xs
xsm
sm
md
lg

ส.ส.สามัคคีเลื่อนญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ รธน.เร็วขึ้น จ่อคิววาระต้นๆ สมัยประชุมหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ส.ส.ลงมติเอกฉันท์ 425 ต่อ 0 เลื่อนญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไข รธน.ขึ้นมาพิจารณาเร็วขึ้นเป็นญัตติด่วนที่ 7 จ่อคิวได้พิจารณาเป็นวาระต้นๆ ในสมัยประชุมหน้า

วันนี้ (13 ก.ย.) หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หารือในห้องประชุมถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จากนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 54 (2) ขอเลื่อนญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ฝ่ายค้านเสนอขึ้นมาพิจารณาก่อน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษวันนี้ เป็นเจตนาเพื่อสะสางญัตติด่วนอยู่ 23 วาระ ที่ค้างอยู่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จากระเบียบวาระทั้งหมด 117 ระเบียบวาระ โดยมีเรื่องสำคัญคือญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ตรวจสอบการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC และการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเป็นอันตรายแก่เกษตรกรและผู้บริโภค

จากนั้นนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวหารือสนับสนุนแนวทางของประธานสภา และเห็นควรให้พิจารณาญัตติด่วนตามระเบียบวาระ และอยากให้มีการหารือปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ในภาคอีสาน ซึ่งนายชวน ก็เห็นด้วยว่าหากมีการพิจารณาเรื่อง EEC และสารเคมีในภาคเกษตรกรรมเสร็จสิ้นแล้วก็ควรหารือถึงการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน

จากนั้นนายสมพงษ์ชี้แจงว่า การขอให้เลื่อนญัตติของฝ่ายค้านไม่ใช่การขอให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาเป็นอันดับแรก แต่ขอให้อยู่ต่อจากญัตติด่วนที่ 6 เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44

ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า วิปทั้งสองฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านสรุปร่วมกันว่าควรจะเลื่อนขึ้นเป็นญัตติต่อจากญัตติด่วนที่ 6 ซึ่งเข้าใจว่าการประชุมวันนี้จะใช้เวลาไปกับการอภิปรายเกี่ยวกับ EEC และการใช้สารเคมีภาคการเกษตร หากมีเวลาเหลืออาจจะมีการหารือถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน ก่อนปิดการประชุมเวลา 18.00 น.วันนี้ จึงเป็นไปได้สูงว่าจะไม่มีการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงขอเลื่อนขึ้นมาต่อจากญัตติที่ 6 เพื่อที่จะได้เป็นญัตติแรกๆ ในสมัยประชุมหน้า โดยนายวีระกรก็ยอมให้มีการเลือกขึ้นมาต่อจากญัตติด่วนที่ 6 ตามที่ฝ่ายค้านเสนอมา

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะเดียวกันก็ขอให้มีการเลื่อนญัตติขึ้นมาไว้ในกลุ่มเดียวกันกับญัตติของฝ่ายค้าน หากมีการเลื่อนขึ้นมาต่อท้ายญัตติด่วนที่ 6

ในที่สุดนายชวนได้ขอให้สมาชิกลงมติโดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 425 ต่อ 0 เสียง เลื่อนญัตติด่วนที่ 7 เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ขึ้นมาต่อท้ายญัตติด่วนที่ 6 ของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ที่เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบการกระทำของ คสช. ซึ่งคาดว่าจะเป็นญัตติอันดับแรกๆ ที่จะได้พิจารณาในสมัยประชุมครั้งถัดไป ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนที่ค้างอยู่ตามลำดับ







กำลังโหลดความคิดเห็น...