xs
xsm
sm
md
lg

พบปมใหม่ “ธนาธร” เพิ่งโอนหุ้นธุรกิจสื่อให้แม่ 21 มี.ค. ส่อขาดคุณสมบัติสมัคร ส.ส.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปราศรัยหาเสียงส่งท้ายที่สนามกีฬาเวสน์ 2 เมื่อเย็นวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา
เผย ‘ธนาธร-ภรรยา’ เพิ่งโอนหุ้น บ.วี-ลัค มีเดีย เจ้าของธุรกิจนิตยสารดัง ให้แม่เมื่อ 21 มี.ค. 62 ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค. 3 วันเท่านั้น ส่อขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร ส.ส. เหตุรัฐธรรมนูญห้ามเป็นเจ้าของสื่อ อดีตผู้พิพากษาจี้ กตต.เอาผิดอาญาด้วย โทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท

วานนี้ (22 มี.ค.) เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562 ถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินประมาณ 5 พันล้านบาท ก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง โดยจะใช้แนวทาง Blind Trust คือโอนทรัพย์สินที่เป็นหุ้นไปให้ Trust หรือกองทุนเป็นผู้ดูแล โดยจะให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด เป็นผู้ดูแลทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินอื่น บ้าน รถ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะเก็บไว้ในนามส่วนตัว และยังบอกอีกว่าวิธีนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่มีเคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ Private Fund มาก่อน เป็นนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานแสดงความจริงใจให้เกิดต่อสาธารณชน

กรณีของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสารนั้น ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2562 นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทำหนังสือถึงนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นชุดใหม่ ลงวันที่ 21 มี.ค. 2562 ไม่มีรายชื่อนายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด

จากการตรวจสอบพบว่า นายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โอนหุ้นที่ถือครองรวมกัน 900,000 หุ้น มูลค่า 9 ล้านบาทไปให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ วันที่ 30 เม.ย. 2561 นายธนาธรถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น (15%) นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 225,000 หุ้น (5%) วันที่ 21 มี.ค. 2562 ได้โอนหุ้น 900,000 หุ้นไปให้นางสมพรดังข้างต้น

นอกจากนายธนาธร และนางรวิพรรณแล้ว ในวันดังกล่าวมีบุคคลอีก 3 คน คือ นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์ นายอรัญ วงศ์งามนิจ และนางกมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเดิมถือครองคนละ 225,000 หุ้น ได้โอนหุ้นให้นางสมพรในวันเดียวกันด้วย

ทั้งนี้ การโอนหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประกาศใช้แนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินด้วยวิธี Blind Trust เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มี.ค. 2562 จำนวน 3 วัน และก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. 2562 จำนวน 3 วัน

สำหรับบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 10 ม.ค. 2551 ทุนล่าสุด 45 ล้านบาท ประกอบธุรกิจสื่อนิตยสาร ที่ตั้งอาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เลขที่ 1768 หมู่ที่ 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วันที่ 21 มี.ค. 2562 จำนวน 5 คน 1. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 2,250,000 หุ้น 2. น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 3. น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น 4. นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ 675,000 หุ้น และ 5. นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ 225,000 หุ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ”

ต่อมา เช้าวันนี้เมื่อเวลาประมาณ 9.55 น. นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ว่า ตามข่าวที่สำนักข่าวอิสรารายงานนั้น หากเป็นความจริงนายธนาธรก็ต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(3) ซึ่งบัญญัติว่า “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ”

เมื่อนายธนาธรต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงไม่มีสิทธิยื่นสมัครรับเลือกตั้ง การยื่นสมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2562 จึงเป็นการยื่นสมัครที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งโดยด่วนเพราะนายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และหากได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ด้วย หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติมากมาย

การต้องห้ามมิให้รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้งกรณีเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ นี้ศาลฎีกาได้เคยมีคำสั่งไว้ ตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 1144/2562

พ.ร.ป.เลือกตั้ง พ.ศ. 2561 มาตรา 151 บัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนดยี่สิบปี

“นอกจากยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธินายธนาธรแล้ว ต้องดำเนินการสอบสวนและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องนายธนาธรต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา เพื่อพิจารณาพิพากษาโดยเร็วด้วย กรณีนี้ไปตรวจสอบหลักฐานที่สำนักงานหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีก็สามารถทราบได้ว่า ข้อเท็จจริงที่สำนักข่าวอิศราเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริงกระบวนการดำเนินการทางกฎหมายก็ต้องเป็นไปตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น” นายชูชาติระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...