xs
xsm
sm
md
lg

ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง “พี่ศรี” จับพิรุธหุ้น “พ่อฟ้า” ยื่น กกต.สอบปมใหม่หนี้สูญ 10 ล้าน ของจริงหรือฟอกเงิน พิลึกให้หลานถือหุ้นเพื่อเรียนรู้ทวงหนี้ ใครเขาทำกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายศรีสุวรรณ จรรยา (แฟ้มภาพ)
“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.เพิ่มเติมบ่ายนี้ จับพิรุธ “ปิยบุตร” แก้ต่างแทน “ธนาธร” โอนหุ้นสื่อ ชี้ระยะทางจาก อ.สะตึก ถึง กทม. 500 กว่ากิโลเมตร แต่เดินทาง 2 ชม.ถึง คงต้องซิ่งเอฟวันแล้ว ขณะที่หลักฐานสำคัญการซื้อขายหุ้นคือสเตทเมนต์ธนาคารกลับไม่เอามาโชว์ ส่วนข้ออ้างโอนหุ้นให้หลาน 2 คนเพื่อเรียนรู้ทวงหนี้ 10 ล้าน ฟังไม่ขึ้น เพราะการทวงหนี้มอบอำนาจให้ใครทำก็ได้ แถมพอรู้เป็นหนี้สูญกลับหยุดทวงไปเฉยๆ แล้วโอนหุ้นกลับให้แม่ธนาธรเพื่อปิดบริษัท ทั้งที่ผู้ถือหุ้นคนเดิมก็ทำเรื่องปิดบริษัทได้ ที่สำคัญหนี้สูญ 10 ล้าน มีการฟ้องร้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่ มีผู้สอบบัญชีรับรองหรือยัง อ้างหนี้สูญลอยๆ สรรพากรไม่เชื่อ อาจผิดซ้ำข้อหาฟอกเงิน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ (23 เม.ย. 62) เวลา 13.00 น. สมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้เป็นข้อมูลในการพิจารณาวินิจฉัยของที่ประชุมคณะกรรมการฯ ในการชี้พิรุธคำแถลงของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ออกมาแถลงแก้ต่างให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับปัญหาของการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัคมีเดีย จำกัด

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายธนาธรยืนยันมาตลอดว่าโอนหุ้นให้แม่ คือ นางสมพรไปแล้วก่อนสมัครรับเลือกตั้งและขณะทำนิติกรรมการโอนนั้นตนอยู่ กทม. แต่ปรากฏข้อมูลจากสื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่าวันดังกล่าว (8 ม.ค.) นายธนาธรลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หาเสียงอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยปรากฏภาพข่าวผ่านเว็บไซต์สำนักข่าวหลายๆ แห่ง และเมื่อวันที่ 22 เมษาที่ผ่านมา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ได้ออกมาแถลงแก้เกี้ยวว่า “ในวันที่ 8 ม.ค.นั้น นายธนาธรได้หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ ในช่วงเช้าและขึ้นเวทีในช่วงบ่าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้กลับมาจาก จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อจะมาทำภารกิจในการโอนหุ้น โดยมีหลักฐานเป็นค่าใบเสร็จอีซี่พาสชัดเจนว่านายธนาธรได้มาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 4 โมงเย็น โดยข้อมูลในใบเสร็จอีซี่พาสระบุว่าเป็นช่วงเวลาประมาณบ่าย 3 โมง และในวันที่ 8 ม.ค.นายธนาธรก็ได้นอนค้างอยู่ที่บ้าน ก่อนที่วันที่ 9 ม.ค.นายธนาธรจะได้เดินทางด้วยเครื่องบินไปทำภารกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงเช้า”

