xs
xsm
sm
md
lg

“ประยุทธ์” ลั่นกลางเดือนหน้าได้ รบ.แน่ แย้มมีคนหลุดโผบ้าง เชื่อพรรคร่วมเข้าใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายกฯ ยังอุบนั่งหน.พปชร. ขอเชื่อมั่นคำวินิจฉัยปมถือหุ้นสื่อ ยันเตรียมทูลเกล้าฯ ครม. เรียกว่าที่ รมต.กรอกประวัติ แย้มมีหลุดโผบ้าง กลางเดือนหน้าได้ รบ.แน่ เชื่อพรรคร่วมเข้าใจ ปัดตอบแทน "สุภรณ์" หลุดคดีล้มประชุมอาเซียน อัยการแจงได้

วันนี้ (25 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะรับเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ทำไม มีผลกระทบอะไรกับใครหรือ จะเป็นหรือไม่เป็น มีใครได้รับผลกระทบอะไรหรือเปล่า เพราะอย่างไรก็ทำงานได้เหมือนกัน เรื่องของการเมืองก็ว่ากันไป แต่ต้องมีคนทำงาน

เมื่อถามว่าการจะตัดสินใจรับหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “เหรอจ๊ะ ไม่รู้อะไรเลยนะเนี่ย ขอบคุณนะ บ๊ายบาย ลาก่อน”

เมื่อถามถึงกรณีการยื่นตรวจสอบ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเกี่ยวกับการถือครองหุ้นสื่อ จนลามไปถึง ส.ว.แล้วนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เห็นว่าโดนกันทั้งสองฝ่ายและสองสภา จึงเป็นหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะนำไปพิจารณาในสภา หากจำเป็น จะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินออกมาอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น ตนไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างมีพัฒนาการมาเรื่อยๆ ต้องแก้ไปตามกฎหมาย ตามขั้นตอน และกระบวนการ ทั้งนี้ ขอให้เชื่อมั่นในคำวินิจฉัย เพราะเป็นการวินิจฉัยเฉพาะตัว เฉพาะเรื่อง ไม่ได้มีบรรทัดฐานมากมาย เพราะเป็นกฎหมายคนละฉบับจากในอดีต ส่วนผลจะออกมาอย่างไร คงตอบไม่ได้ แต่ ส.ส.ทั้งหมดต้องร่วมมือกันทำงาน อย่าเพิ่งไปกังวล ปล่อยเป็นหน้าที่ของศาล ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า เรื่องโผ ครม.ถามแล้วถามอีก เช้า กลางวัน เย็น เดี๋ยวจะเรียกบุคคลที่มีรายชื่อเข้ามากรอกประวัติอย่างเป็นทางการ เพราะที่ผ่านมาก็มีการตรวจสอบ โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล โดยหน่วยงานเหล่านั้น ก็ตอบได้เพียงกว้างๆ หากไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง หน่วยงานก็จะบอกว่า ไม่มีความขัดข้อง ไม่มีปัญหา แต่หากคนใดมีคดีความด้วย หน่วยงานก็ชี้แจงว่า อยู่ในขั้นตอนใด กฎหมายว่าอย่างไร โดยต้องมีข้อชี้แจงทั้งหมด ซึ่งท้ายที่สุด ก็จะต้องเชิญบุคคลเหล่านั้น มาเซ็นต์รับรองตัวเอง หากในวันข้างหน้าไม่เป็นไปตามที่ได้รับรองไว้ ก็จะต้องโดนคดี ดังนั้น ขอให้ใจเย็นๆ เพราะยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ เดี๋ยวก็รู้

เมื่อถามว่า หลังการประชุม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน จะนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ทันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบทันทีว่า ทันสิ จะไม่ทันได้อย่างไร

ถามว่ารายชื่อที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ นั้น เป็นไปตามที่พรรคการเมืองได้เสนอมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่บอก บอกไม่ได้ ถ้าผมบอกว่าใครได้หรือไม่ได้ ก็จะเอากันอีก ไม่จบสักที

ถามว่าไม่มีใครหลุดโผที่แต่ละพรรคเสนอมาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “โผอะไร มันก็คงมีบ้างมั้ง ซึ่ง ครม.มีทั้งหมด 36 ตำแหน่ง ไม่ว่าจะได้เพิ่มหรือไม่ ต้องอยู่ใน 36 ตำแหน่งนี้ หากรัฐมนตรีหลักควบตำแหน่ง ก็ต้องมาเป็นรัฐมนตรีช่วย แต่ยอดมีทั้งหมด 36 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม อาจจะมีคนมากหรือน้อย แต่ทั้งหมดต้องไม่เกิน 36 คน และอาจจะมีคนที่ซ้ำ 3 คน หรือเปล่า ก็ต้องดูตรงนั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ยังเป็น ส.ส.ที่ทำงานในสภา วันนี้หวังอย่างเดียวว่าทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล จะสามารถทำงานด้วยกัน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ให้ประเทศเดินต่อไปได้ ไม่ใช่จ้องล้มกันอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่ใช่ตอนนี้ แต่ตนก็ห้ามไม่ได้ ซึ่งประชาชนต้องตัดสินเอง ว่า พฤติกรรมของแต่ละคนเหมาะสมอย่างไร

