xs
xsm
sm
md
lg

กสท-AIS เฮ! ศาล ปค.สั่งไม่ต้องส่งรายได้ หลังสิ้นสุดสัมปทานเป็นของแผ่นดิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศาลปกครองกลางสั่งเพิกประกาศ กทสช.ที่ให้ กสท-AIS นำส่งเงินรายได้จากการให้บริการ หลังสิ้นสุดสัมปทาน เป็นของแผ่นดิน ชี้ไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์การให้ผู้ใช้บริการใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (11 ก.ย.) ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ก.ย. 2558 ข้อ 4 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้เงินรายได้จากการให้บริการที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละของส่วนแบ่งรายได้ที่ผู้ให้บริการเคยนำส่งภายใต้สัญญาสัมปทาน ณ วันสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้ ให้มีผลนับแต่วันที่ 21 ก.ย. 2558 ที่ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้

คดีนี้ บมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ยื่นฟ้อง กทสช.ต่อศาลปกครองกลาง ว่า กทสช.ออกประกาศ เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคาวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 17 ก.ย. 2558 ข้อ 4 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้เงินรายได้จากการให้บริการที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละของส่วนแบ่งรายได้ที่ผู้ให้บริการเคยนำส่งภายใต้สัญญาสัมปทาน ณ วันสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้อำนาจเกินกว่ากฎหมายกำหนด เนื่องจาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ มิได้บัญญัติให้อำนาจ กสทช.ในการหารายได้เข้ารัฐแต่อย่างใด

ส่วนเหตุผลที่ศาลพิพากษาเพิกถอนประกาศระบุว่า การกำหนดเงินขั้นต่ำที่จะต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามประกาศที่พิพาทเป็นการกำหนดกรอบรายได้ขั้นต่ำแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ได้คำนึงถึงรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละรอบเดือน ย่อมเป็นการสร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้ให้บริการ ประกอบกับการให้บริการในช่วงระยะเวลาคุ้มครองเป็นการให้บริการชั่วคราวในระหว่างสิ้นสุดระยะเวลาสัมปทาน เพื่อให้ผู้ใช้บริการใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มุ่งแสวงหากำไร ดังนั้น การที่ กสทช.กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องนำส่งรายได้ขั้นต่ำโดยใช้หลักเกณฑ์ตามสัญญาสัมปทานเดิม ทั้งที่ข้อเท็จจริงในการให้บริการเปลี่ยนแปลงไปจึงไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ ในการตรวจสอบรายได้จากการประกอบกิจการในช่วงระยะเวลาคุ้มครองได้กำหนดให้มีคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงการคลัง อัยการสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และผู้แทนกระทรวงไอซีที ทำหน้าที่ตรวจสอบการจัดทำรายงานรายได้จากการให้บริการของผู้ให้บริการอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นกลไกควบคุมตรวจสอบความชอบของรายงาน รายได้ของผู้ให้บริการไว้อย่างชัดเจนเพียงพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดจำนวนเงินรายได้ขั้นต่ำที่ผู้ให้บริการต้องนำส่งเป็นรายได้รัฐแต่อย่างใด เมื่อมาตรการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรายได้ และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละรอบการประกอบการ จึงไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการออกประกาศดังกล่าว และไม่เป็นธรรม จึงพิพากษาให้เพิกถอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...