xs
xsm
sm
md
lg

พิรุธ! ถนนยางพาราซีเมนต์ถึงมือ “บิ๊กตู่” แล้ว “กฤษฎา” สั่งดูข้อเท็จจริงทุกขั้นตอน มท.เวียนท้องถิ่น 9 ข้อ ระวังทุจริต ล้อมคอก 1 หมู่บ้าน 1 กม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พิรุธ! โครงการจัดสร้างถนนยางพาราผสมซีเมนต์ ถึงมือ “บิ๊กตู่” แล้ว “กฤษฎา” สั่งปลัดเกษตรฯ-กยท.รวบรวมข้อเท็จจริงทุกขั้นตอน เน้นการซื้อขายน้ำยาเคมี ปริมาณนำมาใช้ในโครงการส่วนราชการไหนบ้าง ด้าน ป.ป.ท.-มหาดไทย เวียนหนังสือ 9 ข้อ แจ้ง อปท.ทั่วประเทศ ระวัง! ความเสี่ยงทุจริต ล้อมคอกสร้างถนนยางพารา "1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร" ทั่วประเทศตามนโยบายรัฐ เผย "อบจ.ใหญ่ภาคอีสาน" เพิ่งสั่งยกเลิกใช้เงินสะสม 240 ล้าน ผุด 53 โครงการถนนยางพาราผสมซีเมนต์ หลังภาคปปช.พบพิรุธ

วันนี้ (21 มิ.ย.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า กรณี วานนี้ (20 มิ.ย.) มีแกนนำเกษตรกรและตัวแทนผู้ประกอบการยางพารา 15 ราย เข้ายื่นหนังสือลับเฉพาะและด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (สายด่วน1111) เนื่องจากตรวจพบข้อพิรุธและข้อสงสัยสำหรับ “โครงการจัดสร้างถนนยางพาราดินซีเมนต์” ทั่วประเทศ วงเงินงบประมาณของรัฐกว่าพันล้านบาท โดยข้อมูลการร้องเรียนถึงมือนายกรัฐมนตรีแล้ว

ล่าสุด นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดเกษตรและสหกรณ์ และนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ให้รวบรวมข้อเท็จจริงและกฎหมายเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการรับรองผู้ประกอบการขายส่วนผสมน้ำยาเคมีกับนำยางพาราเพื่อใช้ใน “โครงการถนนพาราซอยซีเมนต์” ว่ามีขั้นตอนการพิจารณาอย่างไร ใครเป็นคณะกรรมการออกใบรับรองบ้าง ขณะนี้ออกใบรับรองไปแล้วกี่บริษัทและค้างการพิจารณาอีกกี่บริษัท

“รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ที่ประชาชนหรือผู้สนใจควรรู้รับทราบเพื่อแสดงให้เห็นว่ากระทรวงเกษตรฯ และกยท.มีขั้นตอนการทำงานที่โปร่งใสพร้อมรับการตรวจสอบได้ไม่หวั่นไหวต่อปัญหาและอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น อนึ่ง ขอให้รายงานต่อประชาชนด้วยว่า ขณะนี้มีการขายน้ำยาเคมีและนำมาใช้ในโครงการแล้วเท่าไหร่ เป็นงบประมาณของส่วนราชการไหน อย่างไร” รายงานข่าวระบุ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ร่วมประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติงานในการดำเนินงานการสร้างถนนภายใต้โครงการ “1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร” ร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการดำเนินงานภายใต้โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ด้วยมาตรการสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพาราในการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ (Para Soil Cement)

การหารือครั้งนั้นมีการสำรวจการกำหนดคุณลักษณะ (TOR) การกำหนดแบบมาตรฐานการก่อสร้างการควบคุมคุณภาพ และการตรวจสอบกระบวนการจัดหาน้ำยาง การพิจารณาผู้ผลิตน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่ม รวมถึงบริษัทผู้ผลิตน้ำยางสำหรับใช้ในงานทำถนนยางพาราซอยด์ซีเมนต์

ล่าสุดเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย มีบันทึกข้อความจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจรติ (สปท.) กระทรวงมหาดไทย ถึง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายหลังมีการประชุมประเมินวิเคราะห์ความเสี่ยงการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนงาน/ขั้นตอนของโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร เมื่อเดือนมี.ค.

