xs
xsm
sm
md
lg

“นิพิฏฐ์” หอบหลักฐานคลิป-แชตไลน์ แฉซื้อเสียงภาคใต้ เขตเดียว 50 ล้าน จี้ กกต.กลางลงสอบเอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“นิพิฏฐ์” แขยงโคตรโกง หอบหลักฐานคลิป-แชตไลน์ แฉขบวนการซื้อเสียงในสนามภาคใต้ เขตเดียวแจก 50 ล้าน พบใส่ร้ายคู่แข่ง -กก.บห.รู้เห็นเป็นใจ ส่อเจอยุบพรรค วอน ปชช.ร่วมเป็นลูกขุน บี้ กกต.กลางพิสูจน์เอง หวั่น กกต.จังหวัดทำคดีพลาด



วันนี้ (29 มี.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รักษาการรองหัวหน้าพรรค และอดีตผู้สมัคร ส.ส. พัทลุง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเรียกร้องให้ประชาชนเป็นลูกขุนให้กับคดีการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้งในภาคใต้ หลังจากที่ตนได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ไปยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบสวน เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ตนไม่ได้รังเกียจการซื้อเสียง แต่รู้สึกขยะแขยง ตนไม่ขอระบุว่าเกิดขึ้นในพื้นที่ไหน แต่ยืนยันว่ามีจริงตามข้อมูลที่มีในขณะนี้ ที่มาขอร้องให้ประชาชนเป็นลูกขุนตรวจสอบการวินิจฉัยของ กกต.ว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยของประชาชนหรือไม่ ซึ่งจากที่ตนได้ยื่นหลักฐานไปยัง กกต. ประกอบด้วย บันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่งซึ่งมีสมาชิกจำนวน 388 คน โดยเป็นเนื้อหาการสนทนาเกี่ยวกับการรวบรวมบัตรประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมการทุจริตการเลือกตั้ง มีการย้ำว่าทุกขั้นตอนอย่าประมาท เพราะเรากำลังสู้กับกฏหมาย ซึ่งปกติประชาชนต้องคล้อยตามและปฏิบัติตามกฏหมาย แต่กลุ่มไลน์นี้กลับบอกว่าเรากำลังสู้กับกฎหมายและให้ระวังแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย นอกจากนี้ ตนยังมีหลักฐานบันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์อีกหนึ่งกลุ่มเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแจ้งเตือนจากกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พรรคการเมืองหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มด้วย โดยบอกกับสมาชิกในกลุ่มให้ระวัง เนื่องจากตนกำลังจับตาตรวจสอบอยู่ โดยประกาศให้รางวัลกับคนที่เก็บบัตรประชาชนหัวละ 10 บาท แสดงว่า กก.บห.คนนี้ รู้ถึงกระบวนการโดยไม่ได้ห้ามปราม

นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีบันทึกข้อความจากไลน์อีกหนึ่งกลุ่ม มีใจความว่า “หากใครถูกจับช่วงแจกเงินให้บอกว่าเป็นเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ผมถูกตำรวจจับผมก็พูดว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ทำ” ถือเป็นการใส่ร้ายตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และผู้สมัครในกลุ่มไลน์นี้ก็ไม่ได้โต้แย้งหรือคัดค้านว่าการใส่ร้ายเช่นนี้ไม่ถูกต้อง เท่ากับยอมรับวิธีการใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์และผู้สม้คร และหลังจากที่ตนนำข้อความดังกล่าวมาโพสต์มีการลบข้อความดังกล่าวออกไป แต่ตนได้เก็บหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีหลักฐานเป็นสมุดบัญชีการจ่ายเงินให้กับประชาชนเจ้าของบัตร โดยมีการระบุรายละเอียด เช่น จำนวนสมาชิกในครอบครัว ยอดจำนวนเงิน และสัญลักษณ์การจ่ายเงินแล้ว โดยทั้งหมดมีการรวบรวมบัตรประชาชนประมาณ 5 หมื่นใบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพิฏฐ์ ยังได้เปิดคลิปวิดีโอตอนหนึ่งขณะที่หัวคะแนนกำลังจ่ายเงินให้กับชาวบ้าน ซึ่งในคลิปดังกล่าวเป็นการพูดคุยภาษาใต้ใจความสรุปว่าให้เลือกผู้สมัครส.ส.เบอร์ 9 พร้อมจ่ายเงิน 500 บาท และยังบอกด้วยว่าหากพรรคไหนจ่ายก็รับไปเลย แต่ขอให้เลือกเบอร์ 9

