xs
xsm
sm
md
lg

เปิดปฏิทิน “ครม.ตู่ 2” ถวายสัตย์ฯ ช่วง 16-18 ก.ค. แถลงนโยบาย 24-25 พร้อมลากยาวถึง 26 ก.ค.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

แฟ้มภาพ
เปิดปฏิทิน ครม. “ประยุทธ์ 2” คาดถวายสัตย์ปฏิญาณ 16-18 ก.ค.หลังจากนั้นประชุม ครม.ถกร่างนโยบายทันที ประสาน “ชวน” กำหนด 24-25 ก.ค.อาจลากยาวถึง 26 ก.ค. พร้อมคัดชื่อบุคคลเป็นทีมโฆษกฯ รัฐบาลให้ “บิ๊กตู่” จิ้มเลือกคนน่าเชื่อถือสื่อสารนโยบายรัฐบาลได้ เผยชื่อ “วัชระ กรรณิการ์” ตัวเต็ง

วานนี้ (11 ก.ค.) รายงานข่าวจากจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้วนั้น ปรากฏว่าบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคัก แม้บรรดารองนายกฯ และรัฐมนตรีจะยังไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่เพราะยังไม่ได้มีการถวายสัตย์ปฏิญานตน และนายกรัฐมนตรียังไม่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยตลอดทั้งวันได้ อ่านเอกสารและเตรียมนโยบายของรัฐบาลที่แต่ละพรรคการเมืองได้เสนอเข้ามาเพื่อเตรียมแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งรัฐบาลได้มีการกำหนดและประสานไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่าจะอยู่ระหว่างช่วงวันที่ 24-25 ก.ค. หลังการสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระหว่างวันที่ 21-22 ก.ค. ที่วังน้ำเขียว และถ้าเวลาไม่พอก็จะขยายไปถึงวันที่ 26 ก.ค.อีก 1 วัน โดยในช่วงเช้าของวันที่ 24 ก.ค. นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะร่วมทำบุญ 5 ศาสนา เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 ก.ค. ก่อนเดินทางไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในส่วนการเตรียมการของทำเนียบรัฐบาลนั้น เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพร้อมนอกเหนือการจัดเตรียมห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ให้กับรองนายกรัฐมนตรี โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะใช้ห้องทำงานเดิมที่ชั้น 1 โดยได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมไว้แล้ว ส่วนที่ชั้น 3 นั้นจัดเตรียมไว้สำหรับรองนายกฯ ทั้ง 2 คน ขณะที่ชั้น 2 จะเป็นห้องทำงานสำหรับนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมตรี ส่วนห้องทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังใช้ห้องทำงานเดิม

ในส่วนตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์​จะยังไม่ตัดสินใจเลือกใครเข้ามาทำหน้าที่ แต่ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งว่าจะต้องเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ มีความรู้ความสามารถ เข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาลอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องการให้สื่่อสารเฉพาะประเด็นทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการมืออาชีพสามารถสื่อสารกับประชาชนและต่างประเทศได้ สำหรับประเด็นทางการเมืองนั้นให้เป็นในส่วนของแต่ละพรรค

“ขณะนี้มีหลายรายชื่อที่ถูกเสนอเข้ามาให้ดำรงตำแหน่งโฆษก และรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นโควตาโฆษกรัฐบาล และรอง 1 จะมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และรองโฆษกอีก 2 ตำแหน่งมาจากพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย โดยในส่วนของพรรคพลังประชารัฐขณะนี้นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ กรรมการบริหาร ว่าที่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำลังพิจารณานำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีชื่อของนายวัชระ กรรณิการ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตบางบอน ซึ่งเคยเป็นอดีตรองโฆษกรัฐบาลมาก่อน ผู้ใหญ่ในพรรค พปชร.เคยรับปากจะให้เข้ามาทำหน้าที่ นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยก็มีชื่อของนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย สำหรับชื่อของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ กรรมการบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป อดีตแกนนำ กปปส.นั้น ล่าสุดได้ปฏิเสธกับคนใกล้ชิดว่าไม่มีการทาบทามและไม่รับตำแหน่งอย่างแน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่นายกรัฐมนตรีดำริให้ดำเนินการทันทีหลังการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญานตน เพื่อหารือถึงร่างนโยบายรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภานั้น ได้มีการประสานไปยังว่าที่รัฐมนตรีแล้วว่าให้เตรียมความพร้อมอยู่ระหว่างวันที่ 16-18 ก.ค.นี้ โดยก่อนการเข้าเฝ้าฯ จะเชิญรัฐมนตรีใหม่ทุกคนถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล สำหรับการถ่ายภาพหมู่ของ ครม.นั้น จะมีขึ้นในการประชุม ครม.นัดแรกอย่างเป็นทางการ ภายหลังการเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องข้าราชการการเมืองลาออกจากตำแหน่ง มีรายชื่อ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2562 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศดังกล่าว ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ คือ นายดิสทัต โหตระกิตย์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีซึ่งได้มาทำหน้าที่ก่อนหน้านี้สักระยะหนึ่งแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...