เมื่อถามว่า จะให้ว่าที่ ครม.ใหม่มาเซ็นรับรองตัวเองที่ทำเนียบรัฐบาลหรือที่ทำการพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเลขาฯ ครม.ซึ่งบางเรื่องไม่ต้องมาถามตนก็ได้ เพราะเป็นเรื่องของระเบียบ วันนี้ตอบได้อย่างเดียวว่า ทำทันเวลาแน่นอน กลางเดือนหน้าจะได้รัฐบาลอย่างแน่นอน

ถามย้ำว่า สามารถนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ก่อนหรือหลังกลับจากประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ประมาณนี้แหละ อย่าทำทุกอย่างให้เป็นราชภาระของพระองค์ เพราะเป็นหน้าที่ของตน ที่ต้องรับผิดชอบ จึงต้องทำให้ทันตามเวลา จากนั้น ก็รอถวายสัตย์ปฏิญาณตน ยืนยันว่า กลางเดือนหน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย วันนี้ยังไม่ตั้งรัฐบาล ก็มีคนจ้องล้มรัฐบาลแล้ว ตนคิดว่าคงไม่ค่อยดี ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนช่วยกันบอกต่างประเทศ ว่า อย่าได้กังวล เพราะเดี๋ยวเราก็ไปกันได้ และนี่คือไทยทอล์ก ซึ่งปกติจะเป็นอาเซียนทอล์ก ตรงนี้ถือเป็นอัตลักษณ์ของพวกเรา คือ การมีความคิดเห็นที่แตกต่าง

“วันนี้เราต้องยืนหยัด ด้วยความอดทนอดกลั้น มีสมาธิ สติ สัมปชัญญะ แก้ไขปัญหาด้วยอริยสัจสี่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ขันติโสรัจจะ รู้แล้วก็ต้องปฏิบัติ เข้าวัดไหว้พระ สวดมนต์ อ่านธรรมจักรกัปปวัตตนสูตรบ้างหรือเปล่า พุทธเป็นศาสนาแห่งความปรองดองสมานฉันท์ พระพุทธเจ้าสอนให้เดินสายกลาง ไม่ซ้าย ไม่ขวา และไม่หนักจนเกินไป ถือเป็นหลักและแก่นแท้ของศาสนา แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงตีกันนักหนา พุทธเป็นศาสนาแห่งความสงบสุขร่มเย็น อยู่มากับทุกคน 2500 กว่าปี แต่ไม่รู้วันนี้เป็นอะไรบางเรื่องไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เข้าร่วมกับเขาไปด้วย ใช้ความเห็นส่วนตัวเติมลงไป ทั้งที่ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น อะไรเข้ามาก็เห็นด้วย สนุกดี และด่ากับเขาไปด้วย โดยคิดว่าเผื่อจะถึงนายกฯ นายกฯจะได้อ่านบ้าง ซึ่งผมก็อ่าน แต่ไม่ได้ติดโซเชียลอย่างที่คนวิจารณ์” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หลังจัดตั้งรัฐบาลแล้ว คิดว่าพรรคร่วมจะเข้าใจการตัดสินใจของนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่มา 5 ปีแล้ว ถ้าไม่เข้าใจก็แย่แล้ว ซึ่งต้องเข้าใจว่าตนทำงานด้วยหลักการ กฎหมาย จึงต้องระวังตัวด้วยเหมือนกัน มีแรงกดดันต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา จึงต้องมีคณะทำงานกลั่นกรองแผนงานและนโยบาย รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณ การทำงานนั้นยอมรับว่าไม่ง่าย ถ้าจะกดดันตน ขอให้กดดัน ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าถึงจะดีกว่า สื่อไม่ต้องมาวิจารณ์ ว่าจะมีพรรคใดมางอแง เพราะเชื่อว่าเขาคุยกันได้อยู่แล้ว ถ้าทุกคนมองประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ทุกอย่างก็จะไปได้ โดยใช้หลักพระพุทธศาสนานำทาง เดินตามพระ


พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง กรณีสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หลุดพ้นจากการดำเนินคดีล้มการประชุมอาเซียน เมื่อปี 2552 ที่พัทยาเนื่องจากคดีหมดอายุความ จนถูกวิจารณ์ เพราะย้ายมาอยู่พรรค พปชร.ว่า มีการบอกแล้วว่าอัยการส่งฟ้องไม่ทัน ก็ต้องดูว่าส่งฟ้องกันเมื่อไหร่ แล้วทำให้คดีขาดอายุความ เรื่องนี้เกิดมาตั้งนานแล้ว สื่อมวลชนเพิ่งพาดหัวข่าว ว่ามีการตอบแทนกัน เพราะความจริงตอบแทนกันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าตอบแทนคนบางคน แล้วตนจะอยู่ได้อย่างไร


“ผมตอบแทนให้ใครไม่ได้ ไม่ว่าจะพรรคใดก็ตาม หากบอกว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ แล้วลดคดีให้ จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะผมไม่ใช่ศาล และคดีเหล่านี้ก็มีเกี่ยวกับมาตรา 44 ด้วย ยืนยันว่าไม่ได้ใช้อำนาจเหล่านี้เลย เรื่องนี้อัยการสามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





กำลังโหลดความคิดเห็น...