จากการตรวจสอบข้อมูลในใบเสร็จอีซี่พาสที่ทางพรรคอนาคตใหม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยสำนักข่าวอิศรานั้น พบว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ได้มีการใช้บัตรอีซี่พาสขาเข้าที่ด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 โดยเวลาที่ผ่านด่านเก็บเงินที่ 14.57 น. ขณะที่รายชื่อของเจ้าของบัตรอีซี่พาสดังกล่าวนั้นแม้จะถูกปิดเอาไว้ แต่ก็ปรากฏว่ามีไม้หันอากาศ และตัวการันต์เป็นส่วนประกอบของชื่อด้วย จึงไม่ใช่บัตรอีซี่พาสของนายธนาธร นอกจากนั้น การเดินทางจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มายังด่านธัญบุรีต้องใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 27 นาที เพราะมีระยะทางประมาณ 402 กิโลเมตร ดังนั้น หากนำเวลา 14.57 น.ที่นายธนาธรได้เดินทางมาถึงด่านธัญบุรีไปหักลบด้วยเวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง 27 นาที ก็จะพบว่านายธนาธรนั้นน่าจะออกจาก อ.สตึก ประมาณ 09.30 น. ถึงจะเดินทางมาถึงด่านธัญบุรี ในเวลา 14.57 น.ได้ โดยใช้ความเร็วในการขับรถประมาณ 73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่เมื่อนำไปเทียบเคียงกับคำชี้แจงของนายปิยบุตร ที่ระบุว่า “ในวันที่ 8 ม.ค.นั้น นายธนาธรได้หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ในช่วงเช้าและขึ้นเวทีในช่วงบ่าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้กลับมาจาก จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อจะมาทำภารกิจในการโอนหุ้น” จะพบว่าค่อนข้างเป็นไปได้ยากที่นายธนาธรจะเดินทางออกจาก จ.บุรีรัมย์ในช่วงบ่าย และมาถึงด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 ในช่วงเวลา 14.57 น. ระยะเวลาห่างกันแค่ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ตามที่นายปิยบุตรกล่าวอ้าง และมาถึงที่ด่านทับช้างในเวลา 15.14 น.ได้อย่างไร ยกเว้นจะใช้รถแข่ง F1 ซิ่งมาเท่านั้น

นอกจากนั้น ในคำแถลงของนายปิยบุตรแทนนายธนาธรนั้น สิ่งที่ไม่พูดถึงเลย คือ หลักฐานการโอนเงินค่าซื้อขายหุ้นเข้าบัญชี คือไม่มีสเตทเมนต์ธนาคาร เพราะหลักฐานอื่นๆ สามารถทำปลอมได้ทั้งหมด

นอกจากนั้น การโอนไปโอนมาระหว่างภรรยาของนายธนาธรให้แก่นางสมพร แม่ของธนาธร และจากนางสมพรไปให้หลานอีก 2 คนนั้น ไม่ปรากฏว่ามีเช็คหรือมีหลักฐานตราสาร รวมทั้งสเตทเมนต์ของธนาคารมาแสดงให้ดูให้ครบทั้งหมดแต่อย่างใด หลักฐานอีกประการที่ไม่มีการนำมาโชว์ คือ หลักฐานการเป็นหนี้ที่นายปิยบุตรแถลงว่าเป็นหนี้สูญ 10 ล้านบาทนั้น เป็นหนี้จริงหรือไม่ มีเอกสารทางบัญชีกำไร-ขาดทุนโดยผู้ตรวจสอบบัญชีมารับรองหรือไม่ มีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วหรือไม่ เพื่อให้เป็นหนี้สูญโดยชอบด้วยกฎหมาย
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ(แฟ้มภาพ)
ประเด็นที่นายปิยบุตรอ้างว่านางสมพรแม่ของนายธนาธรโอนหุ้นให้หลาน 2 คน เพราะบริษัทยังมีหนี้อยู่ 10 ล้านบาท ต้องการทวงหนี้ และอยากให้หลาน 2 คนเรียนรู้นั้น เป็นเรื่องที่เลื่อนลอย ไม่ใช่การปฏิบัติทางธุรกิจตามปกติทั่วไป เพราะการทวงหนี้นั้น เพียงให้พนักงานบริษัทธรรมดาๆ ไปทวง ทำหนังสือเรียกให้ชำระหนี้ หรือให้ทนายความยื่นโนติสก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ถือหุ้นเป็นคนทวง ข้ออ้างของนายปิยบุตรเช่นนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล หากหลาน 2 คนอยากเรียนรู้การทวงหนี้ก็แค่ทำหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทรับงานทวงหนี้ไปทำได้เลย

“อีกประการหนึ่ง นายปิยบุตรอ้างว่า เมื่อโอนหุ้นให้หลาน 2 คนไปแล้ว ไปทวงหนี้พบว่าหนี้เป็น NPL ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หลานจึงโอนหุ้นกลับให้นางสมพรเพื่อปิดบริษัท นี่ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจอีกเช่นกัน เพราะบรรดาผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่ก็สามารถปิดบริษัทเองได้ และจะสะดวกกว่าเพราะแม่ของธนาธรอายุมากแล้ว และประเด็นทางกฎหมายข้างต้น คือ การจะแทงหนี้สูญ หากเป็นหนี้ก้อนโตจะจำหน่ายหนี้สูญให้ถูกกฎหมายและมาตรฐานทางบัญชี จะต้องฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกฎกระทรวงฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) มิใช่ว่าพอลูกหนี้ผิดชำระหนี้ก็จำหน่ายเป็นหนี้สูญได้ เพราะสรรพากรไม่มีทางเชื่อแน่ หรืออาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาฐานฟอกเงินได้” นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...