xs
xsm
sm
md
lg

ปริศนา"บิ๊กแดง"เปรียบพรรคการเมืองใหม่เหมือนการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ ** ดรามา"ยิ่งลักษณ์"ถือพาสปอร์ตเซอร์เบียแปลกแต่จริง 1 ตระกูลมี 2 สัญชาติและอนาคตอาจเพิ่มเป็น 1 ตระกูล 3 สัญชาติเมื่อจบคดีฟอกเงินกรุงไทย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวปนคน คนปนข่าว

** ปริศนา"บิ๊กแดง" เปรียบเปรยพรรคการเมืองใหม่ เหมือนการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์

หนังสือพิมพ์เช้าวันอาทิตย์ทุกฉบับ พากันพาดหัวข่าวลีด "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของกองทัพ อย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะการกล่าวถึงพรรคการเมืองหนึ่ง

พล.อ.อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ ว่า กองทัพไทยกำลังต่อสู้ โดยเปรียบเทียบกับการต่อต้านผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในทศวรรษที่ 1970-1980 แต่ความท้าทายในปัจจุบันคือการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ต
“พรรคการเมืองบางพรรคที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อสักปีสองปีที่แล้ว มีรูปแบบของการโฆษณาชวนเชื่อ ที่สื่อสารโดยตรงกับประชาชนที่อยู่ในวัย 16-17 ปี พวกเขาพยายามให้ความรู้ประชาชนกลุ่มนี้ โดยใช้ข่าวปลอม” ผบ.ทบ. กล่าว
เรื่องการใช้ข่าวปลอมนี่ ไม่รู้ว่า "พล.อ.อภิรัชต์" มีข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างไร แต่พอพูดแบบนี้ ก็อดนึกไปถึง "พรรคอนาคตใหม่" ของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" และ"ปิยบุตร แสงกนกกุล" สองแกนนำพรรคไม่ได้ แม้ไม่รู้ว่าที่ "บิ๊กแดง" พูดจะหมายถึงพรรคนี้หรือไม่ก็ตาม...

แล้วทำไมถึงไปเปรียบเทียบกับ"พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย" เพราะพรรคคอมมิวนิสต์นั้น มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ในทศวรรษที่ 1970-1980 จึงเป็นภัยที่คุกคามต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์
ถามว่า "พรรคอนาคตใหม่" มีบทบาทอย่างไร พรรคการเมืองนี้เคยถูกตั้งคำถามว่า ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เป็นระบอบประชาธิปไตย และในนโยบายของพรรค ไม่มีคำต่อท้าย ระบอบประชาธิปไตย ด้วยคำว่า "อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" นั้นมี "เจตนา" หรือ "มีจุดมุ่งหมายใด"

แต่"ปิยบุตร"ไ ด้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า... “การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุด มิใช่การนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างทางการเมือง มิใช่การใส่ร้ายป้ายสีกันด้วยข้อหา “ล้มเจ้า”
แต่การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุด คือการสร้างประชาธิปไตยให้มั่นคง มีแต่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเท่านั้น ที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่อย่างมั่นคงสถาพร ประสบการณ์จากหลากหลายประเทศ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่อย่างมั่นคงสถาพร และทรงพระเกียรติยศ ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น..."
และยังอภิปรายในรัฐสภาด้วยว่า "พรรคอนาคตใหม่ มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ได้น้อยไปกว่าพวกท่าน และไม่ได้น้อยไปกว่าคนที่กล่าวหาพวกเรา แต่การแสดงออกของแต่ละคน อาจจะมีความแตกต่างกัน ทว่าพวกเราไม่ได้ต่างกับพวกท่าน พวกเราไม่ได้มีความคิดล้มล้าง และไม่ได้มีความคิดรุนแรง เราต้องการให้บ้านเมืองกลับมาสู่ระบบประชาธิปไตย และนิติรัฐให้ได้" ...

