xs
xsm
sm
md
lg

“เต้” โผล่ มจพ.โร่ขอขมา ไปไม่เป็นเจอซักโกหก-นศ.ศิษย์เก่ารุมโห่ไล่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“มงคลกิตติ์” โร่ขอขมา มจพ. อ้างคลิปถูกตัดต่อเพื่อโจมตีหลังร่วม พปชร.ตั้งรัฐบาล โวยสื่อทำมหา'ลัยกระทบ ยันเป็นเรื่องส่วนตัวสมัยโจ๋ แต่เลิกต่อยตั้งแต่อายุ 18 รับพูดให้เร้าใจเพื่อหาเสียง เมินคนยื่นถอดถอนแต่ขอพิสูจน์ตัวเองก่อน เชื่อไม่มีใครเกลียดไปมากกว่านี้ บอก “วัน” อย่ามายุ่งกับตน แย้มดึงพวกตีกันเข้าค่ายทหารไปลาดตระเวน ด้านนายกฯ วิศวะโผล่จี้พูดคลาดเคลื่อน เจ้าตัวบอกขออภัยแล้วจะให้พูดคำไหน เจอเด็กซักกลับถ้าตอนนี้ยังโกหกแล้วจะไว้ใจได้ยังไง ก่อนเผ่นลงทางหนีไฟขึ้นรถ เจอศิษย์รุมตามโห่ไล่หน้าประตู

วันนี้ (21 พ.ค.) ที่สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค ได้เดินทางมาเพื่อขอขมาคณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่า มหาวิทยาลัย กรณีพูดพาดพิงทำให้เสียหาย โดยมี ผศ.วรวิทย์ จตุรพาณิชย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ ผศ.สมชาย เวชกรรม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เข้ารับฟังการชี้แจง

โดยนายมงคลกิตติ์ในฐานะอดีตบัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า คลิปต้นเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ 22 ก.พ. 2562 ก่อนการเลือกตั้ง ตอนนั้นทางพรรคมีนโยบายเกี่ยวกับไม่มีการตัดลดงบทหาร และกำลังพล ซึ่งมีวิวาทะกับพรรคเพื่อไทย มีความยาวคลิปชั่วโมงกว่า และก็มีการตัดต่อคลิปหลังจากที่ตนไปเป็นแกนนำ 11 พรรค แถลงข่าวร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี 2 วัน จนเกิดเป็นกระแสจากสื่อมวลชนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เป็นการเล่าเหตุการณ์สมัยเรียนตอนอายุ 15 ปี ตอนนี้ตน 37 ปี ผ่านมา 22 ปีแล้วในมุมมองส่วนตัวซึ่งไม่เกี่ยวกับสถาบัน เป็นประสบการณ์กับเพื่อนๆ ในกลุ่มเพื่อนตนที่เรียนห้องเดียวกัน ห้องต่างเซกชัน และต่างวิทยาลัย ซึ่งก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งเป็นเรื่องปกติ ในคลิปดังกล่าวมีการตัดต่อให้สั้น กระชับ จนเกิดความเสียหายแก่ตน ตนก็ได้ดำเนินคดีไปแล้วเพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของตน

เมื่อถามว่า กระแสดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ก็มองได้ 2 มุม มีกระแสโจมตีตนมากมั้ย ก็มาก แต่ก็ยังดีกว่าถูกดำเนินคดีเรื่องการโอนหุ้น การโจมตีก็อาจจะกระทบกระทั่งมหาวิทยาลัย แต่คนที่กระทบก็คือสื่อมวลชนที่นำคลิปของตนไปเผยแพร่ ตนก็ต้องมีความรับผิดชอบในฐานะศิษย์เก่าและกรรมการสมาคมศิษย์เก่า ตนพูดประสบการณ์ชีวิตอาจจะคลาดเคลื่อน กระทบกระทั่งกับมหาวิทยาลัยก็ต้องกราบขออภัยอย่างเป็นทางการกับศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ครู อาจารย์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะถูกมาก ผิดมาก ผิดน้อย ตนยอมรับ ในเมื่อตนเป็นตัวแทนประชาชน ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด

