xs
xsm
sm
md
lg

ไม่รู้จะดีใจหรือร้องไห้แทน “ลุงตู่” เมื่อดาวโซเซียลฯ “เต้-มงคลกิตติ์” อาสาเป็นองครักษ์พิทักษ์ลุง ** นิด้าโพลตีแสกหน้าประชาธิปัตย์ ระบุแพ้เลือกตั้งเพราะคนเบื่อวิธีการดำเนินงานทางการเมือง คนในพรรคพูดเก่งอย่างเดียว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - ราเมศ รัตนะเชวง
ข่าวปนคน คนปนข่าว



หัวร่อมิออก ร่ำไห้มิได้ ไม่รู้จะดีใจหรือร้องไห้แทน “ลุงตู่” เมื่อดาวโซเซียลฯ “เต้-มงคลกิตติ์” อาสาเป็น “องครักษ์พิทักษ์ลุง” ชนดาวสภาฝ่ายขั้วเพื่อไทย ในศึกวันโหวตเลือกนายกฯ

วันที่ 5 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ รัฐสภาจะประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ว่ากันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นเหยื่ออันโอชะของนักการเมืองระดับ “ดาวสภา” ของฝั่งตรงข้ามแน่นอน ... เห็นได้จากวันก่อน พรรคการเมืองหลายพรรค ฝั่งขั้วพรรคเพื่อไทย แต่ละพรรคเรียกประชุม ส.ส.ดาวสภา เพื่อเตรียมแผนอภิปรายรับน้อง “ลุงตู่” ในวันโหวตเลือกนายกฯ แบบจัดหนัก ให้สมกับมีเวทีให้ระบายออกแล้ว

แผนรับน้อง “ลุงตู่” ไม่มีอะไรซับซ้อนเชื่อกันว่า แค่ดาวสภาทั้งหลายเปิดประเด็น และรับลูกกันโดยพยายามอภิปรายให้ผู้ที่จะได้รับการโหวตแสดงวิสัยทัศน์ว่า “ตัวเองเหมาะสมอย่างไร” กับตำแหน่งนายกฯ ... เกมนี้เชื่อกันว่าจะสร้างความปั่นป่วนให้กับขั้วของพลังประชารัฐ และพันธมิตรอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะที่ผ่านมา “ลุงตู่” ปฏิเสธที่จะแสดงวิสัยทัศน์ หรือขึ้นเวทีดีเบต แม้แต่ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ก็ไม่เอา

ขั้วเพื่อไทยรู้จุดอ่อนนี้ของ “ลุงตู่” และเป็นเรื่องไฟต์บังคับที่ ส.ส.ทั้งหลายจะขออภิปรายก่อนโหวตว่าคนจะมาเป็นนายกฯ ต้องมีวิชัน หากไม่แสดงหรือ มีการคัดค้านจากพลังประชารัฐ ถามว่าทำได้หรือไม่ เพราะมีเสียงมากกว่า คำตอบคือ “ได้” ลุงตู่ไม่ต้องโดนเชือด แต่หมากของเพื่อไทย ก็วางไว้อีกขั้น นั่นคือ “ความไม่สง่างาม” ของนายกฯ คนใหม่

ส.ส.เพื่อไทย ที่ถูกวางตัวให้อภิปราย มีตั้งแต่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ และนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เป็นต้น คนเหล่านี้พร้อม มีทั้งประสบการณ์ ความแม่นยำของกฎข้อบังคับต่างๆ และเจนเวที ... ขณะที่ฝ่ายพลังประชารัฐ และพรรคร่วม น่าเป็นห่วงด้านตัวประกบ ดังจะเห็นจากผลงานการประลองกำลังตอนเลือกประธานสภาฯ มาครั้งหนึ่ง เห็นแล้วได้แต่บอกว่า “ชั้นเชิงยังไม่เข้าตา”

ความเป็นเอกภาพ และจับมือกันหลวมๆ กับประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ที่ยังตกลงกันไม่ได้ เรื่องร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็เป็นเงื่อนไขที่ พลังประชารัฐจะขาดตัวช่วย ... โอกาสที่ “ลุงตู่” จะถูกยำเละในสภาเป็นไปได้สูง หากขาดองครักษ์พิทักษ์ หรือตัวประกบ ที่ระดับดาวสภาเช่นเดียวกับฝ่ายตรงข้าม ...ตอนนี้เห็นมีรายเดียวที่ขันอาสา “เต้” นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่โด่งดังในโลกโซเซียลฯ ให้ได้ล้อกันขำๆ สบถกันไปเกี่ยวกับพฤติกรรมสมัยวัยรุ่น

