xs
xsm
sm
md
lg

เรตติ้งเจ้าภาพฟุตบอลโลกของลุงตู่และอาเซียน มาเหนือกว่าแม้วทุ่มเงินซื้อคริสตัลพาเลซ **โพลสำรวจอดีต รมต.จาก"รัฐบาลลุงตู่" ชุดที่แล้ว ได้รับคะแนนนิยมเหนือ "นักการเมือง" ที่เพิ่งมาจากการเลือกตั้งแบบทิ้งห่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวปนคน คนปนข่าว





** เจ้าภาพฟุตบอลโลกของลุงตู่ และอาเซียน vs ทุ่มเงินซื้อคริสตัลพาเลซ ของทักษิณ วัดเรตติ้ง จริงจัง หรือไก่กา ลุงตู่ มาเหนือกว่าแม้ว

กระชากเรตติ้งน่าดู เมื่อ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในบทบาทประธานอาเซียนของไทย ประกาศยืนยันผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 เมื่อ วานนี้ (23มิ.ย.) ว่า การพบหารือกับผู้นำอาเซียนต่างสนับสนุนให้อาเซียนร่วมมือกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบอลโลก หรือ ฟีฟาเวิลด์คัพ ในปี 2034 เรียกว่า "ขโมยชีน" หัวข้อการหารือวาระอื่นๆ ในการประชุมครั้งนี้ไปแทบจะกลบไปสิ้น เพราะ ฟุตบอลโลกจัดเป็นอีเวนต์ ด้านการกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของโลก 4 ปีมีครั้ง หากชาติใดได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ นับว่ามีหน้ามีตาในสังคมโลกอย่างยิ่ง
ผู้นำ 10 ชาติ ร่วมประชุมอาเซียน
ใครๆ ก็รู้ว่า ฟุตบอลโลก สำหรับชาติอาเซียนเป็นเรื่องเฟ้อฝัน มาตรฐานฟุตบอลชาติอาเชียนยังอีกไกลกว่าจะพัฒนาถึงขั้น ญี่ปุ่น หรือชาติตะวันออกกลาง ที่ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันแทบทุกครั้ง ... ด้วยความที่อาจจะฟังดู"เพ้อฝัน" ตอนแรกจึงมีแค่ข่าวคุยกันในระดับวงเล็ก ซึ่งอาจจะไม่ถูกนำเข้าวงผู้นำ แต่ทำไปทำมา วันนี้กลับได้รับการยืนยันจากปากประธานอาเซียน ลุงตู่ เรื่องฮือฮา ก็ดูเป็นจริงเป็นจังขึ้น

มองในแง่ศักยภาพ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2034 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า มีชาติที่วางแผนจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพก่อนหน้านี้ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน, 3 ชาติจากทวีปแอฟริกา คือ อียิปต์ ซิมบับเว และไนจีเรีย และ ออสเตรเลีย กับ นิวซีแลนด์ เสนอเป็นเจ้าภาพร่วม "ชาติอาเซียน"อาจจะดูเป็นรอง แต่นับว่าเป็นความกล้าหาญของอาเซียน ที่จะเสนอตัวเข้าแข่ง ... ได้ไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง

ประการสำคัญ การผลักดันเรื่องนี้มาอยู่ในช่วงเวลาที่ไทยเป็นประธานอาเซียน พลอยทำให้บรรยากาศการเมืองไทยที่ขลุกๆ ขลักๆ กลับคึกคักขึ้น เรตติ้งรัฐบาลก็ได้ด้วย... จากนี้ถ้าอาเซียนมีมติร่วมกัน ก็จะนำไปสู่กระบวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกต่อไปอย่างเป็นทางการอีกที
ทักษิณ ชินวัตร
"วันนี้ผู้นำทั้งหลายได้สนับสนุนให้อาเซียนร่วมมือกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบอลโลก หรือ ฟีฟาเวิลด์คัพ ในปี 2034 ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนอาเซียนทุกคน สนับสนุนสมาคมฟุตบอลในแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อบรรลุฝันนี้ด้วยกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในการแถลงข่าว

ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ ใครจะไปรู้ หาก 15 ปีข้างหน้า ปี 2034 จับพลัดจับผลู อาเซียนได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกขึ้นมา ทีมชาติไทย หรือทีมชาติอาเซียน ประเทศอื่นได้เข้าร่วมฟุตบอลโลก แน่นอนว่า คนจะจดจำ "ลุงตู่" ไปอีกนาน

