xs
xsm
sm
md
lg

“ชวน” โต้ “พีระพันธุ์” พาดพิงข้างนอกก่อน ขอพูดจริงไม่ไหว้ไม่เป็นไร รับถูกทาบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“นายหัวชวน” สวน “พีระพันธุ์” จ้อเรื่องในพรรคเหตุถูกพาดพิงข้างนอกก่อน ไม่อยากทะเลาะเป็นเด็ก ขอพูดความจริง ไม่ไหว้ไม่นับถือไม่เป็นไร รับเพิ่งรู้มีชื่อลุ้นนั่งประธานสภา ปัดโทร.คุย “ประวิตร” แต่รับถูกทาบโยน หน.-กก.บห. ย้ำต้องเคารพมติพรรค



วันนี้ (23 พ.ค.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อออกมาระบุนายชวน ไม่ควรเอาเรื่องภายในมาพูดภายนอกว่า สาเหตุที่ตนให้สัมภาษณ์ข้างนอก เนื่องจากมีการออกข่าวตำหนิตนข้างนอกไม่ใช่ในพรรค ทำให้มีการขยายข่าวไปทั่วประเทศ ตนจึงต้องอธิบายให้ที่ประชุมพรรคฟังว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคก็เห็นว่าอะไรทั้งหลายควรจะอยู่ในห้องประชุม และตนไม่เห็นด้วยเพราะกรณีนี้เขาเอาเรื่องตนไปพูดข้างนอกทำให้เสียหาย จึงต้องชี้แจงเรื่องเป็นมาอย่างไร นายพีระพันธุ์ก็ปฏิเสธไม่ได้หมายถึงตน แต่ทั้งหมดเมื่ออ่านแล้วก็หมายถึงตน ตนก็พูดให้ที่ประชุมฟังอย่างนี้ถึง 2 ครั้ง เรื่องก็จบ

“ไม่อยากทะเลาะกันเหมือนเด็ก ดีที่สุดคือพูดความจริง สมมติใครไม่พอใจใครก็เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าจะไม่ยกมือไหว้ไม่นับถือกันก็ไม่เป็นไร แต่การนำไปวิจารณ์ข้างนอกในเรื่องที่ไม่จริงเป็นเรื่องเสียหาย ผมเข้าใจว่าคนที่ออกมาอาจจะไม่พอใจ ผมก็บอกว่าถ้าผมมีบารมีอาจจะทำอะไรมากกว่านี้ ที่บอกว่าผมไปแทรกแซง ขนาดที่จังหวัดตรัง ผมไม่ได้เข้าไปยุ่ง เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ไปบีบบังคับให้ใครเลือกใคร แต่ที่ผมเลือกนายจุรินทร์เพราะผมไม่มีอะไรที่จะไม่เลือกเขา ได้บอกนายกรณ์ จาติวาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าการที่นายจุรินทร์เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเป็นการถางป่าให้คนอื่นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้สะดวกขึ้น เพราะพรรคมีสภาพที่แพ้เลือกตั้งมามากมาย ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะบานปลายหรือไม่ อยู่ที่การพูดความจริงว่าเรื่องเกิดจากอะไร ส่วนตัวก็ไม่ได้มีอะไรกับนายพีระพันธุ์ แต่ที่พูดในที่ประชุมเพราะไม่อยากให้คนภายนอกมาแทรกแซงภายในพรรค

“ยืนยันว่าตลอด 72 ปี พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีคนแปลกปลอม ไม่มีอีแอบ หัวหงอก หัวขาว หัวดำ เพราะผมเป็นหัวสีเทา จึงอยากให้เข้าใจด้วย” นายชวนกล่าว

