xs
xsm
sm
md
lg

1แลก50?หมาก"ไพบูลย์"ยุบพรรคส่งอนาคตใหม่สลาย ปริศนาจากงาน"Meet & Greet"จับมือ"ดาวสภา"เพื่อไทย"ชลน่าน-สุทิน" **คำพูดของ"เต้น"ที่ว่าเผาไปเลยพี่น้องและ"กี้ร์"ที่ให้เตรียมขวดมาเติมน้ำมัน..ถึงวันนี้มีผลแล้วศาลฎีกาให้ชดใช้ค่าเสียหาย19.3ล้านบาท

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวปนคน คนปนข่าว

**1 แลก 50 ? หมาก "ไพบูลย์" ยุบพรรค ส่งอนาคตใหม่สลาย ปริศนาจากงาน "Meet & Greet"จับมือ "ดาวสภา" เพื่อไทย"ชลน่าน-สุทิน" ทิ้งบอมบ์ มอง "ลุงตู่"เหมือน "มด-แมว"

มาแนวไอดอล ตามยุคสมัยเมื่อ"พรรคเพื่อไทย" เปิดที่ทำการพรรคให้แฟนคลับเข้ามา "Meet&Greet"กับ"ดาวดัง-ดาวสภา" ของพรรค นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ...

งานนี้ "เจ๊หน่อย" คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ออกตัวเอี๊ยด บอกว่า ไม่ได้ตั้งวงไล่รัฐบาล แค่เป็นการจัดกิจกรรมครั้งแรกของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้"แฟนคลับ"ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และพบปะกับสมาชิกพรรค...

บรรยากาศภายในงานที่ "ไลฟ์สด" ออกมา ก็ดูจะมีสีสัน เรียกเสียงกรี๊ดๆ จากบรรดาแฟนคลับของพรรคเพื่อไทย เป็นระยะๆ โดยเฉพาะเมื่อเวลาพาดพิงถึง "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประมาณว่า เมื่อก่อนเคยมอง "เป็นเสือ เป็นสิงห์" แต่ตอนนี้มอง"เป็นมด เป็นแมว" มากกว่า

เรียกได้ว่า ไม่มีใครกลัว "ลุงตู่" แมวเชื่องๆ กันแล้ว

ที่เรียกเสียงฮือฮา คือ ปริศนาที่ "ดาวสภา" เพื่อไทยอย่าง "สุทิน" ทิ้งบอมบ์ด้วยโวหารว่า "วันนี้สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่ สิ่งที่ใช่เราอาจยังไม่เห็น ขอฝากให้จับตาดูหลังจากนี้"

นั่นเพราะทั้ง"สุทิน" และ "นพ.ชลน่าน" มอง กรณีการเคลื่อนไหวของ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" หัวหน้าพรรคประชาชนปฎิรูป เป็นหมากกลทางการเมือง ที่ต้องจับตา ... หากเกิดการยุบพรรคจริง ทำให้กรรมการบริหารพรรค สิ้นสภาพไปด้วย จะทำให้เรื่องคะแนนที่มี จะถือเป็น "ศูนย์" จะต้องนำคะแนนมาคำนวณกันใหม่ แล้วเมื่อคำนวณแล้ว ตัวเลขจะไปตกอยู่พรรคไหน ?

"นพ.ชลน่าน" ชี้ไปที่ "พรรคอนาคตใหม่ " ที่มีส.ส. 81 คน ประกอบด้วย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน ส.ส.เขต 31 คน หากมีการยุบพรรคของไพบูลย์ คะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจจะถูกนำมาคำนวณใหม่ ที่อาจจะทำให้บางพรรคได้ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 40 คน

ส่วน"สุทิน" บอกว่า สิ่งที่ "นพ.ชลน่าน" อธิบายเป็นการ"ดักทาง" ซึ่งกรณี ไพบูลย์ ถือเป็นหมาก"นำร่อง" เชื่อว่าหลังจากนี้ จะมีคนนำประเด็นดังกล่าวไปยื่น ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ...

ผลที่ออกมา จะมี 2 ทางคือ หนึ่งสามารถยุบพรรคประชาชนปฏิรูปได้ ทำได้อย่างถูกต้อง พรรคพลังประชารัฐ เอา"ไพบูลย์" ไปอยู่ด้วยได้ จากนี้ไปก็อาจจะถืออันนี้เป็นโมเดล สำหรับพรรคเล็กอื่นๆ นำไปใช้...