ขณะที่ลุงตู่โกอินเตอร์ โกยเรตติ้งจะพาอาเซียนไปฟุตบอลโลก ในอีกด้าน "อดีตนายกฯหนีคดี" ทักษิณ ชินวัตร ก็ปรากฏเป็นกระแสข่าว มีชื่อจะซื้อสโมสร ฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง ... ข่าวทักษิณ จะซื้อ"คริสตัลพาเลซ" เคยผุดขึ้นมาช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วก็เงียบหายไป ทั้งจากการปฏิเสธของประธานสโมสร และความเป็นไปได้ที่"ทักษิณ" จะหวนคืนเป็นเจ้าของทีมพรีเมียร์ลีกอังกฤษครั้งที่สอง หลังจากเคยซื้อ "แมนฯซิตี้" ทีมแชมป์ปีล่าสุดนานมาแล้วครั้งหนึ่ง

มาล่าสุด ชื่อ"ทักษิณ" พัวพันจะซื้อคริสตัลพาเลซ แข่งกับกลุ่มทุนอื่นๆ อีก 3 กลุ่ม โดย พาเลซ พร้อมพิจารณาขายสโมสร หากได้เงิน 350 ล้านปอนด์ หรือราว 14,700 ล้านบาท... แต่ดูความเป็นไปได้แล้ว วงการสื่ออังกฤษวิเคราะห์ว่า"พาเลซ" ไม่น่าจะขายให้ทักษิณ โดยมีตัวอย่างจาก"แมนฯซิตี้" เป็นบทเรียนมาแล้ว

ระหว่าง”ลุงตู่" เสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก กับ "ทักษิณ" จะซื้อ คริสตัลพาเลซ อันไหนจริงจัง และไก่กา ตอบไม่ยาก ... วัดเรตติ้งแล้วนาทีนี้ "ลุงตู่" เหนือกว่าเห็นๆ

** โพลสำรวจ "10ว่าที่รมต." ที่ถูกใจประชาชน ปรากฏว่า อดีต รมต.จาก"รัฐบาลลุงตู่" ชุดที่แล้ว ได้รับคะแนนนิยมเหนือ "นักการเมือง" ที่เพิ่งมาจากการเลือกตั้งแบบทิ้งห่าง และ เห็นว่ารัฐบาลใหม่ มีจุดแข็งที่ "ลุงตู่" มีฐานอำนาจเก่าสนับสนุน น่าจะทำงานร่วมกันได้ แต่ถ้าบ้านเมืองวุ่นวาย ไปต่อไม่ได้ ก็เสนอให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่... ไม่เอาแบบ"ยึดอำนาจ" อีกแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ช่วงนี้ "โผครม.ลุงตู่"เริ่มนิ่ง สื่อมีการเผยชื่อ หน้าตา ของว่าที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงออกมาแล้ว และคาดหวังหลังเสร็จสิ้นการประชุมอาเซียนซัมมิต คงถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ...ขณะที่โพลสำนักต่างๆ ก็สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องหน้าตาครม.ว่าคนไหนเป็นที่ถูกใจประชาชน อย่างเช่น

"สวนดุสิตโพล" ที่สำรวจในหัวข้อ "โผครม.ประยุทธ์ 2 ในสายตาประชาชน" ปรากฏว่า "10 ว่าที่รัฐมนตรี" ที่ถูกใจประชาชนนั้น อันดับ 1 กลับไม่ใช่ "ลุงตู่" แต่เป็น "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลงานด้าเศรษฐกิจ นำโด่งมาด้วยคะแนน 42.12% อันดับ 2 เป็นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย 37.58 % ส่วนอันดับ 3 เป็น "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่คราวนี้จะนั่งควบ รมว.กลาโหม ด้วยคะแนน 30.61% อันดับ 4 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคพลังประชารัฐ 26.82 % อันดับ 5 "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่นั่งเก้าอี้ รมว.มหาดไทยมา แล้ว 5 ปี คราวนี้ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยคะแนน 24.55%

ส่วนอันดับ 6 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ที่จะเป็น รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ 20.00 % อันดับ 7 "หม่อมเต่า" ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย นั่งรมว.ต่างประเทศ ด้วยคะแนน 19.09 % อันดับ 8 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ จากพรรคประชาธิปัตย์ 15.30% อันดับ 9 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม จากกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ 12.12% และอันดับ 10 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.พลังงาน จากพรรคพลังประชารัฐ เช่นกัน ได้ 11.21%

