xs
xsm
sm
md
lg

"อนาคตใหม่" ยก "พฤษภาทมิฬ" ปลุกทุกพรรคที่รักประชาธิปไตยร่วมกันนำทหารออกจากการเมืองให้สำเร็จ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"อนาคตใหม่" ยกรำลึก 27 ปีพฤษภาทมิฬ แจงความเลวร้ายของรัฐประหาร ปลุกทุกพรรคที่รักประชาธิปไตยร่วมทำภารกิจนำทหารออกจากการเมืองให้สำเร็จ พร้อมนำคนสั่งฆ่าประชาชนในทุกเหตุการณ์มารับผิดชอบให้ได้ ลั่นรัฐประหารครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ชาติไทย

วันนี้ (17 พ.ค.) พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ....

[ ร่วมกันทำภารกิจนี้ให้สำเร็จในยุคสมัยของพวกเรา ร่วมรำลึก 27 ปี เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ]

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม 2535 มีที่มาที่ไป จากการยึดอำนาจทำรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (พ่อของผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์) ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 โดยอ้างว่ารัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ มีการทุจริตคอรัปชัน กดขี่ข้าราชการ เป็นเผด็จการรัฐสภา ทำลายสถาบันทหาร และบิดเบือนคดีล้มล้างสถาบันกษัตริย์

หลังจากการยึดอำนาจรัฐประหาร ก็มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นำโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ (ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน) และหลังจากนั้น มีการเลือกตั้งในวันที่ 22 มีนาคม 2535 โดยคณะรัฐประหาร รสช. ได้พยายามสืบทอดอำนาจโดยการตั้งพรรคสามัคคีธรรมขึ้นมาเพื่อลงเลือกตั้ง

แต่เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว ในการประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคสามัคคีธรรมร่วมกับพรรคอื่นๆ โหวตเลือก พล.อ.สุจินดา คราประยูร หนึ่งในคณะรัฐประหาร รสช. เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พล.อ.สุจินดาได้พูดในหลายวาระหลายโอกาศว่าจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นที่มาของประโยคอันอื้อฉาวที่ พล.อ.สุจินดาพูดในขณะได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ”

นำมาซึ่งความไม่พอใจของนักศึกษาประชาชนเป็นวงกว้าง เกิดการชุมนุมประท้วงบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.สุจินดาลาออกและย้ำว่า “นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง”

จนกระทั่งในช่วงวันที่ 17 พฤษภาคมผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายจากท้องสนามหลวงผ่านถนนราชดำเนินกลางเพื่อไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่กลับถูกกองกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจสกัดกั้น เกิดการกระทบกระทั่งกันจนบานปลายกลายเป็นการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงโดยการใช้อาวุธและกระสุนจริงโดยกองกำลังทหารในตลอดช่วงอีกหลายวันให้หลัง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และถูกทำให้สูญหายอีกจำนวนมาก

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการปักธงประเด็นทางการเมือง คือหลักการที่นายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่งผลมาถึงการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี 2540 ที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย พร้อมกันนั้นความนิยมในสถาบันทหารลดต่ำลงจนต้องถอยออกไปจากการเมืองไทยเป็นเวลานับสิบปี

แต่จนแล้วจนรอดเมื่อเกิดวิกฤติทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ก็เกิดรัฐประหารไปแล้ว 2 ครั้งในรอบทศวรรษ ใช้รัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่ 2 ฉบับ โดยปัจจุบันใช้ฉบับปี 2560 กลับมาเปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2534 แต่ที่ซ้ำร้ายไปกว่าเดิมก็คือ ให้อำนาจ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย พร้อมกับมีกลไกเครื่องมืออีกมากมายในการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร ให้อำนาจมากมายแก่องค์กรสถาบันที่ไม่ได้มาจากประชาชน และไม่เป็นประชาธิปไตย

ภารกิจของพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงพรรคการเมืองที่รักและหวงแหนประชาธิปไตยทุกพรรค คือการทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่หลักการที่นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน นำทหารออกจากการเมือง และร่วมนำตัวคนกระทำผิด สั่งฆ่าประชาชนไม่ว่าในเหตุการณ์ครั้งไหนมารับผิดชอบให้ได้ จะต้องไม่มีใครลอยนวลพ้นผิดอีกต่อไป และจะต้องไม่มีใครกล้าล่วงละเมิดประชาชนได้อีก ทำให้รัฐประหารครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ร่วมกันทำภารกิจนี้ให้สำเร็จในยุคสมัยของพวกเรา

ร่วมรำลึกเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ



กำลังโหลดความคิดเห็น...