xs
xsm
sm
md
lg

พปชร.เปิดคลิป "บิ๊กตู่" พูดยาวีอ้อนชาวจชต. “อย่าลืมเรา” มุ่งสร้างสันติสุขเปิดทางลงทุน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)
แกนนำพปชร.บุกนราฯ "ประยุทธ์" ฝากคลิปถึงพี่น้อง 3 จวชายแดนใต้ พูดยาวีอ้อน “อย่าลืมเรา” ให้คำมั่นจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังหากไว้วางใจ ยันเดินหน้าสร้างสันติสุขในพื้นที่เปิดทางการลงทุน "อุตตม"ย้ำ คนไทยต้องรวยความสงบ ความสุข ความหวัง

วันนี้ (17มี.ค.) ที่ สนามกีฬา อบจ.นราธิวาส จ.นราธิวาส แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วย ผู้สมัคร 11 เขต จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีประชาชนเข้าร่วมฟังอย่างเนืองแน่น

โดย นายอุตตม ขึ้นกล่าวปราศรัย ขอบคุณ พี่น้องชาว 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่มารับฟังกันมาก พรรคพลังประชารัฐ แม้เป็นพรรคน้องใหม่ แต่วันนี้แสดงให้เห็นว่าได้รับความจริงใจและเป็นที่รู้จัก ซึ่งห้วงเวลานี้ที่ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง ถือว่ามีความสำคัญ เป็นการกำหนดอนาคตประเทศไทย เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้ง เอา ประชาชนมาเป็นตัวประกัน ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐจึงเสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่จะก้าวข้ามความขัดแย้งไม่กลับไปวังวนเดิมอีก การเมืองต้องไม่อยู่เหนือกว่าประชาชน และถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ อีกทั้ง ขณะนี้เป็นที่จับตาของนานาชาติว่าคนไทยจะเลือกอนาคตอย่างไร

นายอุตตม ยังระบุว่า ปัจจุบันพี่น้องคนไทยยัง มีความยากจนและมีความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น
คนไทยต้องรวยด้วยความสงบ ความสุข และรวยด้วยความหวัง พรรคพลังประชารัฐไม่มีข้อขัดแย้งกับใครแต่จะนำพาความสงบมาให้ประเทศจะต้องมีความสุขที่ยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ พร้อมกันนี้ได้นำเสนอนโยบาย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะ เพิ่มสิทธิบัตร ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงนโยบายมารดาประชารัฐ ที่จะให้การดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงคลอดและดูแลต่อไปอีก 6 ปี นอกจากนี้ เด็กจะต้องมีทักษะ ด้วยการสร้างระบบการศึกษาใหม่ ในเชิงปฏิบัติเพื่อที่สามารถสร้างโอกาสในอนาคต และมีงานทำ ขณะเดียวกันก็จะมีนโยบายผู้สูงวัยที่จะปรับเบี้ยผู้สูงอายุและทุกพื้นที่จะให้มีโรงเรียนผู้สูงวัย เพื่อให้มีโอกาสพบปะกัน ไม่รู้สึกเหงาหรือถูกทอดทิ้ง ซึ่งจะมีบุคคลากรเข้าไปดูแล ใกล้ชิด ส่วนการเกษตรต้องเป็นเกษตรที่ยั่งยืน ซึ่งพรรคจะ ดูแลตั้งแต่เริ่มการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป และดูแลการตลาด เช่น ยางพารา ควรจะมีราคาเป้าหมายอยู่ที่ 65 บาท รวมไปถึงแนวทางการเกษตรก็จะต้องสอดรับกับการท่องเที่ยวและวิถีชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำว่า ทุกอย่างจะทำอย่างต่อเนื่อง และทำทันที หากได้รับความไว้วางใจเข้าไปทำงานเพราะหลายนโยบายได้เริ่มทำแล้ว พร้อมขอพี่น้อง 3 จังหวัดใต้ได้สนับสนุนผู้แทนทั้ง 11 เขตได้มีโอกาสเข้าไปพิสูจน์ตัวเองและมีผู้นำอย่างพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง

จากนั้นได้เผยแพร่คลิปวีดิโอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิแดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ ผ่านจอขนาดใหญ่บนเวที ที่ฝากมาถึงพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเนื้อหาว่า "ดีใจที่ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ ก่อนอื่นอยากจะบอกว่า คิดถึง คิดถึงมากด้วยทุกคน อยากจะมาพบปะพูดคุยด้วยตัวเอง ถึงแม้จะมาไม่ได้แต่เราก็ยังสามารถสื่อสารกันได้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะหากสื่อสารเข้าใจกันแล้วเราก็จะเดินหน้ากันไปด้วยความความเข้าใจ ผมขอขอบคุณ พรรคพลังประชารัฐที่ให้เกียรติ ให้ความไว้วางใจ เสนอชื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้