ส่วนการล่ารายชื่อถอดถอนนายมงคลกิตติ์ออกจาก ส.ส.นั้น หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์กล่าวว่า ถ้าจะดำเนินการต่อตนก็ไม่ว่า ก็เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ตนอยากให้ดูตนทำงานสักระยะหนึ่งเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ตนมีนโยบายหลายอย่างที่จะแก้ไขให้ประชาชน

เมื่อถามว่า เนื้อหาในคลิปที่ระบุถึงการท้าตีท้าต่อย เป็นส่วนของข้อเท็จจริงหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ในส่วนตัวเรื่องชกต่อยเป็นปกติของวัยรุ่น มันก็เลือดพลุ่งพล่าน แล้วมีคนไปตัดต่อให้มันสั้นลง

เมื่อถามต่อว่า ได้คิดก่อนหรือไม่ที่จะพูดลงไปในคลิป นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ตอนนั้นตนพูดกับแฟนคลับในเฟซบุ๊ก มันก็เหมือนมีการท้าทายกัน และตอนนั้นก็เป็นช่วงหาเสียง พรรคของตนก็ไม่มีเงิน ไม่มีทุนรอนซื้อสื่อ ตนจึงต้องเลียนแบบนายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ เพื่อให้เกิดความเร้าใจ ให้เกิดกระแสเพราะอีกเดือนสุดท้ายจะมีการเลือกตั้งแล้ว เลยไม่คิดว่าสื่อมวลชนหรือใครจะไปดูดมาตัดต่อให้สั้น ถ้าเอาชั่วโมงกว่ามามันก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น คือเป็นการโจมตีทางการเมือง เป็นการดิสเครดิตในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้

เมื่อถามถึงกระแสต่อว่าถึงวุฒิภาวะของนายมงคลกิตติ์ แล้วถ้าเข้าไปในสภาฯ จะมีเหตุหรือไม่ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเกินอายุ 18 ปีมายังไม่เคยต่อยกับใครเลย แต่ถ้าอายุ 15-18 ปี โอเคใช่ ช่วงนั้นเลือดกำลังร้อน

“คือผมเอง ถ้าใจนะ ใจผมก็นักเลงอยู่แล้ว ตรงๆ ฮะ นักเลงไม่ใช่เป็นสิ่งไม่ดี เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น แต่ถ้ากุ๊ยเนี่ย ว่าไปอย่าง” นายมงคลกิตติ์กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวอยากเข้าไปคุมในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า โดยส่วนใหญ่แล้วประเทศไทยมีปัญหาไม่ยอมรับความจริง ถ้าไม่ยอมรับความจริงจะปกป้องชื่อเสียงของหน่วยงานต่างๆ โดยที่ไม่เอาเรื่องจริงมาพูดบนโต๊ะมันก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ แล้วตนในฐานะผู้แทน ถ้าเรารู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงในบางบริบทของสังคมแล้วเราไม่พูดความจริงในรัฐสภาที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง แล้วตนจะแก้ปัญหาให้กับประชาชนตรงเป้าหมายได้อย่างไร ต้องเข้าใจว่าเด็กตีกันยังมีอยู่ แต่ผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการส่วนใหญ่จะไม่ค่อยยอมรับความจริง ก็ต้องการปิดข้อมูลเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี กลัวเสียชื่อเสียง แต่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นี่คือจุดสำคัญของการแก้ปัญหานี้คือการยอมรับความจริง ถ้ายอมรับและแก้ปัญหามันถึงจะเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