“มงคลกิตติ์” โพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงในเฟซบุ๊กมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พร้อมระบุข้อความว่า “5 มิ.ย. 62 ทราบข่าวว่า 7 พรรคฝ่ายโน้น จัดดาวสภาเจนสนามมารับน้องกับ “บิ๊กตู่” เต็มพิกัด ซัดเต็มที่ ดังนั้นไม่ได้การละ ... ศึกในเอาไว้ก่อน ผม “มงคลกิตติ์” ขออาสาเป็นองครักษ์พิทักษ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี รอบ 2 ในสภา เพื่อเปิดสวิตช์เดินหน้าประเทศไทยก่อน ให้รบชนะศึกนี้ไปก่อนแล้วค่อยคุยกัน เอาส่วนรวมมาก่อน ปล : ขอเวลาเตรียมข้อทุจริตรายบุคคลนิด”

งานนี้ไม่รู้ว่า “มงคลกิตติ์” อาสาอย่างนี้ ลุงตู่และพลังประชารัฐ ควรจะดีใจหรือร้องไห้ดี หรือทั้งสองอย่างเข้าทำนอง “หัวร่อมิออก ร่ำไห้ไม่ได้”

จะช่วยปกป้อง หรือเรียกแขกซ้ำ เดี๋ยวได้รู้

** นิด้าโพล ตีแสกหน้าประชาธิปัตย์ ระบุ แพ้เลือกตั้งเพราะคนเบื่อ วิธีการดำเนินงานทางการเมือง คนในพรรคพูดเก่งอย่างเดียว ปฏิบัติไม่เป็น พรรคแตกแยก ทำให้การตัดสินใจจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลล่าช้า ... คอการเมืองจำนวนไม่น้อยที่เห็นผลโพลแล้วบอกว่า... ใช่เลย

อีกไม่กี่วันก็จะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีกันแล้ว แต่ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลให้มีเสียงข้างมากในสภา โดยมีขั้วพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ยังยืดเยื้อไร้บทสรุป คนในสังคมส่วนใหญ่มองว่า เป็นเพราะการต่อรองผลประโยชน์ในตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ยังไม่ลงตัว และก็โฟกัสไปที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่เป็นพรรคตัวแปรหลัก

"นิด้าโพล" จึงได้ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในหัวข้อ "บทเรียนและบทบาทพรรคประชาธิปัตย์" เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ โดยคำถามหลักๆ ที่ถามประชาชนกลุ่มตัวอย่าง เช่น สาเหตุที่ทำให้พรรคปชป. แพ้เลือกตั้ง และสภาพภายในพรรค รวมทั้งบทบาทของปชป.ในขณะนี้... ผลก็ปรากฏออกมาว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.83 เห็นว่า เหตุที่ ปชป.แพ้การเลือกตั้ง เมื่อ 24 มี.ค. 62 เป็นเพราะ เบื่อ ไม่ชอบ วิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคนี้ รองลงมา ร้อยละ 18.00 เห็นว่า พรรคอนาคตใหม่ แย่งฐานคะแนนเสียงไป ส่วนร้อยละ 17.05 ระบุว่า นักการเมืองส่วนใหญ่ในพรรคปชป. พูดเก่งอย่างเดียว แต่ปฏิบัติไม่เป็น , อีกร้อยละ 15.31 ระบุว่า ถูกพรรคพลังประชารัฐ แย่งฐานคะแนนเสียงไป , ร้อยละ 13.40 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ /ไม่ชอบ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค, ร้อยละ 12.85 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ /ไม่ชอบวิธีการดำเนินงานทางการเมืองของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ร้อยละ 11.66 บอกว่า กรรมการบริหารพรรค กำหนดยุทธศาสตร์การหาเสียงที่ผิดพลาด
นอกจากนี้ ร้อยละ 11.58 ระบุว่า เป็นเพราะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ, ร้อยละ 2.85 ระบุว่า ประชาชนเชื่อว่าพรรค ปชป.ไม่สามารถเอาชนะพรรคเพื่อไทยได้ จึงตัดสินใจสนับสนุนพรรคอื่นแทน, ร้อยละ 2.46 ระบุว่า พรรค ปชป.ถูกโกงการเลือกตั้ง และ ร้อยละ 6.98 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน นโยบายของพรรคไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และพรรคไม่มีผลงานที่ชัดเจน

คำถามต่อมา คือ ความรู้สึกต่อบทบาทของพรรค ปชป. ในขณะนี้พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 31.17 เห็นว่า พรรคฯ มีความแตกแยกมากเกินกว่าที่จะตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างรวดเร็ว รองลงมา ร้อยละ 21.97 เห็นว่า พรรคฯเดินเกมทางการเมือง เพื่อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีที่ต้องการ ร้อยละ 17.61 ระบุว่า พรรคฯ แค่ชอบอ้างอุดมการณ์ของพรรค, ร้อยละ 14.83 ระบุว่า พรรคฯ ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค, ร้อยละ 13.48 ระบุว่า การต่อรองทางการเมืองเป็นเรื่องปกติของทุกพรรคการเมือง, ร้อยละ 7.53 ระบุว่า พรรคไม่มีบทบาททางการเมืองที่ชัดเจน, ร้อยละ 5.08 ระบุว่า พรรคฯ เดินเกมทางการเมืองต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน, ร้อยละ 4.76 ระบุว่า พรรคฯไม่มีเจ้าของที่ครอบงำพรรค จึงต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจทางการเมือง และ ร้อยละ 1.43 ระบุว่า พรรคฯ มีความเชี่ยวชาญเกมการเมืองในสภาเป็นอย่างมาก