“จะเห็นว่าจากที่เขารวบรวมบัตรได้ประมาณ 5 หมื่นใบ หัวละ 500 บาท ร่วมๆ จ่าย 30-50 ล้านบาทจริงๆ จนนำเขาไปสู่เป้าหมาย แต่สิ่งที่อยากเน้นคือ กกต.กล้าหรือไม่ เมื่อ กก.บห.พรรครู้เห็นและกระบวนการเก็บบัตรเป็นที่มาของการซื้อเสียงจริงๆ หมายความว่า กก.บห.เป็นผู้รู้เห็น แต่ไม่ได้แก้ไขยับยั้งเท่ากับมีเหตุผลหนักแน่นเพียงพอที่จะยุบพรรค จึงอยากให้ กกต.ตั้งชุดเฉพาะกิจไปสอบเรื่องนี้ในพื้นที่ เพราะผมรู้ว่า กกต.ในพื้นที่และพนักงานสอบสวนที่ได้นัดผมไปสอบ‪ในวันอาทิตย์ที่‬ ‪31‬ ‪มีนาคม‬ ที่พัทลุงนั้น จะตรวจสอบพลาดหรือไปถึงจุดนั้นหรือไม่” รองหัวหน้าพรรครักษาการ กล่าว

เมื่อถามว่า นอกจากพื้นที่ที่ปรากฏหลักฐานในวันนี้ยังมีเขตเลือกตั้งอื่นที่มีการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกันอีกหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ทราบว่ามีในพื้นที่ จ.สตูล เขต 2 และ จ.สงขลา เขต 7 ซึ่งเป็นการกระทำทุจริตจากพรรคเดียวกันกับกรณีที่ตนนำมาเปิดเผย โดยทำเป็นขบวนการเพื่อให้ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ และพรรคดังกล่าวก็รู้ว่า กก.บห.ของเขารับทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในพื้นที่จะเป็นผู้นำหลักฐานยื่น กกต.ต่อไป และหากสิ่งที่ตนนำมาร้องเรียนสุดท้ายแล้วพบว่ามีความผิดจริงก็ต้องมีจัดการจัดเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น แต่กรณีนี้เกี่ยวข้องกับกก.บห.ดังกล่าวก็ต้องมีการยุบพรรคนั้น

เมื่อถามต่อว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดข้อผิดพลาดและปัญหาในการทุจริตในหลายพื้นที่ คิดว่าพอจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นโมฆะได้หรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า การทุจริตซื้อเสียงในการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงบางเขตเลือกตั้ง จึงไม่มีผลที่จะทำให้การเลือกตั้งทั้งหมดกลายเป็นโมฆะ แต่ตนในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูแลภาคใต้ ได้เคยกำชับสมาชิกพรรคในแต่ละเขตว่าให้สังเกต และหาพยานหลักฐานในเรื่องการซื้อเสียงเลือกตั้งเอาไว้ แต่การหาพยานหลักฐานและเอกสารที่จะมายืนยันเรื่องการซื้อเสียงนั้นเป็นเรื่องยากมาก เพราะต้องใช้คนที่กล้าทำและรู้จริงๆ เท่านั้นโดยเราใช้ทั้งประชาชนธรรมดา และบุคคลในเครื่องแบบที่มาช่วยดำเนินการเก็บพยานหลักฐานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตนยังมีหลักฐานที่เป็นคลิปวีดีโอบันทึกภาพการกระทำการทุจริตอีกหลายชิ้น ซึ่งคลิปที่นำมาเปิดเผยในวันนี้ (29 มี.ค.) เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...