เมื่อถามว่า การที่มีประสบการณ์ของการมีเรื่องแล้วไปห้ามคนมีเรื่องมันย้อนแย้งหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ตนบรรลุนิติภาวะแล้ว แล้วก็มีความสัมพันธ์กับผู้บัญชาการหน่วย ค่ายทหาร ตนก็พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการทำความเข้าใจกับวัยรุ่น นักเรียนที่ตีกัน แล้วไปทำความสัมพันธ์กับกองทัพ ให้เด็กเหล่านี้ไปลาดตระเวน ไปฝึกความมีวินัย ทำให้ไม่ต้องตีกัน จับมือกัน

“ผมเชื่อว่านักการเมืองหลายคนในประเทศไทย ก่อนเข้าการเมืองจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ใช่คนดี ภาพลักษณ์จาก 100% พอบริหารไปแล้วก็ทุจริต คอร์รัปชัน สุดท้ายติดคุกแล้วก็หนีคดีไปต่างประเทศ ส่วนผมมันกลับกัน ผมเริ่มมาจากข้างล่าง ให้รู้ก่อนว่าตัวตนเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครเกลียดตนมากกว่านี้แล้ว เพราะมันต่ำสุดแล้ว ต่อไปก็จะเป็นบวกอย่างเดียว โดยการสร้างผลงานให้กับประชาชนสัมผัสได้ และผมเชื่อว่าสามารถเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ที่เกลียดผม หรือเกรียนคีย์บอร์ดที่เกลียดผม โดยใช้การระบายอารมณ์ เขาด่าผมก็ถือว่าให้อภัย ก็ถือว่าเป็นการระบายอารมณ์ให้กับพวกเขาที่อาจจะเครียดมาจากที่ทำงาน ผมก็ไม่ว่า แต่สุดท้ายผมจะเปลี่ยนมุมกลับ จากคนที่วิพากษ์วิจารณ์ผม ผมจะต้องเป็น ส.ส.ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้มากที่สุดคนหนึ่ง” นายมงคลกิตติ์กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า เรื่องดังกล่าวเริ่มส่งผลให้นักศึกษามหาวิทยาลัยถูกมองในแง่ลบ นายมงคกิตติ์กล่าวว่า การชกต่อยเป็นเรื่องส่วนตัว อาจจะมี 2-3% ที่เป็นตนอยู่ในนั้นก็ได้ ณ เวลานั้น ตนเชื่อว่าสื่อมวลชนก็เคยผ่านสังคมมัธยมปลาย เด็กเทคนิคมา ก็คงรู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ มันมีจริง การรักษาภาพลักษณ์ก็ส่วนหนึ่ง การแก้ไขบ้านเมืองในเชิงบริหารก็ส่วนนึง ถ้าเรายอมรับความจริงเราจะแก้ไขปัญหาได้ ก็อยากจะฝากน้องๆ ไว้ด้วยว่าพี่ขอโทษ ขออภัย จะไม่ให้อภัยก็ไม่ว่า ตนเป็นลูกผู้ชาย ทำผิดก็ยอมรับผิด

เมื่อถามว่า ทุกวันนี้ใช้ชีวิตยากลำบากขึ้นหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ก็มีบางส่วนมาจับมือ ขอถ่ายรูป ถ้าเป็นนักมวยวัยรุ่นก็หมั่นไส้ แต่วินมอเตอร์ไซค์ก็ยังชอบอยู่ คือมันหลากหลาย สำหรับตนได้ทุกรูปแบบ แต่ท้าตีท้าต่อยไม่มี ใช้วิชาการ ข้อมูล นอกจากว่าใครมาข่มเหงมารังแก ตนก็คงไม่ใช้วิธีนักเลง อย่าลืมว่าตนก็มีรองหัวหน้าพรรคเป็นอดีตที่ปรึกษากองทัพบก ในพรรคมีหลายคนเป็นนายทหาร ก็คงไม่ใช้กำลัง

เมื่อถามว่า ถ้าเข้าสภาแล้วเจอนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จะมีการปะทะกันหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า โดยปกติตนจะไม่ยุ่งกับนายวันอยู่แล้ว แต่ต้องไปบอกนายวันว่าอย่ามายุ่งกับตน เพราะปกติดีเบตก่อนเลือกตั้งตนเจอกับกรรมการบริหารพรรค อดีตรัฐมนตรีหลายๆ สมัยของพรรคเพื่อไทยเกือบทุกคนหมดแล้ว แต่ตนยังไม่เคยดีเบตกับนายวันเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง เพราะนายวันยังไม่ได้เป็น กก.บห.พรรค

