xs
xsm
sm
md
lg

“ทาทา ยัง” อยากดักตบ “ช่อ” #อนาคตใหม่กับพวกมึงกูไม่เอา ดรามาเลยเถิด **เมื่อลุงตู่นำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ความเป็นหัวหน้า คสช. ก็สิ้นสุดลง ... เมื่อนั้นศาล รธน.อาจเห็นว่าไม่มีเหตุให้ต้องรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยก็เป็นได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวปนคน คนปนข่าว


**"ทาทา ยัง" อยากดักตบ "ช่อ" #อนาคตใหม่ กับพวกมึงกูไม่เอา ดรามาเลยเถิด เรื่องนี้จะไม่เกิดถ้า "พ่อฟ้า" จริงจังกับลูกพรรค

ดรามานี้เกิดขึ้นหลังจากมีผู้พบเห็นชื่ออินสตราแกรม หรือ ไอจี “tataamitayoung” ซึ่งเป็นบัญชีของนักร้องสาวชื่อดังยุค 90 "ทาทา ยัง" หรือ ฉายาสาวน้อยมหัศจรรย์ แสดงความคิดเห็นในไอจี ของ a_adisorn ซึ่งโพสต์ว่า #ดักตบอีช่อช่อง Arrival...และมีส่วนขยายว่ากำกับไว้ว่า "วิธีเอาชนะความเกลียดแบบอยู่หมัด ให้มึงคนเดียว" พร้อมกับติดแฮชแท็ก... #อีช่อหนักแผ่นดิน #อีช่อคอสั้น #อีช่อคางทูม #อนาคตใหม่กับพวกมึงกูไม่เอา

โดย ทาทา ยัง ได้คอมเมนต์ในโพสต์นี้ สั้นๆ ในเวลาต่อมาว่า “รบกวนด้วยค่ะ!”

จากนั้นก็กลายเป็นเรื่องของศึก"คีย์บอร์ด"ในโลกออนไลน์ที่ห้ำหั่นกัน ของตัวแทนระหว่างสองฝั่ง ทั้งที่สนับสนุน ทาทา ยัง และ กองเชียร์ "ช่อ" น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จนทำให้ แฮชแท็ก #ทาทายัง พุ่งติดอันดับยอดนิยมในทวิตเตอร์ประจำวัน ... ว่ากันว่า งานโซเชียลปั่น "แฮชแท็ก # " เป็นงานถนัดของผู้สนับสนุนพรรคส้มหวานอนาคตใหม่ และ"ช่อ" ที่หลายคนก็ทราบดี โดยมีลักษณะคล้ายกลุ่มจัดตั้งเมื่อมีประเด็นถูกโจมตี ก็จะปล่อยข้อความรุมช่วยกันจำนวนมากในเวลาที่สั้น
พรรณิการ์ วานิช
ในโลกออนไลน์เรียกคนเหล่านี้ว่า "ฝูงซอมบี้" ที่คอยปัดเป่า ขยี้คนที่เห็นแย้งกับอนาคตใหม่ ... คอมเมนต์ที่รุมถล่ม "ทาทา ยัง" จึงเป็นฤทธิ์เดชของฝูงซอมบี้ไปเสียส่วนใหญ่

อย่างไรก็ดี ถ้าแยกแยะและมีสติ ไม่หลงเข้าไปเดินตามฝูงซอมบี้ เอาแต่โยนความเกลียดชังใส่กัน เหยียดใส่กัน จนเลยเถิดก็จะเห็นว่า "ดรามาทาทา ยัง vs ช่อ" แน่นอนว่า สังคมไม่ควรสนับความรุนแรง

ข้อความหรือถ้อยคำที่แสดงออกของ ทาทา ยัง "รบกวนด้วยค่ะ" ในโพสต์ "ดักตบช่อ" อาจจะถูกมองว่า มีความหมายเช่นนั้น คือ อยากจะตบช่อด้วยคน ... มูลเหตุจูงใจอะไรที่ "ทาทา ยัง" แสดงความเห็นด้วยนั้น อาจจะต้องรอให้เจ้าตัวอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้นักร้องสาวอยู่ต่างประเทศ เพื่อความกระจ่าง

ส.ส.ช่อ หรือ ติ่งส้มหวาน ก็ต้องถามตัวเองด้วยเช่นกันว่า ในสถานะที่เป็นส.ส. ประชาชนเลือกมา ได้ทำอะไรให้คน"ไม่ชอบ" หรือ "เกลียด" อย่างไร... ยอมรับหรือไม่ว่า ตั้งแต่ก่อนและหลังเลือกตั้ง จนทำหน้าที่ ส.ส. "ช่อ" พรรณิการ์ ทำอะไรที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ กลายเป็นจุดเด่นมากกว่างานที่จะต้องทำ เช่น แฟชั่นการแต่งกาย หรือ พฤติกรรมการแสดงออกในอดีต ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า ไม่เหมาะสมของ ส.ส.ช่อ เช่น กรณีที่เป็นคดี "โพสต์ภาพที่ไม่ต้องมีคำบรรยาย" ส่อไปทางดูหมิ่นสถาบันฯ

