xs
xsm
sm
md
lg

"เชาว์" ชู "มาร์ค" ต้นแบบนักการเมือง หวังสังคมได้สติ เลิกสุดโต่งกลับสู่เหตุผล

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อดีตรองโฆษกปชป. ยังคงชื่นชม "อภิสิทธิ์" ชูต้นแบบนักการเมืองลาออกส.ส. ยึดสัญญาประชาคม เหนือมติพรรค-ประโยชน์การเมือง หวัง สังคมได้สติ เลิกสุดโต่งกลับสู่เหตุผล นำชาติคืนสู่ความสงบ ชี้ปชป.สูญเสียโอกาสสร้างพื้นที่เล็กๆโตเป็นปชต.สายหลัก

วันนี้ (5มิ.ย.) นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊ก ชื่นชม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นต้นแบบของนักการเมือง โดยชี้ว่าการลาออกจากสส.ของนายอภิสิทธิ์ เพื่อรักษาสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน จะเป็นจุดเริ่มต้นให้สังคมตระหนักถึงเส้นทางที่นายอภิสิทธิ์ พยายามนำเสนอกับสังคมไทย เพื่อให้หลุดพ้นจากอารมณ์สุดขั้วระหว่างเกลียดเผด็จการกับกลัวทักษิณ คืนความเป็นปกติสุขให้กับสังคมไทย ภายใต้ชื่อบทความ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้นแบบของนักการเมือง" มีเนื้อหาระบุว่า คำประกาศลาออกจากส.สของอดีตนายกอภิสิทธิ์ เพื่อรักษาสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน ไม่ฝืนทนโหวตเลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมติพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะสังคมไทยกำลังขาดแคลนนักการเมืองคุณภาพ ที่ยึดมั่นอุดมการณ์และจริยธรรมทางการเมืองเป็นที่ตั้ง

นายเชาว์ มองว่า สิ่งที่อดีตนายกอภิสิทธิ์ทำ พิสูจน์ให้สังคมไทยเห็นอีกครั้งว่า นักการเมืองที่ดีมีอยู่จริง นักการเมืองที่ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัว คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนรวมมีอยู่จริง นักการเมืองที่ยึดอุดมการณ์ รักษาสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับประชาชนมีอยู่จริง แม้สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ อาจทำให้สังคมไทยยังมองภาพที่อดีตนายกอภิสิทธิ์ พยายามชี้ไม่ชัดเจน แต่ผมเชื่อว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้คนไทยจะประจักษ์ด้วยตัวเองว่า สิ่งที่อดีตนายกอภิสิทธิ์ ชี้ให้เห็นถึงการทำทุกวิถีทางทั้งอำนาจเงิน อำนาจรัฐ แทรกซึมสื่อมวลชน และทำลายองค์กรอิสระ เพื่อสืบทอดอำนาจ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 2548 ในวันที่ท่านยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ ได้ย้อนกลับมาเกิดอีกครั้งในยุคของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นพฤติกรรมของการต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้วกลับทำเหมือนกันทุกประการ

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุด้วยว่า สังคมไทยจะได้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า การสร้างพื้นที่การเมืองใหม่ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ ด้วยการมีฝ่ายทำหน้าที่เป็นฝ่ายที่ 3 ที่เป็นกลาง พร้อมตรวจสอบรัฐบาล ถ่วงดุลย์การใช้อำนาจที่เกินขอบเขตมีความจำเป็น และพรรคประชาธิปัตย์จะได้ตระหนักว่า เส้นทางเล็ก ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้เติบโตไปเป็นทางสายหลักของประชาธิปไตย คือความสูญเสียที่พรรคมิอาจเรียกคืนได้แล้ว สังคมไทยจะเห็นชัดเจนขึ้นว่า เราได้สูญเสียโอกาสที่จะทำให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากการถูกบีบบังคับด้วยการเลือกข้างด้วยอารมณ์ ด้วยความเกลียดเผด็จการ หรือด้วยความกลัวทักษิณ ตั้งสติตัวเองกลับมา ยืนหยัดบนเหตุผลเพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากความสุดโต่งที่กำลังกัดเซาะบ่อนทำลายสังคมอย่างน่ากลัวอยู่ในขณะนี้

“อดีตนายกอภิสิทธิ์ คือต้นแบบของนักการเมืองที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยได้อย่างไม่มีที่ติ ยึดสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน เหนือมติพรรคและผลประโยชน์ทางการเมือง การลาออกจากสส.เพื่อรักษาเกียรติภูมิของตัวเองในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทำหนึ่งในบาปใน 7 ประการตามความหมายของมหาตมะคานธี คือ ไม่ทำการเมืองโดยปราศจากหลักการ นี่คือสิ่งที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องยึดถือไปปฏิบัติ ผมเชื่อว่าการลาออกจากส.ส.ของอดีตนายกอภิสิทธิ์ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดเส้นทางใหม่ให้การเมืองไทยมีทางเลือกเพิ่มขึ้น ที่จะนำประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ นำชาติกลับสู่ความเป็นปกติสุขอีกครั้ง นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น...