น่าสังเกตว่า ประชาชนยังคงเชื่อมั่นใน ว่าที่รัฐมนตรี ที่มาจาก"ครม.ชุดที่แล้ว" มากกว่า นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ส่วน "จุดแข็ง" ของโผครม.ในภาพรวม ที่ปรากฏ ณ วันนี้ กลุ่มตัวอย่างเห็นว่า เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำ มีฐานอำนาจเก่าสนับสนุน เป็นรัฐบาลผสมมาจากการเลือกตั้ง มีเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย และ ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองเก่า มีประสบการณ์ น่าจะทำงานร่วมกันได้

สำหรับ "จุดอ่อน" ของโผ ครม.ที่ปรากฏ ณ วันนี้ คือ ภาพของบางคนไม่เป็นที่ยอมรับ อยากได้คนที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมจริงๆ มีแต่เรื่องผลประโยชน์มากเกินไป ไม่มีเสถียรภาพ มีเสียงแตกภายในพรรค

ความคาดหวังที่ ประชาชนอยากให้ นายกฯลุงตู่ และครม.ชุดนี้ บริหารจัดการคือ ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ฟังเสียงของประชาชน บริหารงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทุกกระทรวงร่วมมือกันทำงาน ให้มีผลงานออกมาเป็นรูปธรรม พัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า แล้ว ประเมินการทำงานเป็นระยะ ถ้าไม่เหมาะสมก็ปรับเปลี่ยน
วิษณุ เครืองาม  - สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
ขณะที่ "นิด้าโพล" ได้สะท้อนความเห็นของประชาชน ในเรื่อง "3 เดือนหลังการเลือกตั้ง" ปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่ เห็นว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ มัวแต่ต่อสู้กันเพื่อแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี ส.ส.บางคนก็หายหน้าไปเลย และ ส.ส.ส่วนใหญ่ยังคงแสดงบทบาททางการเมืองแบบเดิมๆ อย่างเช่น ด่ากันไปมา และชอบอ้างว่าทำเพื่อประชาชน

นอกจากนี้ยังมองว่า ส.ส.จากพรรคที่จะเป็นรัฐบาล เอาแต่จับกลุ่ม ต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่ ส.ส.จากพรรคที่จะเป็นฝ่ายค้าน ก็พยายาม"ปั้นวาทกรรม" เพื่อล้มฝ่ายตรงข้าม ... จะมีเปอร์เซนต์ส่วนน้อย ที่ประชาชนเห็นว่า ส.ส.ที่เลือกไปนั้น ขยันลงพื้นที่ พบประชาชน หรือมีความกระตือรือร้นในการทำงานเพื่อประชาชน

ส่วน"ซูเปอร์โพล" สำรวจในหัวข้อ "สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น" จากสถานการณ์การเมือง และนักการเมืองในขณะนี้ ปรากฏว่า สิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญมาที่สุดคือ อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย ด้วยคะแนนถึง ร้อยละ 57.0 รองลงมา ก็อยากเห็นคนดีปกครองบ้านเมือง อยากเห็นคนไทยมีงานทำ ทักษะดี รายได้ดี อยากเห็นคนไทยมีวินัย อยากเห็นคนไทยมีทัศนคติที่ดีต่อกัน รักกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลมีน้ำใจต่อกัน

แต่ถ้าบ้านเมืองวุ่นวาย เดินต่อไปไม่ได้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.0 บอกให้ "ยุบสภา" เลือกตั้งใหม่ มีเพียงร้อยละ 7.7 ที่เลือก ยึดอำนาจ และ อีกร้อยละ 5.3 บอกใหนายกฯ ลาออก เปลี่ยนรัฐบาลใหม่


ผลจากโพลชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อ อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย อยากเห็นคนดีปกครองบ้านเมือง คนไทยมีงานทำ มีรายได้ดี อยากให้คนไทยมีทัศนคติที่ดีต่อกัน ช่วยกันปกป้องผลประโยชน์ชาติ แต่ถ้าบ้านเมืองยังคงวุ่นวาย เดินต่อไม่ได้ ก็ขอให้ ยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ และไม่ยอมรับการยึดอำนาจอีกแล้ว .



กำลังโหลดความคิดเห็น...