xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อไทย-อนาคตใหม่ รอยปริที่ปิดบังไม่มิด !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา

จะเรียกว่าเส้นทางเริ่มแคบลงทุกทีก็ว่าได้สำหรับ พรรคเพื่อไทย และ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งจะว่าไปแล้วเส้นทางข้างหน้าของสองพรรคนี้ มีความ “ทับซ้อน” กันในแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ ความหมายก็คือ ในวันข้างหน้าจะต้องมีพรรคหนึ่งเติบโต และอีกพรรคจะต้องถูกค่อยๆ “ดูดกลืน” จนต้องลดอิทธิพลลง และหากพิจารณากันแบบไม่ปฏิเสธความเป็นจริงแล้ว เชื่อว่า อีกไม่นานก็จะเห็นรอยปริร้าวของทั้งสองพรรคนี้ได้ชัดเจนขึ้น

แม้ว่าหากโฟกัสไปที่พรรคอนาคตใหม่ก่อน จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ฐานคะแนนเสียงส่วนหนึ่งมาจากคนรุ่นใหม่ แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้เช่นเดียวกันว่า คะแนนเสียงที่เคยลงให้กับพรรคเพื่อไทยมานานก็ไหลมาทางนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ฐานเสียงพวกนี้ก็เทมา หรือไม่ก็มีการประกาศโอนคะแนนไปให้ตามที่เห็นกันในบางเขตเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน จากผลของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และกฎหมายการเลือกตั้งที่ส่งผลให้แกนนำคนสำคัญพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็น ส.ส.กันแบบยกชุด ทำให้บทบาทในทางการเมืองต้องถูกลดบทบาทลงได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลกระทบต่ออิทธิพลทางการเมืองของตัวเอง และต่อพรรคในที่สุด จะเห็นได้ว่าเวลานี้บทบาทในสภา แม้ว่าในภาพรวมของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสะเปะสะปะ ยังจับทิศทางไม่ถูก หรือจะเรียกว่ายังไม่เป็นแก่นสาร แต่หากพิจารณากันในเรื่อบทบาทนำแล้วกลับกลายเป็นว่าความสนใจจะตกไปอยู่กับพรรคระดับรองอย่างพรรคอนาคตใหม่ แบบที่ปฏิเสธไม่ได้ หรือแม้กระทั่งที่มองว่าเป็นสีสันหรืออะไรก็แล้ว แต่ถึงอย่างไรสายตาก็จ้องมองไปที่พรรคอนาคตใหม่ได้มากกว่า

อย่างไรก็ดี สิ่งที่มองเห็นได้ถึงรอย “ปริร้าว” ระหว่างสองพรรคนี้ ก็น่าจะมาจากกรณีการคาดการณ์ว่า “พรรคอนาคตใหม่อาจจะถูกยุบพรรค” โดยเป็นการพูดกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว มีความตั้งใจกันเลยทีเดียว ไม่ใช่พูดแบบให้สัมภาษณ์สื่ออย่างที่เคยเห็น แต่คราวนี้เป็นลักษณะของการ “ตั้งวงวิเคราะห์สนทนา” กันเลยทีเดียว บนเวทีที่จัดขึ้นที่พรรคเพื่อไทย โดยมีระดับแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมตั้งแต่ คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, สุทิน คลังแสง เป็นต้น โดยเฉพาะรายหลังที่เป็นคนวิเคราะห์ในแนวทางดังกล่าว และยังแสดงความคาดหมายว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคจริง บรรดา ส.ส.ของพรรคนั้นจะไหลไปทางไหนกันบ้าง
 
ทั้งนี้ ต้นเหตุของการวิเคราะห์ที่ว่านี้มาจากกรณีของ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.หนึ่งเดียวและหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ร้องยุบเลิกกิจการพรรคและเตรียมเข้าพรรคพลังประชารัฐ จนเป็นที่ถกเถียงกันว่าจะมีผลทางกฎหมายอย่างไรตามมา จะทำให้ต้องมีการคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อกันใหม่หรือไม่ และหากมีการเลือกตั้งซ่อม จะมีการคิดคำนวณคะแนน และจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคกันใหม่หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรกรณีของ ไพบูลย์ นั้น ล่าสุด ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ได้รับทราบการยุบพรรค และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปแล้ว ซึ่งก็ต้องรอผล

แต่ที่น่าจับตายิ่งกว่านั้น ก็คือ ผลต่อเนื่องจากมุมมอง และการวิเคราะห์ดังกล่าวจากคนของพรรคเพื่อไทย เพราะทำให้เกิดปฏิกิริยาตามมาทันทีจากพรรคอนาคตใหม่ เริ่มจาก ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ที่โพสต์ข้อความตอบโต้กลับไปว่า การที่พรรคเพื่อไทยวิเคราะห์ว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จะถูกวิธีพิสดารตัด ส.ส.บัญชีรายชื่อออก ซึ่งที่ผ่านมา มีความเห็น มีข่าวลือออกมามากมายว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ โดยเขามั่นใจว่าเป็นไปไม่ได้ และเห็นว่า มีเพียงถูกร้องคดี “อิลลูมินาติ” ที่เกี่ยวกับข้อหาเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างไรก็ดี เขาทิ้งท้ายว่า บางครั้ง “อาจอยู่เหนือการควบคุม” ก็เป็นได้ ซึ่งก็ต้องเร่งทำหน้าที่ให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญต่อความคงอยู่ของพรรคอนาคตใหม่เท่านั้น

แต่ที่สะท้อนความรู้สึกได้อย่างชัดเจน ก็คือ คำพูดของ พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงที่พรรคในวันที่ 26 สิงหาคม ตอบโต้พรรคเพื่อไทยอย่างรุนแรง เป็นครั้งแรก ว่า “ขอย้ำตรงนี้ว่าพี่น้องประชาชน และสื่อมวลชนไม่ต้องมีใครมาตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ นี่คือ ความรับผิดชอบที่พรรคอนาคตใหม่ ต้องจัดการให้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของเรา มีพรรคสังกัดให้ ส.ส.โดยไม่สูญเสียสถานะอย่างแน่นอน หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด ในกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนี้เราถือว่า แทนที่จะเป็นห่วงว่าเพื่อนบ้านหรือตัวเองจะถูกปล้น ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีงานเต็มมือในการตรวจสอบรัฐบาล และการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แทนที่จะสนใจเรื่องดังกล่าว” เธอกล่าวตอบโต้พรรคเพื่อไทยอย่างเผ็ดร้อน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่สะท้อนออกมาจากทั้งสองพรรค คือ พรรคเพื่อไทย และ พรรคอนาคตใหม่ หากมองในมุมการเมืองมันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะจะต้องเกิดเรื่องราวแบบนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันอาจจะมองเห็นรวดเร็วไปบ้างเท่านั้นเอง แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่าในอนาคตพรรคเพื่อไทยจะมีความกระทบกระเทือนมากกว่า ทั้งในเรื่องของการย้ายพรรค หรือถูกดูดไปอยู่อีกขั้วหนึ่ง ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ที่คอยเก็บเกี่ยว แต่มีข้อแม้ว่าทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ ไม่ถูกยุบ รวมไปถึง หัวหน้าพรรค คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องรอดพ้นจากทุกคดีสำคัญที่กำลังจะถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยเฉพาะคดีถือหุ้นสื่อ

ซึ่งนาทีนี้บอกได้คำเดียวว่าสุดจะหวาดเสียว !!




กำลังโหลดความคิดเห็น...