการเกษตร 3 ตัวอันตราย"พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส" ในทันที...หลังจากที่ได้รับรู้ข้อมูลจากนักวิจัย ที่จับงานศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ในวันนั้น ที่ประชุมได้เชิญนักวิชาการจาก 3 หน่วยงานหลัก มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยในการใช้สารเคมี 3 ชนิดดังกล่าว ซึ่งกรรมาธิการฟังแล้ว ถึงกับบอกว่า "ขนหัวลุก" เพราะพิษจากการสัมผัสโดยตรงของเกษตรกร และพิษที่ตกค้าง สะสม ทั้งในผลิตผลทางการเษตร และสิ่งแวดล้อม รุนแรงกว่าที่คนทั่วไปได้เคยรับรู้ ...

อย่าง "นพดล กิตนะ" หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำเสนอผลงานวิจัย เรื่องการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม กรณีศึกษาสารฆ่าวัชพืชใน จ.น่าน ซึ่งที่นั่น เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กันเป็นจำนวนมาก พบว่า มีการใช้สารเคมีเหล่านี้ สูงถึง 92.04 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้แล้วส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้างนั้น "อาจารย์นพดล" บอกว่า ทั้งในน้ำ นาข้าว และตะกอนดิน ในหนองน้ำ แม่น้ำน่าน พบทั้งนั้น และการปนเปื้อน สะสม ตกค้าง ในสัตว์น้ำที่อยู่ในนา ในหนองน้ำ และในแม่น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด เมื่อประชาชนที่บริโภคอาหาร จากสัตว์ เหล่านี้เข้าไป ก็ไปสะสมอยู่ในตัวคน และสุดท้ายก็แสดงออกมาทาง "โรคร้าย" ...

"พรพิมล กองทิพย์" อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล นำเสนอผลวิจัยเกี่ยวกับการได้รับสารกำจัดศัตรูพืช ในหญิงตั้งครรภ์ และทารก ในชุมชนเกษตรกร สุ่มตัวอย่างจากหญิงตั้งครรภ์ 102 คน มีอายุครรภ์ ตั้งแต่ 28 สัปดาห์ และคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ พบว่า การรับสัมผัส สารออร์กาโนฟอสเฟต ของมารดา ช่วงตั้งครรภ์ 7 เดือน มีความสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อมัดเล็ก และความฉลาดด้านสติปัญญาของเด็กทารก 5 เดือนลดลง และพบความสัมพันธ์ของ พาราควอต และ ไกลโฟเซต ในเซรัมสายสะดือของทารก และยังตรวจพบ "สารออร์กาโนฟอสเฟต" ในอุจจาระของเด็กแรกเกิด โดยเฉพาะสาร"พาราควอต"
นพดล กิตนะ
"ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์" หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์ครอบครัว ม.ขอนแก่น ยกเอาเรื่อง 3 สารพิษ ที่มีผลต่อการเป็นโรค "มะเร็ง"มานำเสนอ โดยบอกว่า "มะเร็ง" เป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งมากว่าสิบปีแล้ว โดยในปี 2556 มีผู้เสียชีวิตจากสารเคมีถึง 67,184 ราย หรือวันละ 190 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และสารเคมีดังกล่าว ยังก่อให้เกิดโรค "ออติสซึม" ส่วน "พาราควอต" ทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง สำหรับสาร"ไกลโฟเซต" ทำให้เกิด โรคต่อมไทรอยด์ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งรังไข่ ส่วน "คลอร์ไพริฟอส" ก่อให้เกิดโรคซึมเศร้า สมาธิสั้น ...

นักวิชาการทั้งหมด เสนอตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล และที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรหันมาส่งเสริมการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ประกาศให้เกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ เลิกการใช้สารเคมี ในการกำจัดวัชพืชโดยด่วน ...แต่ช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถยกเลิกการใช้สารเคมี เพราะเป็นผลประโยชน์มหาศาลของภาคธูรกิจ ที่มาทับซ้อนกับภาคการเมือง...

ถึงวันนี้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบกระทรวงหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่าง"อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรฯ "มนัญญา ไทยเศรษฐ์" รมช.เกษตรฯ รวมทั้ง "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รมว.อุตสาหกรรม ต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า "ต้องแบน" 3 สารพิษดังกล่าว ... แต่กระบวนการ"แบน" นั้นต้องเป็นมติของที่ประชุม"คณะกรรมการวัตถุอันตราย" ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ 29 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ... จึงได้แต่หวังว่า “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะร่วมลง มา"เทกแอ็กชัน" ในเรื่องนี้ ...วาระแห่งชาติ "เกษตรอินทรีย์" จึงจะเป็นจริงได้





กำลังโหลดความคิดเห็น...