เมื่อถามว่า มีบางกระแสว่านายมงคลกิตติ์ไม่ได้เป็นนักเลงมาก่อนหน้านี้ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์กล่าวว่า เขาเรียกว่ามันเป็นเด็กซนมาก่อนแล้วกัน

เมื่อถามต่อว่า มีการพูดกันว่าจริงๆ แล้วนายมงคลกิตติ์ออกจะเหนียมอาย นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ถ้าเป็นสมัย ม.ต้นน่ะใช่ เมื่อถามย้ำว่า มีหลายคนยืนยันว่า ตอนเจอที่สถาบันเป็นคนเหนียมอายมาก นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ใหม่ๆ มั้ง น่าจะตอนอายุ 15 ปี ตอนเข้ามาใหม่ๆ โดนรับน้องเยอะๆ รุ่นพี่เขาน่ากลัว (หัวเราะ)

ด้านรองอธิการบดีฝ่ายบริหารกล่าวว่า การที่นายมงคลกิตติ์เข้ามาในวันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ไปคิดดูแล้วว่าสิ่งที่พูดไปนั้นมันอาจจะไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ทำให้สังคมอาจจะเกิดความเข้าใจผิด เรื่องที่มีข่าวออกมาบุคคลากร ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ก็ไม่มีความสบายใจในช่วงที่ผ่านมา แต่วันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่นายมงคลกิตติ์เข้ามาอธิบาย ในส่วนของการให้ข่าวของนายมงคลกิตติ์ก็เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย

ขณะที่รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวว่า จริงๆ วันนี้เราได้รับข้อมูลจากสังคมออนไลน์ว่าทางนายมงคลกิตติ์จะเดินทางเข้ามาขอขมา ทางมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้เตรียมการอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อาจจะส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย ผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่วันนี้นายมงคลกิตติ์ได้ชี้แจงว่าเป็นช่วงอายุ 15 ปี นายมงคลกิตติ์มาเข้าเรียนตั้งแต่ปี 2540 ในระดับเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3 ปี ก่อนเรียนต่อปริญญาตรี ปี 2543 ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาไฟฟ้า ตนเรียนว่า มหาวิทยาลัยมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก หากมีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทเราจะลงโทษทางวินัยสถานหนัก ตั้งแต่พักการเรียน จนถึงให้ออก ปัจจุบันถ้าหากมีทะเลาะวิวาท มีสุรา อาวุธเข้ามาเกี่ยวข้องเราจะให้นักศึกษาคนนั้นออกสถานเดียว เป็นระเบียบที่เข้มข้น นักศึกษาที่เข้ามาก็เรียนหนักมาก ลำพังการเรียนก็จะไม่รอด หากว่าจะมีเหตุการณ์ที่นายมงคลกิตติ์กล่าว มีเรื่องมีราวนอกมหาวิทยาลัย อันนั้นเราไม่ทราบเหมือนกัน แต่ถ้าเหตุเกิดภายในมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยลงโทษสถานหนัก วันนี้ถ้านายมงคลกิตติ์คิดได้ว่าเรามาเพื่อจะขอโทษสังคม มหาวิทยาลัย ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ตนว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา

ก่อนที่นายมงคลกิตติ์จะนำพวงมาลัยมามอบให้กับรองอธิการบดีทั้ง 2 คน พร้อมกับให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ตนน่าจะเป็นกำลังหลักสำคัญที่จะป้องปรามไม่ให้รัฐบาลทำอะไรเกินเลย ตนจะไม่มีทางให้รัฐบาลมีเรื่องทุจริต คอร์รัปชันเป็นอันขาด ไม่ยอมให้รัฐบาลสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่า 4 ปีถัดไปจะมีอะไรดีแน่นอน เพราะมีตนร่วมรู้ร่วมคิดร่วมทำทุกๆ เรื่องในรัฐบาลชุดนี้ ไม่ต้องห่วง ตนจะประคบประหงมให้รัฐบาลชุดนี้เดินไปให้ครบ 4 ปี