สอง ถ้ายุบไม่ได้ การเป็นส.ส.ของไพบูลย์หลุดไปเลย และเมื่อหลุดเลย ก็เป็นไปได้ว่าที่อาจจะมีการยุบพรรค "อนาคตใหม่" ที่เมื่อเป็นเช่นนั้น ย่อมจะส่งผลต่อสถานภาพส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 50 คน ที่อาจจะหายหมด เหลือเพียงส.ส.เขต 31 คน โดยที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คนนี้ จะไปสังกัดที่ไหนไม่ได้เลย...

เรื่องนี้เราต้องตามดูกันต่อไป เหมือนเป็นการเอา ไพบูลย์ 1 คน ไปแลกกับอีก 50 คนหรือไม่ ?
ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับการเมือง โปรดอย่ากระพริบตา.

**คำพูดของ"เต้น ณัฐวุฒิ" ที่ว่า เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง... และ คำพูดของ "กี้ร์ อริสมันต์" ที่ให้เตรียมขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ 75 ซีซี ถึง1 ลิตร ถ้าเรามาหนึ่งล้านคน ในกรุงเทพฯ มีน้ำมันหนึ่งล้านลิตร รับรองว่า กทม.เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน... ถึงวันนี้มีผลแล้ว เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้ 3 เกลอ "ตู่-เต้น กี้ร์" ชดใช้ค่าเสียหาย จากการวางเพลิงเผาอาคาร 3 คูหา ย่านราชปรารภ เป็นเงิน 19.3 ล้านบาท

คงจำกันได้ถึงเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ "กลุ่มเสื้อแดง" เมื่อปี 2553 ที่ยึดเอา บริเวณแยกราชประสงค์ เป็นที่ตั้งเวทีใหญ่ และ จบลงด้วยการก่อจลาจล เผาบ้านเผาเมืองหลายจุด รวมทั้งห้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ที่อยู่บริเวณใกล้กับเวทีการชุมนุม...

และคงจำกันได้ กับคลิปที่ "เต้น" ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ประกาศบนเวทีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ว่า " ถ้าคุณยึดอำนาจ พวกผมเผาทั่วประเทศ เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง ใครจะจับจะอะไร มาเอากับผมนี่ ..."

อีกคลิป ที่ฮอตไม่แพ้กัน คือคลิปที่ "กีร์" อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. "สายฮาร์ดคอร์" อีกคนหนึ่ง ก็ประกาศบนเวทีการชุมนุม ที่หน้า บก.ทบ. ว่า... พี่น้องนัดกันคราวหน้า ถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปราม ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ 75 ซีซี ถึง 1 ลิตร ถ้าเรามาหนึ่งล้านคน ในกรุงเทพฯ มีน้ำมันหนึ่งล้านลิตร รับรองว่า กทม.เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน...

ถัดมา อีก2 วัน คือวันที่ 31 ม.ค. 53 "กี้ อริสมันต์" เดินสายไปที่ เวที นปช. ขอนแก่น ก็ประกาศอีกครั้งว่า... พี่น้องที่จะเดินทางเข้าไปกรุงเทพฯ ด้วยกัน เตรียมตัวให้พร้อม อย่างแรกคือ 1 เสื้อผ้า ข้าวปลา อาหารแห้ง และ ขวดแก้ว 1 ขวด จำนวน 1 ล้านคน เราจะไปที่กรุงเทพฯ ขวดของเรานั้น ไม่ต้องใส่น้ำมันไปจากขอนแก่น ไปซื้อเอาที่กรุงเทพฯ คนละ 1 ลิตร...

ขณะที่ "ตุ๊ดตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ แม้จะไม่ได้พูดถึงเรื่องการเผา หรือเตรียมการเผา แต่ในฐานะประธานกลุ่ม นปช. ก็ได้ร่วมปลุกเร้า ผู้ชุมนุมอยู่ตลอดช่วงการชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาลในขณะนั้นเช่นกัน