“มหาดไทย และ ป.ป.ท.ได้จัดทำแบบประเมินความเสี่ยงภายใต้โครงการนี้ ในการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางพารา สำหรับถนนท้องถิ่น โดยแผนดังกล่าวให้แจ้ง อปท.เพื่อเป็นแนวทางป้องกันความเสี่ยงการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งรายงานให้กระทรวงมหาดไทย รับทราบภายในเดืนอ มิ.ย.นี้ ก่อนรายงานผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริต (ศอตช.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับทราบต่อไป”

ขณะที่นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แจ้งเวียนคู่มือ ถึง อปท.ทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ขั้นตอนที่มีความเสี่ยงการทุจริตเนื่องจากเป็นนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เป็นคู่มือป้องกันความเสี่ยงการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้น ประกอบด้วย

ขั้นตอนที่มีความเสี่ยงการทุจริต

1.การจัดทำโครงการ
- พื้นที่ก่อสร้างไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ อปท.(เขตป่าสงวนแห่งชาติ)
- อบจ.ต้องประสานแผนกับเทศบาลและ อบต. เพื่อกำหนดโครงการไว้ในแผนพัฒนา อบจ.
- การสำรวจพื้นที่ก่อนดำเนินการช่างผู้ทำการสำรวจพื้นที่ก่อนดำเนินการช่างผู้ทำการสำรวจไม่ออกสำรวจพื้นที่จริง โดยใช้วิธีการประมาณการโดยการคาดคะเนเมื่อมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานตรวจสอบภายหลังการดำเนินการพบว่ามีการคำนวณราคากลางไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหายและเจ้าหน้าที่ต้องมีความรับผิดทางแพ่งอาญา และวินัย
- ต้องการใช้งบประมาณโดยไม่มีความจำเป็นในการก่อสร้าง
- การทำ TOR ไม่ครอบคลุมทุกรายละเอียดของงาน เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่และท้องถิ่นไม่เคยมีประสบการณ์ในงานเรื่องนี้มาก่อนควรจัดทำ TOR กลางให้ครบถ้วนสมบูรณ์และครอบคลุมวิธีการทางเทคนิคในการก่อสร้างเพื่อเป็นต้นแบบในการควบคุมรายละเอียดงานจ้าง

แนวทาง/มาตรการป้องกัน
- อปท.ตรวจสอบก่อนดำเนินการ
- อปท.ปฎิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548
- กำชับให้เจ้าหน้าที่ต้องสำรวจสภาพพื้นที่จริงก่อนดำเนินการหากปฎิบัติตามให้ดำเนินการทางวินัย

ข้อสังเกต
1. วิธีการได้มาซึ่งวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการก่อสร้างถนนยังไม่มีมาตรฐานรองรับและไม่เป็นที่เปิดเผยอาจทำให้เกิดการผูกขาดทางการค้า
2. มาตรฐานการก่อสร้างยังไม่เป็นที่ยอมรับและยังไม่ผ่านการทดสอบการใช้งานว่ามีความคุ้มค่ากับเม็ดเงินงบประมาณที่ก่อสร้างไปหรือไม่
3. เทคนิคและวิธีการในการก่อสร้างซึ่งเป็นเรื่องใหม่ช่างหรือผู้รับเหมาในท้องถิ่นยังขาดความรู้และประสบการณ์ซึ่งจะทำให้งานเกิดความผิดพลาดได้ง่าย
4. ผู้ควบคุมงานยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการก่อสร้างเพียงพอและมีโอกาสถูกตรวจสอบหรือดำเนินคดีโดยไม่จำเป็น
5. ในระหว่างก่อสร้างผู้ควบคุมงานและผู้ดำเนินงานก่อสร้างไม่สามารถทราบได้เลยว่าถนนที่กำลังก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่จะทราบได้ก็ต่อเมื่อส่งตัวอย่างเข้าห้องปฎิบัติการแล้ว (LAB) ดังนั้นการใช้จ่ายงบประมาณก่อสร้างจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หากจะต้องมีการรื้อสร้างใหม่หรือถนนพังเสียหายในเวลารวดเร็ว
6. ถ้าจำเป็นต้องดำเนินการควรมีการบูรณาการจากหลายฝ่าย เช่น ขอให้กรมทางหลวงเป็นที่ปรึกษาโครงการฯการติดตาม เป็นต้น
7. การดำเนินงานโครงการดังกล่าวมีลักษณะสุ่มเสี่ยงในประเด็นเกี่ยวกับทุจริตเชิงนโยบายสมควรให้เชิญสำนักงาน ป.ป.ช.เข้าร่วมพิจารณาด้วย

2. การขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม
- เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสะสมอย่างเคร่งครัด
- ขณะที่ขอมติสภาเจ้าหน้าที่ไม่ชี้แจงรายละเอียดในการดำเนินการโครงการอย่างชัดเจน เป็นเหตุให้สภาท้องถิ่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริง
- ไม่มีการทบทวน ปรับแผน อปท.ก่อนเพื่อใช้งบประมาณเหลือจ่ายหรือปรับโครงการที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อนำงบประมาณมาจัดทำโครงการถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติก่อนโดยไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม
- การที่ มท.ยกเว้นหลักเกณฑ์ให้ อปท.ไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนปกติในการขอใช้เงินสะสมเป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตได้ ดังนั้น การกำกับดูแล การใช้เงินงบประมาณในลักษณะนี้ควรมีแนวทางที่รอบคอบและรัดกุม

แนวทาง/มาตรการป้องกัน
- ต้องแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนป้องกันการตีความ
- ให้ อปท.ปฏิบัติตามแนวทางใช้จ่ายเงินสะสมอย่างเคร่งครัด

3. การออกแบบ
- การออกแบบและคำนวณราคากลางอาจไม่สอดคล้องกับสภาพทางภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น
- หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการอาจนำไปสู่การใช้ดุลยพินิจเพื่อให้เจ้าหน้าที่อาจเรียกรับเพื่อให้ผ่านหลักเกณฑ์
- การออกข้อกำหนดน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มอาจมีการผูกขาดโดยใช้หลักเกณฑ์มาตรฐาน ISO 9001-2015 มารับรองเหมือนเป็นการกำหนดคุณสมบัติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ขายบางราย

แนวทาง/มาตรการป้องกัน
- ต้องมีมาตรการในการควบคุมและให้ความรู้ในการก่อสร้างกับท้องถิ่นที่จะดำเนินการก่อสร้าง

4. การควบคุมวัสดุ
- อาจมีการนำวัสดุจากที่อื่นมาตรวจเพื่อให้ผ่านการทดสอบ
- วัสดุอาจไม่ได้คุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
- ที่มาของวัสดุสำคัญที่ไม่เป็ดเผย และมีลักษณะผูกขาด

5. การก่อสร้าง
- งานทำเอง (บุคลากร+เครื่องมือ+วัสดุ) ตามระเบียบพัสดุ
- ราคาวัสดุอาจมีราคาสูงเกินความเป็นจริง

งานจ้างเหมา
- การประมาณการค่าใข้จ่ายอาจสูงเกินความเป็นจริง

การตรวจรับวัสดุ ตรวจอะไรบ้าง
- การซื้อนํ้ายางใบรองรอง/ใบกำกับ+คุณสมบัติของนํ้ายาง

การก่อสร้าง
- อัตราของส่วนผสมอาจไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
- ขณะก่อสร้างอาจมีการเลือกเก็บตัวอย่างเฉพาะจุดที่สมบุรณ์เพื่อนำไปทดสอบให้ผ่าน

แนวทาง/มาตรการป้องกัน
- ข้อกำหนด/การปฏิบัติงานที่ชัดเจน
- อบรมให้ความรู้ทางเทคนิควิศวกรรมให้แก่ จนท.ผู้ปฏิบัติงาน
- มีหน่วยงานกลางในการตรวจสอบคุณภาพของถนน

6. ขออนุมัติใข้เงิน สะสม/จ่ายขาดเงินสะสมของ อปท.
- การกำหนดราคาวัสดุที่ใข้ในการก่อสร้างไม่มี ราคากลางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องใข้ดุลยพินิจ ตามสภาพของสถานที่ก่อสร้าง

7. ขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง
- การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง และประกาศเผยแพร่ต่อสาธารณะ
- การกำหนดขอบเขต TOR ไม่มีการระบุ เรื่องการ ประกันการขำรุดและบกพร่อง อายุการใข้งาน ของถนนซึ่งต้องมีระยะเวลาการประกันอย่าง น้อย 2 ปี
- การกำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาที่ไม่สามารถ ทำงานได้

8. การกำกับควบคุมงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและการตรวจรับงาน
- การกำหนดควบคุมคุณภาพและการรับรอง มาตรฐานเฉพาะเจาะจง
- การรับรองมาตรฐานโดยการขอรับใบอนุญาตตรวจอาจไม่เป็นไปตามคู่มือ/ดึงหรือถ่วงเวลา/ สร้างเงื่อนไข
- การรับรองผลมาตรฐาน มีการรับรองข้อมูลที่เป็นเท็จ (ไม่มีการ Recheck Cross check)
- การควบคุมงาน ข่างผู้ควบคุมงานไม่ตั้งใจปฏิบัติ หน้าที่ราชการให้บังเกิดผลดี ไม่อุตสาหะ เป็น เหตุให้ผู้รับจ้างบางรายอาศัยโอกาสในการลด ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ลดคุณภาพวัสดุ หรือ เปลี่ยนแปลงวัสดุโดยมีวัตถุประสงค์ลดต้นทุนลง และลดปริมาณงานลงเป็นเหตุให้ราซการไต้รับ ความเสียหาย
- ช่างผู้ควบคุมงาน ไม่แจ้งแผนการดำเนินการ ให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้างทราบจึงเป็นเหตุให้กรรมการตรวจการจ้างไม่พบข้อบกพร่อง ในขณะก่อสร้าง แต่ต้องไปรับผลงานการ บกพร่องหลังจากที่หน่วยตรวจสอบเข้าตรวจ
- ช่างผู้ควบคุมงานไม่รายงานผลการควบคุมงาน ประจำวันให้เป็นนิจจุบัน ทำให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างไม่ทราบว่าปริมาณงานในแต่ละวัน อะไรบ้างที่ได้ดำเนินการก่อสร้างจริง
- การตรวจรับงานของคณะกรรมการ มีการเสนอ ผลประโยขนํ/ทำให้งานไม่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
- มีการรับรองผลการทดสอบเป็นเท็จ เพื่อนำข้อมูลมาเบิกเงิน
- มีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ใช้ในการก่อสร้างโดย อ้างความจำเป็น ความเหมาะสมโดยไม่สามารถ ตรวจสอบไต้
- มีการกำหนดราคาก่อสร้างวัสดุไม่สอดคล้องกับ เนื้องาน BOQ (สูงเกินจริง)
- คณะกรรมการตรวจรับงานสร้างเงื่อนไขไม่ตรวจรับงานโดยหวังประโยชน์ในการเรียกรับ

9. ถนนชำรุดหลังจากมีการตรวจรับแล้วเนื่องจากมีปริมาณจราจรเกินกว่า 500 คัน/วัน และ รถบรรทุกผลผลิตทางการเกษตรที่บรรทุกนํ้าเกินวิ่ง ผ่านเป็นประจำ

แนวทาง/มาตรการป้องกัน
- อปท.ติดป้ายเพื่อประชาสัมพันธ์ปริมาณการรองรับการจราจรของถนน

มีรายงานด้วยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายต่อต้านการทุจริตภาคประชาชนจังหวัดใหญ่แห่งหนึ่ง ได้ทำหนังสือถึง สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัด เพื่อให้ตรวจสอบอบจ.ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรณีมีแผนนำเงินสะสม อบจ.จำนวน 440 ล้านบาท มาใช้ในการทำโครงการถนนยางพาราผสมซีเมนต์ จำนวน 240 ล้านบาท ภายหลังจากที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กำหนดนโยบายให้ อปท.สามารถนำเงินสะสมของอปท.ออกมาใช้จ่ายในกรณีการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้ โดยเฉพาะการทำถนนที่กำหนดให้ใช้ส่วนผสมของยางพารา

ต่อมาโครงการดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความเร่งรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ ทั้งที่ สถ.ระบุว่ายังสามารถดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเรื่องยางพาราได้ แต่ต้องใช้วิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร อบจ.แห่งนั้นได้ประกาศยกเลิกโครงการทำถนนที่กำหนดให้ใช้ส่วนผสมของยางพารา จำนวน 53 โครงการ โดยให้เหตุผลว่า ได้ตรวจสอบรายละเอียดของแผนงานและโครงการพบว่า มีบางรายการที่มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนหากดำเนินการทางพัสดุต่อไป อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการในด้านของการดำเนินการทางพัสดุ และประกอบกับได้มีการเสนอญัตติต่อสภาเพื่อขอแก้ไขรายละเอียดโครงการเพื่อประโยชน์ของทางราชการแล้ว