xs
xsm
sm
md
lg

“บวรศักดิ์” ชมรัฐบาลก่อนดัน กม.เอื้อพลเมือง ติง รธน.60 เป็น ปชต.ที่น่าเอาอย่างหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กกต.สัมมนาสร้างพลเมือง เชื่อเดินถูกทาง “บวรศักดิ์” ชมรัฐบาลไม่เป็น ปชต. แต่ดัน กม.เอื้อพลเมืองมีส่วนร่วม ปลุกสำนึกเป็นเจ้าของบ้านเมือง-ตระหนักถึงปัญหา-ไม่เชื่อข่าวลือ ไม่นิ่งเฉยมีส่วนร่วม เหน็บ รธน.60 เป็น ปชต.ที่ควรเป็นแบบอย่างหรือไม่

วันนี้ (19 ส.ค.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดสัมมนาทบทวนผลการดำเนินการสร้างพลเมือง (Big Forum) เพื่อกำหนดแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาเครือข่าย การสร้างพลเมือง และทิศทางการขับเคลื่อนการสร้างพลเมืองให้เกิดประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยนายอิทธิพรกล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้จะมีส่วนเสริมสร้างความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มีพื้นฐานเข้มแข็งต่อไป โดยเป็นการพัฒนาคนให้เป็นพลเมืองที่มีจิตสาธารณะ มีความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเลือกตั้ง ให้มีความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ และเพื่อให้ประชาชนพร้อมเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ทั้งนี้ กกต.มั่นใจว่าการเสริมสร้างพลเมืองให้มีคามรู้ความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น เป็นการก้าวเดินที่ถูกต้อง เพราะการเมืองจะมีคุณภาพได้พลเมืองจะต้องมีคุณภาพก่อน ดังนั้น ภารกิจที่ กกต.ดำเนินการในวันนี้เป็นเหมือนการปลูกต้นไม้ประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่โดยมีพลเมืองเป็นกำลังให้ เพื่อให้ประชาธิปไตยแข็งแรง

ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ราชบัณฑิต บรรยายพิเศษเรื่อง “คุณภาพพลเมืองดี : พลังแห่งความสำเร็จในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ตอนหนึ่งว่า ความเป็นพลเมืองเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ผ่านมามีกฎหมายออกมาหลายฉบับซึ่งเอื้อสู่การเป็นพลเมืองและเอื้อต่อการเข้าถึงการจัดการทรัพยากร เช่น กฎหมายว่าด้วยสภาองค์กรชุมชน กฎหมายป่าชุมชน กฎหมายรัฐวิสาหกิจเพื่อชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่กฎหมายลักษณะนี้ออกในสมัยรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นกฎหมายที่เป็นผลสำคัญต่อการเอื้อให้พลเมืองสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองได้ ทั้งนี้ ประชาชนในการเมืองมีชื่อที่แตกต่างกัน สมัยก่อนเป็นไพร่ฟ้าที่ต้องทำตามความประสงค์ของเจ้านาย แต่พอเป็นระบอบประชาธิปไตยก็เป็นราษฎรทำหน้าที่เพียงเลือกตั้ง และปล่อยให้ตัวแทนทำงานในสภาฯไป แต่ต่อมาราษฎรมีคุณภาพมากขึ้นและได้เปลี่ยนเป็นพลเมือง ใช้อำนาจของตัวเองในการบริหารบ้านเมือง และเมื่อเลือกตั้งเสร็จก็ร่วมตรวจสอบการใช้อำนาจของตัวแทน ร่วมบริหารบ้านเมืองร่วมแก้ปัญหาบ้านเมืองซึ่งเป็นการใช้อำนาจอย่างแท้จริง

นายบวรศักดิ์ยังกล่าวถึงการเป็นพลเมืองคุณภาพต้องมี คือ 1. รู้สิทธิหน้าที่ของตัวเองในแต่ละบทบาท 2. ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งในทุกระดับ 3. ต้องรู้จักผู้แทนของเรา พรรคการเมืองที่สังกัด นโยบายของพรรค หากไม่รู้พฤติกรรมเหมือนการให้เช็คเปล่าไป เหมือนการเป็นราษฎรที่เลือกตั้งแล้วจบไป 4. รู้อำนาจหน้าที่ของรัฐบาล ผู้แทน องค์กรปกครองในท้องถิ่น 5. ต้องสนใจติดตามสิ่งที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ 6. ไม่เชื่อข่าวลือ ต้องรู้จักค้นหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือ 7. ต้องเคารพกฎหมาย 8. กล้าแสดงความเห็นที่มีฐานจากการศึกษาและไตร่ตรองอย่างมี 9. ต้องลงมือทำ และ 10. มีสำนึกว่าเป็นเจ้าของบ้านเมือง มีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองและการแก้ปัญหา ซึ่งการมีส่วนร่วมไม่ใช่ให้เข้าไปนั่งในสภาฯ กับ ส.ส.แต่มีส่วนร่วมในบทบาทที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม นายบวรศักดิ์ได้ตอบคำถามของผู้เข้าร่วมสัมมนาที่ถามว่า มองว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ว่า ขึ้นอยู่กับว่าเรานิยามประชาธิปไตยว่าอย่างไร เวลานี้นักวิชาการก็ยังถกเถียงกันเพราะนิยามไม่เหมือนกัน แต่ที่พูดกันมากก็คือหมายถึงการบริหารงานหรือการดำเนินการอะไรก็ได้เพื่อประชาชน ถ้าให้ดีก็คือโดยประชาชนด้วย ซึ่งถ้าถามเรื่องประชาธิปไตยก็จะมีเกณฑ์หลัก ๆ คือ 1. อำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน 2. มีการเลือกตั้งเป็นระยะโดยเป็นการเลือกตั้งที่ฟรีแอนด์แฟร์ 3. ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเสมอภาค 4. พรรคการเมืองมีหลายพรรค ถ้าดู 4 ข้อนี้ เมืองไทยก็เป็นประชาธิปไตย แต่ที่เถียงกันอยู่ในขณะนี้ มีประเด็นอื่นเข้ามาพัวพัน อย่างฝ่ายค้านก็บอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนขึ้นมาเพื่อเอื้อคนกลุ่มหนึ่ง แต่ฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าถ้าไม่เป็นประชาธิปไตยทำไมฝ่ายค้านจึงได้เสียงในการเลือกตั้งมาก ตนคิดว่าถ้าเราประเมินด้วยเกณฑ์ขั้นต่ำมันก็เป็นประชาธิปไตย แต่ถามว่ามันเป็นประชาธิปไตยที่ควรเป็นแบบอย่างหรือไม่มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง



กำลังโหลดความคิดเห็น...