จากนั้นนายมงคลกิตติ์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบางสำนัก แต่ระหว่างนั้นนายมานพ มานะสกุลกิจ นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. พร้อมด้วยศิษย์เก่าบางส่วนได้เดินทางมาพบนายมงคลกิตติ์ โดยนายมานพยอมรับว่าไม่สบายใจในบางเรื่อง อย่างที่นายมงคลกิตติ์ขอโทษออกมาตนก็อยากให้นายมงคลกิตติ์ยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอย่างแรง ไม่ทราบว่าทางนายมงคลกิตติ์เห็นตรงกันหรือไม่ ด้านนายมงคลกิตติ์กล่าวตอบว่า คือประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับสถาบัน และคณะ เพราะตอนที่อยู่คณะตนไม่ได้มีเรื่องกับใคร ตนอาจจะเป็นเด็กส่วนน้อย ช่วงระหว่างนี้ได้มีศิษย์เก่าบางคนตะโกนทักว่าโกหกใช่หรือไม่ ที่ผ่านมาโกหกใช่หรือไม่ นายมานพจึงกล่าวต่อว่า ก็อย่างที่บอกว่าบางส่วนของคลิปที่คนฟังไปมันคือเหตุการณ์ในมหาวิทยาลัย ตนฟังก็เป็นอย่างนั้น มันบ่งบอกถึงความเป็นมหาวิทยาลัย นายมงคลกิตติ์กล่าวตอบว่า ก็ขออภัย ถ้าอะไรกระทบกระเทือนก็ขออภัย ก็ขอโทษไปพร้อมๆ กันไปแล้ว จะให้พูดคำไหน

ขณะนั้นเองได้มีนักศึกษาปีที่ 4 คนหนึ่งตะโกนถามว่า แล้วชื่อเสียงที่เสียไป รุ่นพวกตนที่กำลังจะจบไปทำงานจะกระทบอะไรไหม คุณพูดว่าทะเลาะกับห้องอื่นทั้งๆ ที่พวกเราไม่เคยทะเลาะกันเลย อย่างนี้เท่ากับว่าโกหกใช่ไหม คุณคือ ส.ส.ถ้าคุณโกหกประชาชนในตอนนี้ เราจะไว้ใจการทำงานในสภาได้อย่างไร ภายหลังพูดจบนี้ได้มีศิษย์เก่าปรบมือสนับสนุนนักศึกษาคนดังกล่าว ด้านนายมงคลกิตติ์มีท่าทีที่อ่อนลงมา พร้อมปฏิเสธเมื่อถูกศิษย์เก่าถามให้ชี้แจงเพิ่มเติม โดยอ้างว่าได้พูดกับสื่อมวลชนไปแล้ว ก่อนที่จะเดินลงไปทางบันไดหนีไฟเพื่อขึ้นรถส่วนตัวกลับ โดยยอมรับภายหลังการชี้แจงว่าก็รู้สึกดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลา เมื่อถามว่ากลัวเหตุการณ์ปะทะหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ที่นี่ไม่ทำหรอก ซึ่งระหว่างที่รถออกมาบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยได้มีศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันเป็นจำนวนมาก รอต้อนรับโห่ร้อง ด่าทอนายมงคลกิตติ์ จนกระทั่งรถพ้นประตูมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ ตามกำหนดการเดิมนายมงคลกิตติ์จะเดินทางไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในมหาวิทยาลัย แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับเข้ามาเข้าที่ห้องประชุมภายในสำนักงานอธิการบดี ไม่ได้ไปสักการะแต่อย่างใด









กำลังโหลดความคิดเห็น...