xs
xsm
sm
md
lg

“แม้ว-ธนาธร” วันที่ต้องจับมือพึ่งพาเดินในเส้นทางฝัน (เฟื่อง)!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา



กลายเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองขึ้นมาไม่น้อยกับความเคลื่อนไหวของทั้งคู่ คือ ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของพรรคอนาคตใหม่

ที่ว่าน่าจับตาดังกล่าวก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าพฤติกรรมและความเคลื่อนไหวที่ดูแล้วเหมือนกับ “ลับๆล่อๆ” พิกล ประเภท “ลับลวงหลอก” ประมาณนั้นมากกว่า ส่วนสาเหตุที่มีคนตั้งข้อสังเกตแบบนั้นก็มาจากความไม่ค่อยวางใจกับคำพูดหรือคำยืนยันของพวกเขานั่นเอง

เริ่มจาก ทักษิณ ชินวัตร ที่ในปีนี้สั่งเบรกประกาศปิดบ้านรับบุคคลภายนอกหรือพวก “ลูกน้องวงนอก” ไม่ให้เข้าร่วมแสดงความยินดีอวยพรวันเกิดครบรอบ 70 ปี ในที่ 26 กรกฎาคมนี้ โดยอ้างว่าบ้านพักในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่สะดวกที่จะต้อนรับ อีกทั้งที่นั่นมีอากาศร้อนทะลุไปถึง 50 องศา เอาเป็นว่าความหมายคือไม่สะดวกจะต้อนรับคนภายนอก มีเพียงลูกหลานและคนใกล้ชิดในครอบครัวเท่านั้น

ขณะเดียวกัน อีกคนหนึ่ง คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของหรือหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เวลานี้กำลังพาครอบครัวไปยุโรป และมีคิวพบปะกับพวกนักการเมือง นักเคลื่อนไหวแถวยุโรป พร้อมกับย้ำว่า “ไม่ได้หนี” ไปต่างประเทศ เนื่องจากเป็นช่วงที่คดี “โอนหุ้นสื่อ” กำลังงวดเข้ามา โดยวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นวันครบกำหนด 45 วัน ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ส่งเอกสารหลักฐานชี้แจง โดยเขามอบหมายให้ทนายความไปหลักฐานเพิ่มเติมอีก 3 ลัง ขณะที่ตัวเองและครอบครัวบินไปก่อนหน้านั้นแล้ว

อย่างไรก็ดี มีคนยืนยันแทนแล้วว่า ธนาธร จะกลับมาวันที่ 15 กรกฎาคม นี้แน่นอน ไม่หนีแน่ โดยย้ำว่ายังมีภารกิจสำคัญ คือ เป็น “นายกรัฐมนตรีด้วยมติมหาชน” เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย ก็ต้องอดใจรอไปก่อนก็แล้วกัน ว่าความฝันแบบนั้นจะเป็นจริงได้หรือไม่

เพราะเส้นทางข้างหน้ามันไม่ใช่หมู อย่างน้อยต้องผ่าน “ด่านหิน” จากคดี “ถือหุ้นสื่อ” ในศาลรัฐธรรมนูญให้ได้ก่อน เพราะหากผลออกมาเป็นลบมันก็จบเห่อยู่แค่นั้น

อย่างไรก็ดี ยังมีสิ่งที่หลายคนกำลังจับตามองกัน ก็คือ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ทักษิณ ชินวัตร กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะมีโอกาสได้พบกันที่ยุโรปหรือไม่ เพราะในเมื่อที่ดูไบอากาศร้อนจัด และต้องปิดบ้านไม่ต้อนรับพวกลูกน้องวงนอก มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะบินไปยุโรปไปสมทบกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวที่หนีคดีกบดานอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทั้งคู่มีโอกาสได้เจอหรือ “ตั้งใจเจอ” กันได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าเป็นไปได้ไม่น้อย อย่างน้อยในทางการเมือง ในเรื่องความเป็น “พันธมิตรใหม่” ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน แทนที่จะกลายเป็นคู่แข่งกันในอนาคตอันใกล้นี้