เมื่อผลโพลออกมาเช่นนี้ ฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม หรือคนที่รอลุ้นให้พรรค ปชป.เข้าร่วมรัฐบาล ต่างมองว่าผลการสำรวจที่ออกมา “เข้าเค้า ใกล้เคียงความจริง” บางคนถึงกับบอกว่า “ใช่เลย” แต่สำหรับ “คนประชาธิปัตย์” ต่างมองว่าผลการสำรวจครั้งนี้ “มีวาระซ่อนเร้น” ที่พุ่งเป้าโจมตีพรรค

“นายราเมศ รัตนะเชวง” โฆษกพรรค ปชป.จึงต้องออกมาชี้แจงตอบโต้ว่า แม้คนจะะเบื่อ ไม่ชอบวิธีการทางการเมืองของปชป. แต่สิ่งที่พรรคฯ ยึดถือและปฏิบัติตลอดมา คือ “ยึดหลักความซื่อสัตย์ สุจริต ต่อประชาชนและประเทศชาติ” และเชื่อว่าด้วยหลักการที่ว่านี้หากนำไปปฏิบัติอย่าจริงจัง ย่อมจะเกิดความยั่งยืนต่อประเทศ และ ยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพียงแต่เขาไม่ได้มีส่วนในการตอบผลโพลดังกล่าว เพื่อสะท้อนมุมมองอีกด้าน

ที่ผลโพลบอกว่า ร้อยละ 32.83 ไม่ชอบวิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรค ปชป. ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่มีความเห็นต่างกันได้ แต่โฆษก ปชป.กลับเคลมว่า แสดงว่าอีกร้อยละ 67.17 นั้น ชื่นชอบการดำเนินการของ ปชป. ที่มีความละเอียดรอบคอบในการคิด ยึดหลักกฎหมายของบ้านเมือง คิดนโยบายที่มุ่งหวังให้เกิดความยั่งยืน ในระยะยาว และหลายนโยบาย ที่ประชาชนที่ได้รับประโยชน์ แต่ไม่สามารถลงคะแนนเสียงเลือกปชป.ได้เลย เช่น โครงการนมโรงเรียน โครงการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา และอีกหลายโครงการ ที่ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้

ส่วนที่ ร้อยละ 6.98 ระบุว่า พรรคไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน นโยบายไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และพรรคไม่มีผลงานที่ชัดเจน นั่นแสดงว่าอีกร้อยละ 93.02 ที่เห็นต่าง คือเห็นว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนที่สุด เช่น หลักความซื่อสัตย์ สุจริต และมีการตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเป็นระบบ และผ่านกระบวนการที่ละเอียดรอบคอบ อยู่บนหลักความเป็นจริง ...เป็นการมองในมุมกลับของ ปชป. ที่คนฟังต้องมองไปที่ “สีข้าง” คนพูดจริงๆ ...

สำหรับประเด็นที่ว่า มีความแตกแยกในพรรค มากเกินกว่าที่จะตัดสินใจทางการเมืองได้อย่างรวดเร็วนั้น สำหรับคนในพรรคถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะ การเห็นต่าง ไม่ถือว่าเป็นการแตกแยก ความเห็นต่าง จะเป็นเหตุและผลที่ตกผลึก นำไปสู่สิ่งที่ดี การตัดสินใจเรื่องสำคัญที่มีผลต่อบ้านเมือง จะช้าหรือรวดเร็ว แล้วแต่กรณี แต่ถ้าสิ่งนั้นนำพาไปสู่สิ่งที่ถูกต้อง ไม่เกิดความเสียหายกับประเทศ นั่นคือคำว่า “สถาบันทางการเมือง” ที่แท้จริง

สุดท้าย โฆษก ปชป.ได้ตอกกลับ แบบเอาคืนกับ “นิด้าโพล” ว่ายังมีประเด็นที่น่าสนใจของพรรคการเมืองอื่นๆ อีกเยอะแยะที่ควรทำการศึกษา เช่น จุดยืนทางการเมืองของพรรคที่คิดถึงแต่ประโยชน์ของพวกพ้อง คิดนโยบายมาเพื่อทุจริต พรรคที่เลือกปฏิบัติกับประชาชน พรรคที่ใช้เสียงข้างมากในทางที่ผิด หรืออย่างจุดยืนของพรรคการเมืองที่ซื้อตัวนักการเมืองมาเพื่อให้มาอยู่พรรคของตนเพื่อให้มีอำนาจ ก็น่าศึกษา หัวข้อต่างๆ เหล่านี้ “นิด้าโพล” น่าจะไปสำรวจมาบ้าง จะได้เห็นมุมมองที่แตกต่าง กว้างขวาง




กำลังโหลดความคิดเห็น