ถามว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อยากจะแสดงความคิดเห็นต่อส.ส. ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ ได้หรือไม่ ก็เป็นสิทธิที่พึงทำได้ ไม่ใช่หรือ ?
 ทาทา ยัง
"ติ่งส้มหวาน" ที่ตั้งหน้าตั้งตารุมด่านักร้องสาว สาดเสียเทเสีย เรียกร้องประณามข้อความที่สนับสนุนความรุนแรงของ "ทาทา ยัง" อย่างไม่สนใจอะไร โดยที่ฝั่งตัวเองก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน ...การกระทำของคนกลุ่มนี้ เท่ากับการกระพือความแตกแยกให้สังคมมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?

คนที่น่าชมกลับเป็น "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ให้ความเห็นกรณีที่คนดังในวงการบันเทิง สนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อ พรรณิการ์ ส.ส.ของพรรคว่า เป็นเรื่องเล็กน้อย และ อยากให้สังคมและสื่อมวลชน ติดตามประเด็นที่สำคัญต่อประเทศชาติมากกว่า

"ผมว่าถ้าหากเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้พูดกันบ่อยๆ เนี่ย มันจะทำให้สังคม เบนความสนใจของสังคมไป แทนที่จะมาช่วยกันจับตาว่า 6 โครงการทิ้งทวน นายทุนผูกขาดกลุ่มไหนได้ประโยชน์ ความไม่ชอบมาพากล อยู่ตรงไหน" ปิยบุตร กล่าว

ว่ากันอย่างถึงที่สุดก็อย่างที่ "ปิยบุตร" ว่า แต่เรื่องก็ต้องย้อนมากล่าว "ดราม่า # อีช่อ" เยี่ยงนี้ จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าอนาคตใหม่ โดยเฉพาะ "พ่อฟ้า" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จะกำชับ หรือปรับทัศนคติ สมาชิกพรรค ส.ส.ทุกคน ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ให้รู้จักระเบียบ วินัย เป็นตัวอย่างในการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดี สมกับประชาชนวางใจ จริงๆ จังๆ

ทีนี้ก็อยู่ที่อนาคตใหม่แล้วละ จะยุติเรื่องทำนองนี้อย่างไร

**"ลุงตู่"ยังใจเย็น ยิ้มรับกับการที่ถูกยื่นตีความเรื่อง "หัวหน้าคสช." เป็น "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" หรือไม่... ก็ในเมื่อ กกต. และ ผู้ตรวจการฯ ก็รับรองแล้วว่า "ไม่เป็น" และเมื่อลุงตู่ นำครม.ชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ความเป็นหัวหน้าคสช. ก็สิ้นสุดลง ... เมื่อนั้นศาลรธน. อาจเห็นว่าไม่มีเหตุให้ต้องรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัย ก็เป็นได้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา - วิษณุ เครืองาม
กรณี ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 110 คน เข้าชื่อ ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตาม รธน.มาตรา 170 (4) ประกอบ มาตรา 160(6) และ มาตรา 98(15) เหตุเป็น "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" หรือไม่ ... และขณะนี้ ประธานสภาฯ ก็ได้ส่งคำร้องดังกล่าวไปถึงสำนักงานศาลรธน. แล้วนั้น

ระหว่างนี้ บรรดาฝ่ายค้านต่างออกมาแสดงความเห็น สร้างกระแสในโซเชียลฯ หวังกดดันให้ศาลฯ มีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เป็นการชั่วคราว เหมือนที่ศาลฯ สั่งให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ชั่วคราว จากกรณีถูกร้องว่า ถือหุ้นสื่อฯ

อย่างเช่น "เสี่ยไก่" วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เห็นว่า กรณีของ "ลุงตู่" เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฯ จะวินิจฉัยได้แล้ว เทียบเคียงได้กับ กรณีของ"ธนาธร" ที่ กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจนยุติแล้ว ดังนั้น ศาลฯจึงต้องมีคำสั่ง ให้ "ลุงตู่" หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย... โดยอ้างถึง รธน. มาตรา 82 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ..."เสี่ยไก่" เน้นที่คำว่า "ให้" อันเป็นบทบังคับ ไม่ได้ให้อำนาจศาลฯใช้ดุลพินิจ

ขณะที่นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็โดดมาร่วมแจมว่า ประเด็นนี้ มีหลายฝ่าย นำเสนอข้อเท็จจริง หลายประการมาแสดงต่อสังคมอันเป็นการยืนยันความเป็น "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" เช่น กรณี หัวหน้า คสช. ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน จากเงินภาษีประชาชน รวมทั้งการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. สั่งปิด "เหมืองทองคำอัคราไมนิ่ง" ก็ทำในนามเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากบอกว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วใช้อำนาจในสถานะใด ในการสั่งปิดเหมือง หากบอกว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เวลาถูกฟ้องร้อง พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เงินส่วนตัวในการรับผิดชอบต่อค่าเสียหายหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐบาลต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเหมืองทอง ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน ...ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ยืนยันว่า "พล.อ.ประยุทธ์" เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เข้าลักษณะมีเหตุอันควรสงสัยได้แล้ว จึงควรต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่นายกฯไว้ก่อน

ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่า ที่ "นายวิษณุ เครืองาม" รองนายกฯบอกว่า "พล.อ.ประยุทธ์" ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น "ผิด" เพราะอ้างคนละมาตรากัน... เนื่องจากการส่งคำร้องของ 110 ส.ส. จาก 7 พรรคการเมืองนั้น ใช้ช่องทางตาม มาตรา 170 ที่กำหนดให้ใช้ มาตรา 82 วรรคสอง โดยอนุโลมด้วย ซึ่งศาลรธน. อาจสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่ว่าจะร้อง ส.ส., ส.ว., นายกฯ หรือ ครม. เกณฑ์การพิจารณา ต้องเหมือนกันหมด

นั่นเป็นมุมมองของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ที่จะต้อง "ตั้งธง" ว่าลุงตู่ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ...ความเป็นนายกฯของลุงตู่ ต้องสิ้นสุดลง

คราวนี้ลองมามองในมุมของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลดูบ้าง ...อย่าง "นายวันชัย สอนศิริ" ส.ว. เห็นว่า ที่ผ่านมาก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กกต.รวมทั้งกลุ่มนักกฎหมาย ก็เคยวินิจฉัยเบื้องต้นแล้วว่า "ไม่ผิด" แต่เมื่อเรื่องไปถึงศาลรธน. ซึ่งถือว่าเป็นที่สุด ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะถ้าผลการวินิจฉัยออกมาว่า "พล.อ.ประยุทธ์" ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ก็ถือว่าจบ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่หากผลวินิจฉัยออกมาว่า เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ก็จบเช่นกัน คือ เป็นนายกฯไม่ได้ เรื่องทั้งหมด คือ กลไกปกติทางการเมือง มีเรื่องอะไรก็เดินไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ดีแล้ว แต่ตามความคิดของตนเองแล้ว มองว่าเป็นกลเกมทางการเมือง ที่จะดิสเครดิตกันมากกว่า
ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ - ปิยบุตร แสงกนกกุล
ขณะที่ "นายวิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายได้อธิบายเรื่องนี้อีกครั้ง ในประเด็นที่มีความพยายามจะนำมาเปรียบเทียบกับกรณีของ"นายธนาธร"นั้น จะเปรียบเทียบได้อย่างไร ในเมื่อศาลฯ เป็นคนสั่ง และเรื่องนี้ทาง กกต. ก็เคยตรวจสอบมาก่อนแล้ว เห็นว่าไม่ขัดจึงรับรายชื่อเอาไว้... พร้อมทั้งให้ไปดู มาตรา 82 ที่ระบุว่า ถ้ากรณีมีเหตุอันควรสงสัย ศาลฯ จึงจะสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าไม่มีอะไรสงสัย ก็รับเรื่องไว้ แล้วดำเนินการต่อไป เพราะในเมื่อ "อำนาจ" เขาให้กับศาลฯไว้ ศาลฯ วินิจฉัยอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น อย่างกรณี 41 ส.ส. ที่ศาลฯ วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า ที่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ เพราะอะไร และกรณีของนายธนาธร ที่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะอะไร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐาน แต่เป็นเพราะว่า เขามีเกณฑ์การพิจารณาของเขา

"ไม่มีปัญหาหรอก ไม่มีความเดือดร้อน การทำอะไรที่อยู่ในเกณฑ์ ในกติกานั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และดำเนินไปได้ แต่ที่ไม่ถูกต้องคือ การไปดึงเกมลงสู่ท้องถนน ตรงนี้แหละสำคัญกว่า" นายวิษณุ กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องนี้ เมื่อนักข่าวถาม "ลุงตู่" ก็ได้แต่รอยยิ้มกลับมา เพราะลุงตู่อาจจะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องซีเรียสก็ได้ เพราะถือว่าทางที่เดินมานั้น "ถูกต้องแล้ว" เพราะกกต. ก็รับรอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็รับรองว่า "ไม่ผิด" ส่วนศาล รธน.จะตัดสินอย่างไร ก็สุดแท้แต่จะพิจารณา ... "ลุงตู่" ก็เดินหน้าต่อไป รอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ลงมา แล้วนำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อถึงเวลานั้น ความเป็นหัวหน้า คสช.ก็สิ้นสุดลง

เมื่อความเป็นหัวหน้าคสช. สิ้นสุดลงไปแล้ว ในมุมมองของศาล รธน.อาจจะเห็นว่า ไม่มีเหตุให้ต้องรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยก็เป็นได้ ใครจะไปรู้...


กำลังโหลดความคิดเห็น...