แต่ทำไมสังคมยังไม่ไว้ใจพรรคการเมืองพรรคนี้ และมีถึงคำพูดล่าสุดของ "บิ๊กแดง" แม้จะไม่ได้ระบุชื่อพรรค ก็คงต้องดูว่า "พฤติกรรม" ที่ผ่านมาของแกนนำทั้ง 3 คน เป็นอย่างไร ทั้ง "ปิยบุตร แสงกนกกุล " ที่บอกว่า พระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนต่อรัฐสภา และจะมีพระราชดำรัสต่อสาธารณะไม่ได้ หรือคำพูดของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หลายครั้ง รวมไปถึงพฤติกรรมของ "ช่อ" พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคฯ ที่แสดงออกมาในอดีต
พรรคการเมืองใหม่ที่ "บิ๊กแดง" พูดคือพรรคไหน สังคมไทยน่าจะมีคำตอบเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย .

** ดรามา"ยิ่งลักษณ์" ถือพาสปอร์ตเซอร์เบีย กลายเป็นเรื่องแปลกแต่จริง ที่ 1 ตระกูลมี 2 สัญชาติ และในอนาคต อาจเพิ่มเป็น 1 ตระกูล 3 สัญชาติ เมื่อจบคดีฟอกเงินกรุงไทย

หลังจากหลบหนีโทษจำคุก 5 ปี คดีทุจริต "จำนำข้าว" จนต้องไปถือสัญชาติ ถือพาสปอร์ตกัมพูชา อยู่นานหลายเดือน ตอนนี้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ก็ได้สัญชาติและถือพาสปอร์ต ประเทศ "เซอร์เบีย" แล้ว... แน่นอนว่าคนดังระดับนี้ ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์กันหลายแง่มุม ทั้งในสภากาแฟ และ โลกโซเชียลฯ...

ตัวอย่างเช่น ... "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เจ้าของฉายา "โต้งไวท์ไล " ก็เข้ามาร่วมวงดรามา โพสต์ข้อความด้วยเช่นกันว่า... นับถือในความฉลาดของ "ยิ่งลักษณ์" ที่เลือกถือพาสปอร์เซอร์เบีย เพราะเป็นพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพล ลำดับที่ 28 ของโลก ใช้เดินทางเข้าประเทศได้ถึง 86 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า เข้าจีนได้ 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า ดีกว่าของไทยเสียอีก ที่อยู่แค่ลำดับที่ 51 อีกทั้งเซอร์เบีย ก็เป็นประเทศที่สวยงาม ... จึงรู้สึก "อนาถใจ" กับพวก "งี่เง่า" ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า เซอร์เบียเป็นประเทศที่ไม่ปลอดภัย...คนที่เห็น "กิตติรัตน์" ออกมาโพสต์ "ล่อเป้า" แบบเชียร์กันออกนอกหน้าเช่นนี้ ต่างก็รู้สึกว่า "แหม..ช่างกล้า" จริงๆ นะ ...

ว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าจะวัดสติปัญญาของคน ด้วยการดูว่า พาสปอร์ต ที่เขาเลือกใช้เดินทางไปได้กี่ประเทศ “ยิ่งลักษณ์” ก็ฉลาดน้อยกว่าที่ “กิตติรัตน์” โม้ เพราะถ้าฉลาดจริง ต้องเลือกพาสปอร์ตญี่ปุ่น หรือ สิงคโปร์ หรือ ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐฯ เพราะพาสปอร์ตของประเทศเหล่านี้ ใช้เดินทางไปได้กว่า 180 ประเทศ โดยไม่ต้องมีวีซ่า…

