xs
xsm
sm
md
lg

ปฏิรูปนมโรงเรียน ส่อวุ่น! "มิลล์บอร์ด-ผู้ประกอบการ" ค้านเกณฑ์ใหม่ จ่อประท้วงเททิ้ง "มท."สั่งอปท.เร่งทำสัญญารับเปิดเทอม ย้ำต้องส่งทัน 23 พ.ค.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปฏิรูปนมโรงเรียน ส่อวุ่น! แม้ มท.สั่งอปท. เด็กทั่วประเทศต้องได้ดื่มนมรับเปิดเทอมใหม่ 23 พ.ค.นี้ เร่งทำสัญญารับเปิดเทอม ด้าน "มิลล์บอร์ด-ผู้ประกอบการ" อ้างหลักเกณฑ์ใหม่ ที่ ก.เกษตรฯ ดำเนินการตาม ป.ป.ช.กระทบการผลิตนมทั่วประเทศ น้ำนมดิบเหลือค้าง วันละกว่า 110 ตัน ทำ "คนเลี้ยงโคนม" ไม่มีที่จำหน่ายจ่อประท้วงเทนมทิ้ง เร็ว ๆนี้

วันนี้(22 พ.ค.) แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมส่งเสริมการปกครองสว่นท้องถิ่น (กสถ.) มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ทั่วประเทศ ให้รับทราบและดำเนินการ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน โดยเร่งรัดให้ อปท.มีการจัดส่งนมโรงเรียนให้แก่เด็กนักเรียนโดยเร็ว หลังจากมีหลักเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องจัดสรรการผลิตนมโรงเรียนให้ผู้ประกอบการ

เนื่องจากอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ตลอดทั้งปีการศึกษา 2562 โดย มีหลักการว่า "แม้จะมีการทำสัญญาล่าช้า หรือจัดส่ง ล่าช้าอย่างไร เด็กต้องได้รับนมครบถ้วน คนละ 260 วัน/ถุง/กล่อง (ภาคเรียนละ 130 วัน/ถุง/กล่อง) ตลอดทั้งปีการศึกษา ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ได้รับมอบอำนาจจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อคส.) จะต้องจัดส่งนมให้ครบถ้วนตามจำนวนดังกล่าว ให้แก่อปท. ทั้งนี้ ตามข้อ 19 วรรคสอง ของประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการ อาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2562

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทย ได้รับแจ้งจากกรมปศุสัตว์ว่า ได้มีการขยายกำหนดการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ระดับกลุ่มพื้นที่ 2 และ 5 โดยกำหนดระยะเวลาให้อปท. ซึ่งเป็นหน่วยจัดซื้อ จัดทำสัญญาซื้อขายกับผู้ประกอบการที่ได้รับมอบอำนาจจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 20 - 22 พ.ค. และให้มีการจัดส่งนมโรงเรียน ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ อันเป็นระยะเวลาภายหลังจากการเปิดเทอม ประกอบกับ กสถ.ได้รับรายงานปัญหา ในหลายพื้นที่ถึงการจัดส่งนมที่ล่าช้า

ขณะที่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ระดับกลุ่มพื้นที่ ทั้ง 5 กลุ่ม ได้จัดสรรสิทธิและพื้นที่การจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยครบถ้วนทุกกลุ่มพื้นที่แล้ว จึงเร่งรัดขอให้อปท.เร่งดำเนินการจัดทำสัญญาซื้อขาย กับผู้ประกอบการที่ได้รับการจัดสรรสิทธิและพื้นที่การจำหน่าย ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ล่าสุด มีรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลล์บอร์ด) ร่วมกับสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ประชุมร่วมกันเพื่อหารือกรณีที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกข้อตกลงหรือหลักเกณฑ์ใหม่ จัดสรรการผลิตนมโรงเรียนให้ผู้ประกอบการหรือใครก็ตามสามารถเข้ามาร่วมการผลิตนมโรงเรียนในจำนวน 1,300 ตันต่อวันได้

ปรากฏว่า บางรายไม่มีน้ำนมเป็นของตนหรือมีน้ำนม แต่ไม่เพียงพอหรือแม้แต่กระทั่งไม่ได้ผลิตนมโรงเรียนเอง ไปกว้านซื้อนมจากแหล่งต่าง ๆ มาเข้าร่วมโครงการ เป้าหมายเพื่อสร้างความหลากหลายทางการตลาด

ทั้งนี้ จากเดิมที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เคยใช้ระบบการจัดสรรนมทั้งประเทศอย่างเป็นธรรม ไม่มีน้ำนมเหลือในประเทศและยังสามารถผลิตไปจำหน่ายยังหลายประเทศในอาเซียนได้อีกด้วย มีการแบ่งนมออกเป็น 3 กองในแต่ละวัน กองที่ 1ใช้เพื่อผลิตเป็นนมโรงเรียน 1,300 ตัน, กองที่ 2 ใช้เป็นนมเพื่อพาณิชย์ 700 ตัน และกองที่ 3 เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นนมผง 1,400 ตัน โดยหลักเกณฑ์เดิมไม่เคยสร้างปัญหาให้แก่ผู้เลี้ยงโคนมแต่อย่างใด"

แต่การออกหลักเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงเกษตรฯ ทำให้ผู้ประกอบการหรือใครก็ตามสามารถเข้ามาร่วมการผลิตนมโรงเรียนในจำนวน 1,300 ตันต่อวันได้ ปรากฏว่ามีบางคณะที่ไม่มีน้ำนมเป็นของตน หรือมีน้ำนมแต่ไม่เพียงพอหรือแม้แต่กระทั่งไม่ได้ผลิตนมโรงเรียนเอง ไปกว้านซื้อนมจากแหล่งต่าง ๆ มาเข้าร่วมโครงการ ทำให้ผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศเกือบ 30,000 ครอบครัวเดือดร้อน มีน้ำนมที่รีดจากแม่โคเหลือแต่ละวันเฉลี่ยวันละกว่า 110 ตัน หรือ เดือนละกว่า 3,300 ตัน

"ไม่มีที่จำหน่าย จะต้องนำไปเททิ้งต่อไป ถือเป็นการทำลายความมั่นคงของผู้เลี้ยงโคนมอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งจะเททิ้งที่ไหนให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ความเดือดร้อนให้รู้ว่ามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยมิลล์บอร์ด จะกำหนดสถานที่กันต่อไป"รายงานข่าวระบุ

มีรายงานว่า ข้อเสนอที่มิลล์บอร์ด เสนอรัฐให้ ทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่ ประกอบด้วย 1. ให้สหกรณ์ขนาดเล็กสามารถเข้าร่วมโครงการอาหารเสริมหรือนมโรงเรียนได้ สหกรณ์โคนมที่มียอดผลิตไม่เกิน 60,000 ถุงต่อวันไม่ต้องปรับลดการผลิตลงตามข้อตกลงหรือหลักเกฌฑ์ใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

2. ให้มีการทบทวนเรื่องการใช้น้ำนมดิบผลิตนมโรงเรียนตามปริมาณที่มีอยู่จริงในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาคุณภาพน้ำนมไม่ได้มาตรฐานที่อาจะมีการนำมาเข้าร่วมการจัดสรรนมโรงเรียน

3. ให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนจากหลักเกณฑ์หรือข้อตกลงใหม่ เนื่องจากแต่ละสหกรณ์โคนมไม่มีตลาดรองรับน้ำนมดิบที่ถูกปรับลดลงไปจากจากเรื่องข้อตกลงนี้.


กำลังโหลดความคิดเห็น...