xs
xsm
sm
md
lg

เปลือยตัวตนล่อนจ้อน ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ จะไปต่อแบบไหน !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




จะเรียกว่ากรรมในอดีตามมาหลอกหลอนพวกเขาในแบบ "ไม่คาดคิด" จนทำให้ตั้งตัวไม่ทัน ลักษณะจึงไม่ต่างจาก "โป๊ะแตก" จนทำให้ต้องแก้ตัว หรือตั้งรับกันพัลวัน ใช่แล้วกำลังกล่าวถึงหัวขบวนของ พรรคอนาคตใหม่ ที่มี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และล่าสุดที่กำลังมาแรงก็คือ "ช่อ" พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค

อย่างไรก็ดีจะว่าไปแล้วสำหรับใครที่เคยเห็นการเคลื่อนไหวของคนพวกนี้มานานก็คงไม่ได้แปลกใจนักกับภาพที่ถูกเปิดโปงและเผยแพร่ แชร์กันในโลกโซเชียล จนสร้างความเดือดดาล ช็อก คาดไม่ถึง หลากหลายอารมณ์ กับท่าทาง อากัปกิริยาที่แสดงออกมาแบบนั้น แม้ว่ากรณีของ พรรณิการ์ วาณิช จะเป็นภาพที่เกิดขึ้นในอดีตนานหลายปีแล้ว ตั้งแต่เพิ่งจบการศึกษามหาวิทยาลัยก็ตาม แต่อย่างหนึ่งที่สะท้อนทัศนคติ และตัวตนของเธอว่า"เป็นแบบนั้น"มาตั้งนานแล้ว

ขณะเดียวกันหากพิจารณากันรวมๆพร้อมๆกับ กรณีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ก่อนหน้านี้สังคมบาสงกลุ่มก็รับรู้กันมานานแล้วว่าเขาเป็น"นายทุน"คนสำคัญที่สนับสนุนนิตยสาร"ฟ้าเดียวกัน" ที่วิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นแบบเจาะจงไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเคลื่อนไหวในทางสังคมในมุมของพวกเขา ซึ่งไม่ต่างจาก ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ก่อนหน้านี้หลายคนจดจำได้ก็คือร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มที่เรียกว่า"นิติราษฎร์"พยายามผลักดันให้ยกเลิกหรือแก้ไข"มาตรา112"ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเดินสายอภิปรายทางวิชาการ หรือใช้สื่อโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯอย่างเผ็ดร้อน

อย่างไรก็ดีการเคลื่อนไหวและการแสดงออกดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้าที่พวกเขาจะหันเหเข้ามาสู่วงการเมืองโดยตรง ยังไม่ได้เป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติอย่างทุกวันนี้ แต่ก็อย่างว่าแหละบางทีการการวิพากษ์วิจารณ์อยู่วงนอกมันมันปาก อาจดูเท่ ดูเก๋ เข้าใจว่านั่นเป็น"วิถีคนรุ่นใหม่" ส่วนคนอื่นที่ถูกวิจารณ์อาจมองว่าเป็นพวกอนุรักษ์นิยม ล้าสมัย อะไรประมาณนี้

ขณะเดียวกันการอยู่วงนอก สถานะมันต่างกันกับในปัจจุบันนี้ที่ตัวเองกระโดดลงมาสู่สนามการเมือง เป็นนักการเมืองเต็มตัว เป็น ส.ส. ทุกอย่างย่อมตรงกันข้าม กลายมาเป็น"ต้องถูกตรวจสอบ"อย่างละเอียด ไม่ต่างจากการเป็นเป้าถูกตรวจสอบเหมือนกับ"การถูกแก้ผ้ากลางตลาด" ใฝฝ้า ทั้งนอกในร่มผ้าจะถูกเปิดออกดูให้เห็นกันหมด

และที่สำคัญสิ่งที่เห็นในวันนี้ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาเคยกระทำมาก่อนด้วยตัวเองทั้งสิ้น และปฏิเสธไม่ได้ก็คือในเมื่อพวกเขาเติบโตมากับโลกโซเชียล แต่อีกด้านหนึ่งในวันนี้หลักฐานที่ถูกขุดคุ้ยเปิดเผยให้เห็นตัวตนแท้จริงในวันนี้ก็กำลังแพร่กระจายในโลกโซเชียลกลับย้อนไปหาพวกเขานั่นแหละ

อย่างไรก็ดีเวลานี้สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ และด้วยพฤติกรรมที่"เล่นใหญ่"เกินตัวดังกล่าวในอดีตล้วนกลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อพวกเขาและกับพรรคอนาคตใหม่โดยรวมอย่างที่ตั้งตัวไม่ติด อย่างน้อยในกรณีทัศนคติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ย่อมทำให้อยู่ไม่เป็นสุข เพราะสังคมตั้งคำถาม เกิดแรงกดดันเข้ามาอย่างมหาศาลแบบที่ไม่เคยพบมาก่อนก็แล้วกัน

แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งเมื่อพิจารณาจากท่าทีล่าสุดของคนพวกนี้ยังออกมาในเชิงที่ไม่แคร์ ยังมั่นใจในกระแสโซเชียล อย่างที่ พรรณิการ์ วาณิช แย้มให้ได้ยินในทำนองว่า "เรามีโชเชียลเป็นเครื่องมือ แพ้ชนะตัดสินกันที่ว่าใครสามารถใช้เครื่องมือชนิดนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดได้มากกว่ากัน" ในความหมายก็คือจะสู้ต่อโดยจะปลุกความคิดของคนในสังคมผ่านทางสื่อโซเชียลนั่นแหละ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว

แต่สิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือนาทีนี้พวกเขาได้เผยตัวตนออกมาให้สังคมภายนอกได้เห็นตัวตนชนิดที่เรียกว่า"เปลือยล่อนจ้อน"แล้ว ก็อาจจะเป็นได้ตามศัพท์แสงของฝ่ายซ้ายยุคก่อนที่เรียกว่ายังมี"สหายร่วมแนว"ร่วมเสี่ยงกันต่อไป แต่นั่นก็คงเหลือจำนวนที่ลดลงกว่าเดิม เพราะเชื่อว่าคนที่เคยรักและเคารพสถาบันฯแต่ไม่เคยรู้ที่มาที่ไปของคนทั้งสามคนนี้มาก่อนอาจเคยหลงนิยมชมชอบ แต่นับจากนี้ไปเชื่อคงมีหลายคนที่ถอยห่าง ไม่กล้าเข้าไกล้ ดังนั้นในมุมที่ส่งสัญญาณกลับมาว่าจะ"ไปต่อ"นั้นจะไปแบบไหนกันแน่ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...