xs
xsm
sm
md
lg

“บลายด์ทรัสต์”ส่อแหกตา? ไม่เห็น“ธนาธร”แจ้ง ป.ป.ช. “ภัทรฯ”แค่จัดการหุ้นให้เมีย 24 ล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และภรรยา(แฟ้มภาพ)
เผยรายการทรัพย์สิน “ธนาธร”และ “รวิพรรณ” ภรรยา ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ส่วนที่เป็นเงินลงทุน 3.2 พันล้าน ให้ บ.ภัทรฯ ดูแลในลักษณะ “บลายด์ทรัสต์” แค่ 24 ล้าน และเป็นส่วนของภรรยา ส่วนของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีการแจ้ง ป.ป.ช.ว่าให้บลายด์ทรัสต์ดูแลส่วนใดบ้าง

จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยแจ้งมูลค่าทรัพย์สินร่วมกับคู่สมรส (นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ) รวมกันกว่า 5.6 พันล้านบาทนั้น

มีประเด็นที่น่าสนใจนอกเหนือจากเงินให้กู้ยืมแก่พรรคอนาคตใหม่จำนวน 191.2 ล้านบาทแล้ว ยังมีประเด็นการโอนทรัพย์สินให้นิติบุคคลอื่นบริหารจัดการหรือ ‘Trust’ หรือ ‘Blind Trust’ ที่นายธนาธร เคยจัดแถลงข่าวที่พรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562 ว่าได้ทำบันทึกตกลงร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด เพื่อนำหุ้นในบริษัทมหาชน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โอนให้บริษัทดังกล่าวเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ขอเหลือไว้แต่บ้านที่อยู่อาศัย รถ และต่างหูของภรรยาเท่านั้น และจะเจอทรัพย์สินของตนอีกที ก็ต่อเมื่อเลิกทำงานการเมืองแล้ว เพื่อแสดงออกถึงความโปร่งใสและลบข้อเคลือบแคลงใจที่ว่านักธุรกิจเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ใหตัวเอง

อย่างไรก็ตาม วันนี้(21 ก.ย.) สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินในส่วนของเงินลงทุนของนายธนาธร ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.นั้น พบว่ามูลค่า 3,014,693,457 บาท ส่วนนางรวิพรรณ แจ้งว่ามีมูลค่า 192,855,208 บาท รวมทั้งคู่มีรายการเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,207,548,665 บาท หรือเกินครึ่งของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของนายธนาธรและนางรวิพรรณ

สำหรับรายละเอียดเงินลงทุนที่สำคัญของนายธนาธร และนางรวิพรรณ แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่
1.เงินลงทุนในกองทุนอย่างน้อย 3 แห่ง รวมมูลค่า 306,961,493‬ บาท ประกอบด้วย
(1)กองทุน K-SF ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 จำนวน 178,630,831 บาท
(2)กองทุน K-PLAN 1 ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 จำนวน 126,756,433 บาท
(3)กองทุนรวมในบัญชี Sumitomo Mitsui Bangking Corporation 1,574,229 บาท

2.เงินลงทุนที่ให้นิติบุคคลดูแล (Trust) อย่างน้อย 5 แห่ง 6 รายการ รวมมูลค่า 207,876,117 บาท ได้แก่
(1)หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 153,344,761 บาท
(2)กองทุนรวมและหุ้นกู้ภายใต้การดูแลของบริษัท ภัทร จำกัด (มหาชน) จำนวน 24,414,748 บาท
(3)หน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 3,045 บาท
(4)หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของบริษัท เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 1,586,567 บาท
(5)บัญชีแคลบาลานซ์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 115,298 บาท
(6)หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 21,229,948 บาท
(7)หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด 6,911,750 บาท

3.พอร์ตหุ้นอย่างน้อย 5 แห่ง รวม 39,444,235 บาท ได้แก่
(1)หุ้นบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 72,000 หุ้น มูลค่า 2,339,806 บาท
(2)หุ้นบริษัท เอช เอส เอช จำกัด 1 หุ้น มูลค่า 2,191 บาท
(3)หุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด 263,200 หุ้น มูลค่า 12,972,238 บาท
(4)หุ้นบริษัท The One OC Corporation (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 70% มูลค่า 20 ล้านบาท
(5)หุ้นบริษัท TS Rubber Service (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 1% มูลค่า 70,000 บาท (ของนายธนาธร) และหุ้นบริษัท TS Rubber Service 58% มูลค่า 4,060,000 บาท (ของนางรวิพรรณ)

หากนับเฉพาะในส่วนทรัพย์สินและหุ้นที่ให้กองทุน-นิติบุคคล(Trust)ดูแลนั้น มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด ทำหนังสือรับรองแก่นายธนาธร เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท มีมูลค่ารวมกัน ณ วันที่ 24 พ.ค. 2562 รวม 21 รายการ จำนวนเงิน 153,344,761 บาท โดยหุ้นที่มูลค่ามากที่สุดคือ SCC-R 140,100 หุ้น ราคาตลาด 464 บาท มูลค่า 65,006,400 บาท เป็นต้น

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลด้านหลักทรัพย์ มียอดหุ้นคงเหลือ 2 รายการ 6,911,750 บาท เป็นหุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 225,500 หุ้น ราคาตลาด 26.5 บาท มูลค่ารวม 5,975,750 บาท และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) 200,000 หุ้น ราคาตลาด 4.68 บาท มูลค่า 936,000 บาท

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด (มหาชน) ที่นายธนาธรเคยโชว์หนังสือบันทึกตกลงการทำ Blind Trust นั้น พบเพียงว่า ได้ทำหนังสือรับรองให้นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อแนบเป็นเอกสารประกอบแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2562 เลขที่หนังสือ OPS 3757/2019 ระบุว่า ข้อมูลหลักทรัพย์ที่อยู่ในการจัดการของกองทุนภัทร เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 24,414,748 บาท แบ่งเป็น Asset Class : Fixed Income Security : TUC23DA Value : 20,313,309.60 และ Asset Class : Alternative Security : TFFIF Value : 4,001,550

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์โนมูระฯ ทำหนังสือรับรองคำขอของนางรวิพรรณ เพื่อยืนยันหลักทรัพย์ที่เหลืออยู่กับบริษัท ยื่นประกอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ ป.ป.ช. โดยระบุว่า นางรวิพรรณ เป็นลูกค้าหลักทรัพย์ เปิดบัญชีกับทางบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2554 มีมูลค่าทรัพย์สินคงเหลือในบัญชี ณ วันที่ 25 พ.ค. 2562 เป็นมูลค่าหลักทรัพย์ 20,681,057.51 บาท มูลค่าเงินสด 548,890.77 บาท

ในแฟ้มเอกสารการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ครั้งนี้ ไม่ปรากฏหนังสือของนายธนาธรชี้แจงต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. หากกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และต้องโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลภายใน 30 วัน นับตั้งแต่แจ้งให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 แต่อย่างใด

นี่คือข้อมูลพอร์ตหุ้น-เงินลงทุนในกองทุนสำคัญ ๆ ของนายธนาธรที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ส่วนนายธนาธรได้ตัดสินใจทำ Blind Trust จริงหรือไม่ คงต้องรอคำชี้แจงจากเจ้าตัวต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...