ขอให้คำมั่น และขอให้เชื่อมั่นในตัวผม ว่าจะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด ในการสานต่อนโยบายดีๆและแผนการปฏิรูปที่เริ่มทำไปแล้วทั้ง 11 ด้านตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และจะจัดทำนโยบายใหม่ๆ เพื่อนำพาประเทศชาติไปสู่ความสงบสุข ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นยิ่งๆขึ้นไปทุกภาคส่วน สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ผมต้องทำให้เสร็จจากที่ได้เริ่มไว้แล้ว และทำต่อไปอีก ก็คือการแก้ไขปัญหาที่หลงเหลืออยู่ ตลอดจนวางอนาคตให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป เช่น สิ่งแรกที่เราจะนำกลับคืนมาคือความรักความสามัคคี ความปรองดอง กลับคืนสู่สังคมไทยประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อจะนำพาบ้านเมืองของเราเดินไปข้างหน้า อย่างไม่หยุดยั้ง ที่จะรองรับกับภัยคุกคามทั้งรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ ความทุกข์ของพี่น้อง ที่เป็นฐานรากของประเทศ ก็เป็นความทุกข์ใจของผมเช่นเดียวกัน ผมจึงมายืนอยู่ที่นี้ เราต้องมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ทั้งท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองรองและท่องเที่ยวชุมชน โฮมสเตย์ ท่องเที่ยวทางน้ำ ทางบกและจะต้องมีการเชื่อมโยงให้เป็น Package ไปด้วยกัน ให้คนได้มีโอกาสท่องเที่ยวหลายๆอย่างหลายๆพื้นที่ ในทริปเดียวกัน ซึ่งเราต้องช่วยกันทั้งผู้ประกอบการ รัฐบาล ข้าราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และส่วนภูมิภาค นอกจากนี้เรามี 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่แล้วตามชายแดนหลายจังหวัด เราจะได้เชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เข้ากับ eec วันนี้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีแล้วสำหรับ eec เชื่อมโยงจากสงขลาไป ที่เรียกว่า eec สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน วันข้างหน้า ก็ต้องมี wec ,nec, มีทุกภาค เพราะเราเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลางอาเซียน

ต้องลดความรุนแรงในสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สงบสุข สันติสุข ให้ได้โดยใช้มาตรการทุกมาตรการ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการใช้อำนาจทางการทหารอย่างเดียว เพราะถ้าเราใช้มาตรการทางทหารเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย จึงต้องมีทั้งในเรื่องของการพูดคุย เรื่องการพัฒนา ซึ่งเราเน้นการเรื่องการพัฒนามากที่สุด ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้เกิดการพัฒนามากที่สุด คือการสร้างความปลอดภัยให้ได้ คนในพื้นที่ต้องดูแล ไม่งั้นนักลงทุนจะไม่กล้าไป วันนี้ผมเห็นมีนักลุงทุนมากมายลงมาในพื้นที่ขณะนี้ ส่วนปัญหายาเสพติดที่กำลังแพร่หลาย ผมก็พยายามทำอย่างเต็มที่ สถิติการจับกุมในคดีมากมาย มากกว่าที่ผ่านมาเยอะ แต่ยังไงก็ยังไม่หมด ตราบใดที่ยังมีผู้เสพอยู่ และเราต้องลดปริมาณให้ได้ ในเรื่องของการจับกุมดำเนินคดีถือเป็นขั้นตอนที่สอง สิ่งแรกคือการป้องกันและป้องปราม อันที่สองคือปราบปราม และอันที่สามคือฟื้นฟู ผู้เสพคือผู้ป่วยต้องได้รับโอกาส ผ่านการฝึกอาชีพ เพื่อจะคืนสู่สังคมประกอบสัมมาอาชีพ หันหลังให้กับยาบ้า ยานรก ชุมชนต้องเข้มแข็ง ร่วมกันต่อต่านยาเสพติด สังคมต้องช่วยกันสอดส่อง วันนี้เรามีความร่วมมือจากเพื่อนบ้านมากมาย ป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้น ตามแนวชายแดน คนไทยจะต้องปลอดภัย คนใกล้ชิดในบ้านจะต้องห่างไกลยาเสพติด ทุกๆเรื่องทุกมาตรการ เราจำเป็นต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน ต่อเนื่องมีนโยบาย มียุทธศาสตร์ มีแผนงาน มีงบประมาณ รองรับ ถ้าเราได้ทำต่อร่วมกัน ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์ใช่ไหมครับ

วันนี้ทุกอย่างกำลังผลิดอกออกผล เหมือนเราปลูกต้นไม้มาแล้ว ปลูกไม้ผลมาแล้ว หลังเจริญเติบโตมา 5 ปี ผมมั่นใจนะครับ หากทุกท่านให้โอกาสผม มอบความไว้วางใจให้กับผมเหมือนที่ผ่านมา หรืออาจจะมากกว่านั้น ร่วมกันปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ รักประชาชน ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ จะส่งเสริมผลักดัน สร้างพลังแรงศรัทธา ให้ผมและพรรคพลังประชารัฐ ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกคน ได้ร่วมมือร่วมแรงเป็นกำลังใจให้กัน สร้างสรรค์สิ่งที่ถูก กำจัดสิ่งที่ผิด ด้วยความเข้าใจและร่วมกันนำพาชาติบ้านเมือง ไปสู่ความเจริญ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า มีความรักใคร่ มีความสามัคคีปรองดอง มีความสุขทุกคนถ้วนหน้า อย่างมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ตือรีมอกาเสะ ยาแงลูปอ ปีเละกีตอ (ขอบคุณ อย่าลืมเรา)" พลเอกประยุทธ์ กล่าว

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวว่า ตนเองได้เคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จนวันนี้เพิ่งได้ลงเลือกตั้งใหม่ ตนเองจึงไม่อยากเห็นคนไทยสู้รบกัน จึงได้เข้าร่วมอุดมการณ์ด้วยกันในนามพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งพรรคได้มีปณิธานแน่วแน่ว่าประเทศไทยต้องรวยด้วยพลังประชารัฐมีเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ดีขึ้น และพร้อมที่จะดูแลเกษตรกร ชาวประมง ดูแลพี่น้องที่ทำธุรกิจพื้นบ้าน ดังนั้น คนไทย ทุกคนต้องร่วมอุดมการร่วมกันเพื่อให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมย้ำว่าหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำรัฐบาลแล้วไม่สามารถทำให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ตนเองจะเลิกเล่นการเมืองและขอสัญญากับพี่น้อง 3 จังหวัดใช้แดนใต้และคนไทยทั้งประเทศ จะร่วม อุดมการสร้างความเจริญให้ประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...