xs
xsm
sm
md
lg

ประกาศสำนักนายกฯ 6 ฉบับรวด!! เวนคืนอสังหาฯ 7 จังหวัด เน้น รถไฟทางคู่ทางเลี่ยงเมือง สายชายฝั่งทะเลตะวันออก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 6 ฉบับรวด!! เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ใน 6 ท้องที่ 7 จังหวัด "ระยอง ชลบุรี พิจิตร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา และ สระบุรี" ตามโครงการของ ก.คมนาคม-ก.เกษตร เผยสั่งเวนคืน เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน หลังเจ้าของอสังหาฯ มีปัญหาส่วนใหญ่ไม่พอใจค่าทดแทน ทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เลี่ยงเมือง สายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วง "ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย" สร้างและขยายทางหลวงชนบท สร้างประตูระบายน้ำ

วันนี้ (18 มี.ค.) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 6 ฉบับ ตามที่กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อกำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ต่าง ๆ เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ภายหลังมีการประกาศใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ทั้ง 6 แห่ง โดยได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้วในวันที่ 18 มีค.นี้

ฉบับแรก เป็นการกำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง และต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามมติครม. 18 ธ.ค.2561 เพื่อสร้างและขยายทางหลวงชนบท รย. 2015 ของกรมทางหลวงชนบท มูลค่าโครงการ 715,000,000 บาท ระยะเวลาก่อสร้าง 2562-2564 เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค ซึ่งหากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้ถูกเวนคืน 208 ราย งบประมาณ 302,835,300 บาท แต่มีผู้ไม่ตกลงทำสัญญาซื้อขายอสังหาฯ 61 ราย ซึ่งบางรายไม่พอใจค่าตอบแทน บางรายเจ้าของที่ดินเสียชีวิตรอศาลจัดการมรดก ฯลฯ

ฉบับที่สอง กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ตามมติ ครม. 13 ธ.ค.2561 เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานในการก่อสร้างประตูระบายน้ำและอาคารประกอบตามโครงการฝายบ้านวังจิก จ.พิจิตร ของกรมชลประทาน เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานสาหรับพื้นที่การเกษตร การอุปโภคและการบริโภค ตลอดจนการป้องกัน และบรรเทาอุทกภัย ซึ่งหากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยโครงการมีที่ดินที่ถูกเขตก่อสร้าง 29 แปลง เนื้อที่ 56 ไร่เศษไม่มีเอกสารสิทธิ 11 แปลง ส่วนเนื้อที่ 16 ไร่เศษมีเอกสารสิทธิ 18 แปลง

"ขณะที่เนื้อที่ 39 ไร่เศษ ได้สำรวจแล้วทั้งหมด ปรากฏว่า เจ้าของที่ดิน 3 แปลง เนื้อที่ 22 ไร่เศษ ไม่ยอมรับราคาที่คณะกรรมการกำหนดให้ในราคาไร่ละ 1 แสนบาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นราคาที่ต่ำ เรียกร้องในราคาไร่ละ 2 แสนบาท และไม่ยอมให้เข้าพื้นที่เพื่อการก่อสร้าง จึงเป็นปัญหาในการเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา"

ฉบับที่สาม กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ ต.บางปู อ.เมืองสมุทรปราการ และ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ตามมติครม. 18 ธ.ค.2561 เพื่อขยายทางหลวงชนบท สป.1011 ของกรมทางหลวงชนบท เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค ซึ่งหากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้ถูกเวนคืน 87 ราย งบประมาณ 195,916,921.40 บาท แต่มีผู้ไม่ตกลงทำสัญญาซื้อขายอสังหาฯ 29 ราย ซึ่งบางรายไม่พอใจค่าทดแทน บางรายเจ้าของที่ดินไม่สามารถติตด่อได้ บางรายติดจำนองกับธนาคาร ฯลฯ

ฉบับที่สี่ กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ ต.ท่าไข่ และ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ตามมติครม. 18 ธ.ค.2561 เพื่อสร้างทางรถไฟทางคู่เลี่ยงเมือง ที่สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา ตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟ สายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา - คลองสิบเก้า - แก่งคอย ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค หากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้ถูกเวนคืน 73 ราย มี 2 รายตกลงไม่ได้

ฉบับที่ห้า กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ ต.ไผ่ล้อม ต.ดอนหญ้านาง และ ต.หนองนาใส อ.ภาชี จ.เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ตามมติครม. 18 ธ.ค.2561 เพื่อสร้างทางรถไฟทางคู่เลี่ยงเมือง ที่สถานีชุมทางบ้านภาชี ตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา - คลองสิบเก้า - แก่งคอย ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค หากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้ถูกเวนคืน 10 ราย มี 1 รายตกลงไม่ได้

ฉบับที่หกสุดท้าย กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ในท้องที่ ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย และ ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ตามมติครม. 18 ธ.ค.2561 เพื่อสร้างทางรถไฟทางคู่เลี่ยงเมืองที่สถานีชุมทางแก่งคอย ตามโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา - คลองสิบเก้า - แก่งคอย ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค หากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้ถูกเวนคืน 29 ราย มี 1 รายตกลงไม่ได้

โดยทั้ง หกฉบับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีอานาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์นั้น ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ได้.


กำลังโหลดความคิดเห็น...