หลังเหตุการณ์ชุมนุมที่จบลง บรรดาแกนนำนปช.รวม 24 คน ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา... ร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา ให้ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ร่วมกันชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ต่อมาวันที่ 16 ส.ค.62 ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง ศาลอาญาได้พิพากษาคดีนี้ ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ ที่นำสืบมาไม่มีพยานใดยืนยันว่า การกระทำตามที่โจทก์นั้น นปช. คนใด ดำเนินการอย่างไร ที่จะเป็นความผิดก่อการร้าย ... ที่จะมีเจตนาพิเศษถึงขนาดเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพียงแต่นำสืบฟังได้ว่า เป็นการชุมนุมทางการเมือง ที่เป็นกรณีความขัดแย้งของการเมืองไทย มาตั้งแต่ก่อนปี 2548 ในช่วงของรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีการก่อตั้งกลุ่ม พธม. ซึ่งดำเนินการลักษณะของการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองลักษณะคล้ายกัน โดยในการชุมนุมของ นปช. ก็ได้ประกาศเปิดเผยโดยชัดเจนมาตลอด ว่าได้ดำเนินการรวมตัวกันโดยสงบสันติและปราศจากอาวุธ ส่วนเหตุการณ์รุนแรงในแต่ละสถานที่นั้น ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากมีการกระทำผิดเป็นรายบุคคล ก็ต้องพิจารณาดำเนินคดีเป็นรายๆไป เหตุการณ์เผาห้างสรรพสินค้า ก็มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วว่า ไม่เกี่ยวกับนปช. พยานหลักฐานของโจทก์ ที่นำสืบมาจึงยังไม่เพียงพอฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิด...จึงพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด ...แน่นอนว่า กลุ่มนปช.เฮลั่น ...

หลังมีคำพิพากษา "เต้น ณัฐวุฒิ" ได้ให้สัมภาษณ์ ถึงคลิปที่ว่า " เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง" เป็นคลิปที่ถูกนำมาตัดต่อ ให้เข้ากับสถานการณ์ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ...แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้พูด ... เพียงแต่บอกว่า คลิปนั้นพูดที่เวที เขาสอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งขณะนั้น การชุมนุมใหญ่ที่ราชประสงค์ ยังไม่เกิด และที่พูดเช่นนั้น เพราะมีข่าวว่าจะมีการรัฐประหาร เลยพูดออกมา... จึงไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้ ย่านราชประสงค์เลย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา ที่ 6646-6647/2561 ในคดีแพ่ง ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการวางเพลิงเผาทรัพย์ ช่วงระหว่างการชุมนุมของกลุ่มนปช. จากการวางเพลิงเผาอาคาร 3 คูหา ที่บริเวณถนนราชปรารถ กรุงเทพฯ โดยมี นางนุชทิพย์ บรรจงศิลป์ โจทก์ที่ 1 นายสิริเชษฐ์ สุขประสงค์ดี โจทก์ที่ 2 นางมนัสนันท์ สุขประสงค์ดี โจทก์ที่ 3 และ บริษัท ยูแอลซี ซอฟแวร์ โจทก์ที่ 4 ฟ้องจำเลย 11 คน ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, กระทรวงการคลัง, กระทรวงกลาโหม กองทัพบก , นายจตุพร พรหมพันธุ์ , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง , นายทักษิณ ชินวัตร , กรุงเทพมหานคร และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เรียกค่าเสียหาย 385,920,800 บาท

คดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฟ้อง นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และ กทม. ส่วนจำเลยคนอื่น ยกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ...แต่ล่าสุด ศาลฎีกา พิพากษากลับ ให้ นายจตุพร- นายณัฐวุฒิ และ นายอริสมันต์ ร่วมกันรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 1,347,000 บาท โจทก์ที่ 2 และ โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 12,000,000 บาท และร่วมกันรับผิดชอบใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 6,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เบ็ดเสร็จรวมเป็นเงิน 19.3 ล้านบาท

ในคำพิพากษาศาลฎีกา ระบุว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดี มีเหตุให้เชื่อได้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่อาคาร และทรัพย์สิน ที่ถูกบุคคลผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช.วางเพลิงเผาทำลายนั้น เป็นผลที่เกิดขึ้นจากคำกล่าวปราศรัยของ นายจตุพร นายณัฐวุฒิ และ นายอริสมันต์ ด้วย โดยเข้าลักษณะเป็นผู้ยุยง ส่งเสริม ในการทำละเมิดของบุคคลผู้ชุมนุมในกลุ่ม นปช. ที่ร่วมกันเผาอาคาร และทรัพย์สิน จึงเป็นเหตุผลที่ศาลฎีกาได้พิพากษาให้มีการชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว ขณะที่จำเลยคนอื่นๆ ศาลยกฟ้อง

เป็นอันว่า คำพูดที่ว่า "เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง" วันนี้ ได้เกิดผลในทางคดีแล้ว ... และเชื่อว่า คดีอื่นๆ ที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ในหลายคดี ก็อาจจะมีการนำคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ ไปประกอบการพิจารณาด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...