แล้วคนที่ออกมาสวน "กิตติรัตน์" ก็คือ "หมอวรงค์" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่กัดติดโครงการจำนำข้าวมาโดยตลอด ได้โพสต์ว่า... "อดีตรองนายกฯคนหนึ่ง ได้ยกย่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ได้พาสปอร์ตของเซอร์เบีย และยังได้พยายามชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของพาสปอร์ตเซอร์เบีย ว่าเหนือกว่าพาสปอร์ตไทย ...ช่างสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีสำนึกผิดของนักการเมืองไทยเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือนักโทษหนีคดีของศาลไทย จึงไม่แปลกใจเลยว่า ระหว่างรัฐธรรมนูญ กับสำนึกของนักการเมือง ควรจะแก้อะไรก่อนกัน" ...
ที่โดดมาร่วมแจมอีกคนก็คือ "สมชาย แสวงการ" ส.ว. ที่ออกมาโพสต์ว่า ... ถูกจัง ใครสนใจบ้าง บริจาค 1 แสนยูโร หรือ แค่ไม่ถึง 4 ล้านบาท ก็ได้สัญชาติเซอร์เบียแล้ว ...แต่ขอบอกนักการเมืองที่คิดสนใจ ว่า 1. โกงแล้วหนี ต้องยอมหนีตลอดชีวิตนะครับ 2. เซอร์เบีย เพิ่งตั้งประเทศมาได้ไม่ถึง 20 ปี ผ่านความโหดร้ายป่าเถื่อน สงครามล้างเผ่าพันธุ์ แบบโหดสุดสุดมาไม่นาน ... ได้สัญชาติง่าย แต่อยู่ยากนะครับ แบบนอนไปผวาไปนะ สนใจมั้ย อย่างนี้ไม่ถามว่า น่าดีใจ หรืออนาถใจดีครับ...

คนถัดมาก็เป็น "นคร มาฉิม" หรือ "นคร มาชิน" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาตอบโต้ "หมอวรงค์” โดยเฉพาะว่า ในอดีตนั้นมีนายแพทย์เข้าสู่สนามเลือกตั้ง มาเป็นนักการเมืองหลายคน มีทั้งประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และไม่ดี คละเคล้ากันไป แต่สำหรับ นพ.วรงค์ ถือว่าเป็นเพื่อนรัก และอยู่จังหวัดเดียวกัน จึงอยากเห็น นพ.วรงค์ เป็นนายแพทย์นักการเมืองที่มีคุณภาพ แสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะขณะนี้ อยู่ฝ่ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อะไรที่รัฐบาลทำไม่ถูก ก็ขอให้มีความกล้าหาญในการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และนำพาประเทศชาติไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง การพูดแต่เรื่องเก่าๆ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ช่วยให้ชีวิต ความยากจน ของประชาชนดีขึ้น

" วิชาชีพหมอ คือ การตรวจและรักษาโรคภัยของคน เป็นวิชาชีพที่มีคุณูปการต่อชีวิตมนุษย์ เมื่อหมอมาเป็นนักการเมือง เพื่อจะตรวจรักษาโรคเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศ ที่กำลังนอนซม ให้น้ำเกลือ ก็อยากเห็นหมอการเมือง พูดแล้วก็ทำ ในสิ่งดีๆ ไม่เป็นแผ่นเสียงตกร่อง เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นที่ผิดหวัง และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของคนเป็นหมอ ที่มาเล่นการเมืองอย่างน่าเสียดาย"...

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ "ดรามา" ที่นักการเมืองออกมาโต้คารมกันเรื่องพาสปอร์ตเซอร์เบีย ของ"ยิ่งลักษณ์" คล้ายๆ กับเมื่อก่อนหน้านี้ ที่ "ทักษิณ ชินวัตร" ถือพาสปอร์ตมอนเตเนโกร...แต่ก็มีคนในโลกโซเชียลฯ ตั้งข้อสังเกตว่า "แปลกแต่จริง" ตอนนี้ คนในตระกูลของอดีตผู้นำไทย 1 ตระกูล แต่มี 2 สัญชาติ และในอนาคต อาจยกระดับความแปลก เป็น 1 ตระกูล 3 สัญชาติ ก็ได้ ถ้าคนในตระกูลนี้ หนีคดีฟอกเงินกรุงไทย ตามไปอีกคน ...


กำลังโหลดความคิดเห็น...