นายชวนยังกล่าวถึงกระแสข่าวจะรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แลกกับการที่พรรคจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาอย่างไร ทั้งนี้ เราเคยมีการพูดกันภายในพรรคมาก่อนหน้านี้นานแล้วว่าถ้าบังเอิญพรรคประชาธิปัตย์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกประธานสภาฯ บุคคลที่เหมาะสมที่สุด คือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีการพูดถึงตน เพราะตนเคยเป็นประธานสภาฯ มาแล้ว ซึ่งนายบัญญัติมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับตำแหน่งดังกล่าว แต่ในเมื่อนายบัญญัติปฏิเสธแล้วก็แสดงว่าเขาอาจไม่สนใจ และเราไม่ต้องพูดถึงกันอีกแล้ว ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ก็มีความแม่นยำเรื่องข้อกฎหมาย แต่นายอภิสิทธิ์คงไม่สนใจตำแหน่งนี้เช่นกัน สำหรับตนนั้นในตอนนี้มีเป้าหมายที่อยากช่วยน้องๆ ที่สอบตกในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา และช่วยผู้ที่มาเป็น ส.ส.อย่าได้สอบตกในวันข้างหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าจะยังมีการเสนอชื่อของนายชวนในการลงมติเลือกประธานสภาฯ จะรับหรือไม่ นายชวนกล่าวยืนยันว่า ไม่เคยมีการพูดถึงชื่อตน และพรรคไม่เคยมาพูดกับตนถึงเรื่องนี้เช่นกัน จึงแปลกใจหลังจากที่พรรคพวกมาบอกข่าวดังกล่าว แต่ในที่สุดก็ทราบว่าเหตุที่มีชื่อตนจะไปเป็นประธานสภาฯ นั้น มาจากการหยั่งเสียงของประชาชนส่วนหนึ่ง เมื่อถามว่าถ้าพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เสนอชื่อนายชวนเป็นประธานสภาฯ นายชวนกล่าวว่า อย่าไปตั้งสมมติฐานอะไรเลย ขอให้รอฟังว่าที่ประชุม ส.ส.ของพรรคมีความคิดเห็นกันอย่างไร

เมื่อถามว่าช่วงนี้มีการเอ่ยชื่อนายชวนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล นายชวนกล่าวว่า แม้รู้จักกันอยู่ แต่ขอย้ำว่าไม่เคยโทรศัพท์พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ส่วนที่ได้พบกันครั้งล่าสุด คือ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อย่างไรก็ตาม มีเพียงคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประวิตรที่มาพูดคุยกับตนเป็นการส่วนตัว เพื่อมาอวยพรปีใหม่ แม้จะมีคนพยายามมาทาบทาม แต่ตนบอกไปว่าขอให้เขารอมีหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก่อน ตนเป็นแค่สมาชิก 1 เสียง ไม่ใช่หัวหน้าพรรค และไม่ได้หมายความว่าตนเป็นสมาชิกที่แก่กว่าแล้วจะมีคะแนนมากกว่าคนอื่น เมื่อตนพูดไปแบบนี้ มันก็จบ ไม่มีใครมาพูดอะไรอีก

“ดังนั้น ขอยืนยันว่าความเข้าใจผิดต่างๆ ที่ออกมาไม่ใช่เรื่องจริง ผมเป็นคนพูดจริง ไม่เคยโกหก ถ้ามีใครติดต่อผม ผมก็ยอมรับว่ามีจริง มีคนทุกฝ่ายติดต่อมาหาตน เพราะรู้จักกันเป็นการส่วนตัว มีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์บ้าง ทางไลน์บ้าง แต่ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องการจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ส่วนจะมีการติดต่อกับคนอื่นหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ”

นายชวนยังกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ว่าตนไม่เคยพูดเรื่องนี้ แต่พูดเพียงว่าไม่อยากให้ภายนอก เงิน หรืออะไรก็ตามมาแทรกแซงพรรค และขอให้สมาชิกตัดสินใจไปตามครรลองประชาธิปไตย ในอดีตเขาก็เป็นอย่างนี้ เพียงแต่ในอดีตเคยร่วมและไม่ร่วม สมัยนายเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เคยเชิญพรรคไปร่วมก็ไม่ได้ร่วม แต่สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ไปร่วม สมัยรัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่พรรคเคยจะเข้าร่วม แต่เมื่อมีข่าวเรื่องบุฟเฟต์คาบิเน็ต พรรคก็ถอนตัว ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ แต่เราต้องรักษาเกียรติยศชื่อเสียงไว้ แต่เมื่อเราเห็นว่าเมื่อไปร่วมแล้ว มีการทุจริตโกงกิน พรรคจะไปสนับสนุนให้คนโกงกินไม่ได้ ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่ผ่านมา แต่หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค และส.ส.จะมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ต้องเคารพมติ ซึ่งการเคารพมติทำให้พรรคอยู่ได้ถึง 73 ปี แต่ถ้าต่างคนต่างไม่เห็นด้วย พรรคก็ไปไม่ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...