หลายคนกำลังมีข้อสงสัยว่า ทักษิณ ชินวัตร จะประกาศวางมือทางการเมืองหรือไม่ เหมือนกับก่อนหน้านั้นไม่นาน มีคนสนิทบางคน เช่น “เสี่ยเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ได้ประกาศวางมือในช่วงวัย 70 ปี ไปก่อนแล้ว ขณะที่อีกหลายคนไม่เชื่อ และมองไม่เห็นความจำเป็นของ ทักษิณ ที่จะต้องประกาศผูกมัดตัวเองแบบนั้น แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น ก็คือ “น่าจะถึงเวลาปรับยุทธวิธี” การเคลื่อนไหวกันครั้งใหญ่มากกว่า หลังจากต้องพ่ายแพ้ให้กับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้กุมอำนาจรัฐหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี

แม้เวลานี้กำลังจะมีการถ่ายเลือดกันใหม่ภายในพรรคเพื่อไทย โดยเชื่อว่า สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ก็ตาม เพราะนั่นเป็นความจำเป็นบังคับเพื่อให้เขาที่เป็น ส.ส.ได้ตำแหน่งผู้นำพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทดแทนบรรดาพวกแกนนำพรรครุ่นเก่าที่ไม่ได้เป็น ส.ส.แบบยกพรรคเท่านั้น และแม้ว่า สมพงษ์ จะเก๋า เพราะอยู่ในวงการเมืองมานาน แต่สำหรับการเมืองยุคใหม่เขาก็ไร้สีสัน ไม่มีอะไรโดดเด่นเมื่อเทียบกับพวก “เด็กๆ” ในพรรคอนาคตใหม่

นี่แหละจึงเป็นคำถามที่ว่าโอกาสที่ ทักษิณ มีคิวนัดเจอกับ ธนาธร ที่ยุโรปในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ก็อย่างที่รับรู้กันแล้วว่าเวลานี้สำหรับพรรคเพื่อไทย แม้จะมีฐานเสียงเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะถูกเจาะไชมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญจะแตกไปทางพรรคอนาคตใหม่ที่กำลังหวือหวา

ถึงขนาดมีรายงานข่าวว่า “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยภาคเหนือ น้องสาว ทักษิณ กำลังนั่งไม่ติดหวั่นว่าฐานเสียงทางภาคเหนือจะแตกพ่ายในการเลือกตั้งคราวหน้า ไม่ว่าจะเป็นสนามท้องถิ่น หรือ ส.ส.ครั้งต่อไป ซึ่งคู่แข่งหน้าใหม่ก็ไม่ใช่ใคร คือ พรรคอนาคตใหม่ และพรรคพลังประชารัฐ ที่ทั้งสองพรรคเจาะกระจุยมาแล้ว

ดังนั้น มันก็เป็นไปได้เหมือนกันว่า ทักษิณ ชินวัตร และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะต้องหาทางจับมือเป็นพันธมิตรทางการเมือง สำหรับเป้าหมายข้างหน้าแบบ “วินวิน” รวมไปถึงการเมืองนอกและในสภาที่ต้องสัมพันธ์กัน เพราะมวลชนของพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ถือว่า “ทรงพลัง” ไม่ว่าภายใต้เงื่อนไขที่ ธนาธร จะต้องสะดุดจากคำสั่งศาลในคดีโอนหุ้นหรือไม่ แต่เป้าหมายสูงสุดนั้นตรงกันคือ ฝ่ายหลังต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ และรื้อรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะที่ฝ่ายแรกก็ต้องการนิรโทษกรรมล้างความผิด ทุกอย่างมันก็วินวิน

แต่จะทำตามฝันได้หรือไม่ หรือว่าแค่ฝันเฟื่องก็ต้องรอดูกัน !!





กำลังโหลดความคิดเห็น...